วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บุณยสิทธิ์'ฟันธงกำลังซื้อครึ่งปีหลังฟื้นยาก

"บุณยสิทธิ์" ประธานเครือสหพัฒน์ ประเมินเศรษฐกิจปีนี้ ฟื้นยาก จี้รัฐบาลใหม่เร่งเครื่องส่งออก

เพิ่มเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ กู้กำลังซื้อ หลัง 2-3 เดือนที่ผ่านมาการจับจ่ายไม่ดีดังคาด กำชับบริษัทในเครือประคองธุรกิจไม่ให้ "ขาดทุน" สิงห์โอดยอดขายครึ่งปีทรงตัว ขณะที่ภาพรวมตลาดเบียร์ครึ่งปีแรกโตต่ำสุดในรอบทศวรรษ "ไทยเบฟ"ยอดขายสินค้าเชิงปริมาณติดลบ

สถานการณ์กำลังซื้อที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น หลังการเข้ามาบริหารประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่จากการสอบถามจากนักธุรกิจรายใหญ่หลายราย กลับพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ปัจจุบันกำลังซื้อยังไม่กลับมาดีอย่างที่คาด ทำให้ประเมินว่าช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ จะไม่สามารถผลักดันเศรษฐกิจทั้งปีให้ฟื้นกลับมาได้

นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภครายใหญ่ของประเทศ เปิดเผยถึงแนวโน้มกำลังซื้อผู้บริโภคช่วงครึ่งปีหลังว่า ยังไม่ดีนัก สาเหตุหนึ่งเกิดจากคสช.เข้ามาบริหารประเทศ ได้เข้ามาจัดระเบียบธุรกิจนอกระบบ ธุรกิจใต้ดินต่างๆ ทำให้เม็ดเงินหายจากระบบเศรษฐกิจจำนวนหนึ่ง จึงทำให้ประชาชนมีอำนาจซื้อลดลง ส่งผลให้กำลังซื้อโดยรวมยังไม่ฟื้นตัว โดยเห็นว่ากำลังซื้อจะกลับมาได้ รัฐบาลใหม่ต้องเข้าไปแก้ไขปัญหาการส่งออกที่ชะลอตัว เพื่อดึงเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจให้มากขึ้น

ทั้งนี้ เห็นด้วยที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ปรับประมาณการเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ลงเหลือ 1.5-2% โดยเห็นว่าครึ่งปีหลังจากนี้เศรษฐกิจไม่น่าจะฟื้นกลับมา เพราะเศรษฐกิจโลกยังไม่ฟื้นตัวดีนัก ส่วนทิศทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อปี 2558 ต้องรอดูการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่อีกครั้งจึงจะประเมินได้

ส่วนนโยบายการขับเคลื่อนธุรกิจของเครือสหพัฒน์ ยังคงเน้นบริหารจัดการธรกิจในเครือ ไม่ให้ขาดทุน

"โลว์ซีซัน"ฉุดกำลังซื้อไตรมาสสามไม่ฟื้น

ด้านนายอลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์แอลจี เห็นสอดคล้องว่า กำลังซื้อในไตรมาส 3 ยังทรงตัว ส่วนหนึ่งเพราะเป็นอยู่ในช่วงโลว์ซีซันของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้า และทุกธุรกิจอยู่แล้ว ทำให้ผู้ประกอบการเน้นเตรียมความพร้อมรับมือตลาดที่น่าจะฟื้นตัวในไตรมาส 4 เนื่องจากผู้บริโภคอั้นการจับจ่ายใช้สอยมาเป็นเวลานาน

โดยภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าครึ่งปีแรกเติบโตเพียง 4% ต่ำสุดในรอบ 5 ปี จากปกติตลาดจะเติบโต 8-10% ต่อเนื่อง ส่วนภาพรวมยอดขายแอลจี 7 เดือนที่ผ่านมา เติบโต 6-7% ต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ว่าจะเติบโตได้ 15% และจากสถานการณ์กำลังซื้อชะลอตัว ทำให้บริษัทคาดยอดขายทั้งปีจะเติบโตเพียง 10% เท่านั้น

สินค้าเกษตรราคาตก-กดกำลังซื้อปุ๋ย

ส่วนนายวุฒิพงษ์ หวังสันติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัทเทอราโกรเฟอร์ดิไลเซอร์ จำกัด ผู้ผลิตปุ๋ยตรามงกุฎ ในเครือทีซีซี กล่าวว่า กำลังซื้อผู้บริโภคอยู่ในเกณฑ์ดี แต่เป็นห่วงสินค้าเกษตรทั้งยางพารา ข้าวที่ราคาตกต่ำ ส่งผลให้เกษตรกรซื้อปุ๋ยสูตรที่มีราคาต่ำลงตามไปด้วย

นอกจากนี้ ต้นทุนแม่ปุ๋ยในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการไม่กล้านำเข้า เพราะยังไม่เห็นความชัดเจนของนโยบายการควบคุมราคาปุ๋ย ที่คสช.ขอความร่วมมือถึง 31 ต.ค.นี้ หากนำเข้ามาแล้ว ยังคุมราคาอยู่ อาจประสบปัญหาขาดทุนได้ สถานการณ์ดังกล่าว อาจทำให้ตลาดปุ๋ยเกิดภาวะชะงักงัน

