วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รฟม.เล็งพัฒนาอสังหาฯพื้นที่ศูนย์ซ่อม

รฟม.จ้างออกแบบโครงสร้างรากฐานศูนย์ซ่อมรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน-สีส้ม หวังเอกชนประมูลพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์แนวดิ่ง

นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า คณะกรรมการ (บอร์ด) รฟม.มีนโยบายให้ รฟม. พัฒนากิจการเชิงพาณิชย์หรืออสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้าของ รฟม. หรือสถานีขนส่งรถไฟฟ้า (Transit Oriented Development : TOD) เพื่อเพิ่มรายได้จากอสังหาริมทรัพย์และจำนวนผู้โดยสารให้มากขึ้น ลดการพึ่งพางบประมาณในการก่อหนี้ แล้วนำกำไรไปลงทุนโครงการรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง

เนื่องจากการลงทุนโครงการรถไฟฟ้าใช้งบประมาณและก่อให้เกิดหนี้สาธารณะจำนวนมาก กลายเป็นภาระหนี้สินที่สำนักงบประมาณ ต้องจัดงบประมาณมาอุดหนุนและ รฟม. ก็มีหนี้สินเป็นแสนล้านบาท แต่ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีรายได้จากค่าโดยสารเพียง 1 หมื่นล้านบาท เหลือหนี้สินอีก 9 หมื่นล้านบาท รฟม. จึงควรสร้างรายได้ด้านอื่นนอกจากค่าโดยสารด้วย

ปัจจุบันจึงอยู่ระหว่างจัดทำแผนพัฒนาพื้นที่บนศูนย์ซ่อมรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน เฉลิมราชมงคลและสายสีส้ม ซึ่งตั้งในบริเวณสำนักงานใหญ่ รฟม. ที่ห้วยขวาง ให้รองรับการพัฒนาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ในแนวดิ่ง โดยสร้างเผื่อรากฐานที่จะต่อยอดขึ้นไป จากศูนย์ซ่อมฯ คาดว่าจะเปิดพื้นที่ดังกล่าวให้เอกชนเข้ามาประมูลและพัฒนาเป็นกิจการเชิงพาณิชย์และอสังหาริมทรัพย์ เช่น โรงแรม ศูนย์ประชุม สำนักงาน ร้านค้า นอกจากนี้ ได้หารือกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เพื่อให้สามารถประกอบอุตสาหกรรมเบา เช่น จิวเวอรี่ เป็นต้น

ทั้งนี้ได้ว่าจ้างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังมาศึกษารายละเอียดเรื่องดังกล่าว คาดว่าผลการศึกษาเบื้องต้นจะแล้วเสร็จในเดือน ก.ย. นี้ และจะรายงานให้บอร์ดรับทราบ ซึ่งครั้งนี้เป็นการต่อยอดผลการศึกษาจากปี 2544 และปี 2553 ที่จ้างเอกชนศึกษาแนวทางพัฒนากิจการเชิงพาณิชย์และอสังหาริมทรัพย์ตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าด้วย

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ รฟม. มีข้อตกลงในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์กับการเคหะแห่งชาติ แต่ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก ประกอบกับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตามแนวรถไฟฟ้าเกิดขึ้นน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ทำให้ปัจจุบันมีจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเพียง 3 แสนคน/วัน น้อยกว่าที่คาดการณ์ถึง 5 แสนคน/วัน โดยสถานีที่มีผู้โดยสารน้อยที่สุดคือสถานีคลองเตยจำนวน 3,000คน/วัน ส่วนสถานีที่มีผู้โดยสารมากที่สุดเป็นแสนคนต่อวัน เช่น สถานีสุขุมวิท ศูนย์สิริกิติ์ สีลม พระราม9 เป็นต้น โดยส่วนใหญ่เป็นจุดเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งเป็นที่ตั้งของอาคารสำนักงาน

รฟม. จึงต้องผลักดันให้เกิดการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตด้วยตัวเอง ด้วยการด้วยการออกแบบฐานรากโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ เผื่อการลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งทำได้เร็วกว่าการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าและจึงถือเป็นการเตรียมความพร้อม สำหรับพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่ รฟม. จะทำเอง

นอกจากนี้ บอร์ด รฟม. ยังเห็นว่า ควรขยายการพัฒนาโครงการรถไฟฟ้าไปยังจังหวัดต่างจังหวัดที่มีการจราจรหนาแน่นด้วย เช่น พัทยา เชียงใหม่ ภูเก็ต นครราชสีมา เป็นต้น ซึ่งรฟม.อยู่ระหว่างศึกษาแผนการก่อสร้างรถไฟฟ้าในพื้นที่ดังกล่าว และคาดว่าในอนาคตจะมีรูปแบบการลงทุนที่เกิดได้เร็วและมีกำไร จากการพัฒนาพื้นที่ตามแนวทางสถานีรถไฟฟ้าด้วย