"แอร์พอร์ตลิงค์"เร่งการรถไฟฯ ตัดสินใจแยกทรัพย์สิน-หนี้สิน คาดได้เงินหมุนเวียนจากคลัง เชื่อจะเลิกขาดทุนปี61
นายจำรูญ ตั้งไพศาลกิจ ประธานคณะกรรมการบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิง กล่าวว่าบริษัทได้หารือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ 100% ถึงแนวทางการแยกการบริหารจัดการและจัดเก็บรายได้ของบริษัท ออกจาก ร.ฟ.ท. โดยอ้างถึงผลการศึกษาของสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ทั้งนี้ผลการศึกษาได้สรุปไว้ 3 แนวทาง 1.ให้แยกทรัพย์สินและหนี้สินออกจากกันทั้งหมด 2. แยกเฉพาะส่วนที่แยกได้ เช่น ขบวนรถและอาณัติสัญญาณ 3.ตั้ง บริษัทเป็นหน่วยธุรกิจหนึ่งของ ร.ฟ.ท. แต่แนวทางที่จะเป็นไปได้มากที่สุด คือแนวทางที่ 2 เพราะการดำเนินตามแนวทางที่ 1 และ 3 มีความยุ่งยาก ซึ่งร.ฟ.ท. มีแนวโน้มเห็นด้วยกับแนวทางที่ 2 แต่ต้องหารือว่าจะแยกทรัพย์สินหรือหนี้สินส่วนใด โดยเห็นว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานปัจจุบัน ร.ฟ.ท. ต้องรับภาระอยู่ 20,000-30,000 ล้านบาทนั้น กระทรวงการคลังคงรับภาระไป ตามนโยบายของภาครัฐที่จะเป็นผู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหากมีการโอนหัวรถจักรและขบวนรถไฟทั้ง 9 ขบวน มูลค่า 4,000 ล้านบาท เป็นทรัพย์สินของบริษัท ก็จะมีรายได้จากค่าโดยสารและพร้อมจะจ่ายดอกเบี้ยของขบวนรถไฟแทน ร.ฟ.ท. หรือเป็นการทยอยใช้หนี้คืนได้ และพร้อมเช่าสถานีของ ร.ฟ.ท. เพื่อให้บริหารจัดการง่ายขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาว่า หากบริษัทได้รับเงินทุนหมุนเวียนจากกระทรวงการคลัง 1,860 ล้านบาท จะช่วยเป็นทุนหมุนเวียนซึ่งบริษัทมีรายจ่ายค่าบำรุงรักษากว่า 700-800 ล้านบาทต่อปี และปี 2561 ที่บริษัทจะมีรถไฟใหม่มาให้บริการอีก 7 ขบวน มีผู้โดยสารเพิ่มจาก 14 ล้านคนต่อปี เป็น 30 ล้านคนต่อปี จะมีรายได้เพิ่มจาก 500 ล้านบาท เป็น 1,000 ล้านบาท จะมีรายได้เพียงพอค่าใช้จ่าย
ผลการศึกษายังเสนอให้ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรใหม่โดยเฉพาะค่าตอบแทนของบุคคลกร ปัจจุบันบุคลากรในวงการรถไฟมีไม่เพียงพอทำให้มีการซื้อตัวกันสูง
ขณะนี้บริษัท กำลังทำข้อมูลการแยกทรัพย์สินและหนี้สิน จะหารือกับ ร.ฟ.ท. อีกครั้งสัปดาห์หน้า เรื่องนี้ต้องตัดสินใจรวมถึงจะถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟู ร.ฟ.ท.
พล.อ.อ.คำรบ ลียะวณิช รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ม. จำกัด กล่าวว่าบริษัทต้องเร่งดำเนินการซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์เป็นอันดับแรก จากนั้นจะมีการตั้งคณะกรรมการพิจารณาทั้งความพร้อมด้านบุคลากรและทรัพย์สิน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องพิจารณา ต้องรอผลการศึกษาที่ชัดเจนก่อน
แหล่งข่าวจาก ร.ฟ.ท. กล่าวว่ารูปแบบการแยกการบริหารจัดการระหว่างบริษัท รถไฟฟ้าฯ และ ร.ฟ.ท. คงยังจะให้บริษัท รถไฟฟ้าฯ เป็นลูกของ ร.ฟท. อยู่ภายใต้นโยบายของกระทรวงคมนาคมเหมือนเดิม แต่บริษัทจะได้รับทรัพย์สินบางอย่างจาก ร.ฟ.ท. เช่น ขบวนรถ หรือทรัพย์สินที่สร้างรายได้ เพื่อให้บริหารงานได้คล่องตัวมากขึ้น แต่หากบริษัทรถไฟฟ้าฯ จะซื้อขบวนรถหรือทรัพย์สินเพิ่มเติมคงต้องหารือกับกระทรวงการคลัง เพื่อค้ำประกันเงินกู้ให้ ส่วนแผนการฟื้นฟู ร.ฟ.ท. คาดจะแล้วเสร็จปลายสัปดาห์