ตลาดเบียร์"ครึ่งปีแรก"ต่ำสุดในทศวรรษ

ด้านนายปิติ ภิรมย์ภักดี กรรมการบริหาร บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยภาพรวมตลาดเบียร์ในช่วงครึ่งปีแรกว่า ยอดขายติดลบกว่า 10% ต่ำสุดในรอบ 12 ปี (1 ทศวรรษ) โดยมีมูลค่าเชิงปริมาณอยู่ที่กว่า 1,000 ล้านลิตร คิดเป็นมูลค่ากว่าแสนล้านบาท เพราะตลาดเผชิญปัจจัยลบหลายด้าน โดยเฉพาะการชุมนุมทางการเมือง ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว ทำให้กำลังซื้อลดลงค่อนข้างมาก ส่วนแนวโน้มภาพรวมตลาดเบียร์ครึ่งปีหลัง คาดเริ่มฟื้นกลับมา โดยจะส่งผลให้ตลาดเบียร์ทั้งปีติดลบ 5%

ขณะที่ภาพรวมยอดขายเบียร์สิงห์ช่วงครึ่งปีแรกทรงตัว เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้เคยตั้งเป้ายอดขายทั้งปีอยู่ที่ 1.1-1.2 แสนล้านบาท เติบโต 6-7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

ไทยเบฟยอดขายเชิงปริมาณ"ติดลบ"

ขณะที่บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตเบียร์ช้าง รายงานผลประกอบการครึ่งปีแรกต่อตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ โดยภาพรวมไตรมาส 2 ยอดขายกว่า 4 หมื่นล้านบาท เติบโต 8.7% จากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ที่มียอดขายกว่า 3.68 หมื่นล้านบาท และมีกำไร 4,677 ล้านบาท เติบโต 30.2% จากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ที่มีกำไร 3,593 ล้านบาท

เมื่อรวมผลประกอบการครึ่งปีแรก พบว่ามียอดขายกว่า 8.1 หมื่นล้านบาท เติบโต 6.7% จากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ซึ่งมียอดขาย 7.59 หมื่นล้านบาท และมีกำไรกว่า 1.03 หมื่นล้านบาท เติบโต 31.6% จากช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ซึ่งมีกำไร 7,830 ล้านบาท

โดยพบว่ายอดขายในเชิงปริมาณกลับพบว่า “ติดลบ” เป็นส่วนใหญ่ โดยกลุ่มเบียร์มียอดขาย 289 ล้านลิตร ติดลบ 7.8% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ที่มียอดขาย 313 ล้านลิตร เสริมสุข (น้ำอัดลม-น้ำดื่ม) มียอดขาย 475 ล้านลิตร ติดลบ 2.4% จากปีที่ผ่านมา ที่มียอดขาย 487 ล้านลิตร โซดามียอดขาย 13 ล้านลิตร ติดลบ 4.8% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ที่มียอดขาย 14 ล้านลิตร ขณะที่น้ำดื่มมียอดขาย 109 ล้านลิตร เติบโต 16.7% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ที่มียอดขาย 93 ล้านลิตร ตามด้วยสุรามียอดขาย 275 ล้านลิตร เติบโต 1.6% จากปีที่ผ่านมา ที่มียอดขาย 271 ล้านลิตร และโออิชิ มียอดขาย 148 ล้านลิตร เติบโต 0.5% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ที่มียอดขาย 147 ล้านลิตร

สหพัฒน์ผนึกพันธมิตรรุกร้านอาหารญี่ปุ่น

นายบุณยสิทธิ์ ยังกล่าวว่า ได้ร่วมมือกับ บริษัท เอ.ที.วี.โฮลดิ้ง จำกัด (นิปปอนเต กรุ๊ป) และบริษัท ซาโต เรสเตอรองต์ ซิสเท็มส์ จำกัด จากญี่ปุ่น จัดตั้งบริษัท นิปปอนเต ซาโต จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท แบ่งเป็นผู้ถือหุ้นโดยนิปปอนเต กรุ๊ป ถือหุ้นในนามบริษัท เอ.ที.วี.โฮลดิ้ง จำกัด สัดส่วน 61% เครือสหพัฒน์ 20% และบริษัท ซาโต เรสเตอรองต์ ซิสเท็มส์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น 19%

จากการร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อเปิดร้าน “วาโชกุ ซาโต” ซึ่งเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์ครอบครัว ด้วยสาขาที่กระจายอยู่ 197 สาขาในญี่ปุ่น อินโดนีเซีย 1 สาขา ไต้หวัน 2 สาขา และกำลังจะเปิด อีก 1 สาขาที่ไต้หวัน

โดยร้านวาโชกุ ซาโต สาขาแรกในไทยจะเปิดในคอมมูนิตี้มอลล์ไสตล์ญี่ปุ่น “เจพาร์ค” ในอ.ศรีราชา ซึ่งบริหารงานโดยสหพัฒน์ คาดเปิดได้ในวันที่ 19 ต.ค.นี้

นายกิตติ อุรุพัฒนาการ ประธาน บริษัท เอ.ที.วี.โฮลดิ้ง จำกัด (นิปปอนเต กรุ๊ป) ผู้บริหารอาหารญี่ปุ่น กล่าวว่า เตรียมแผนขยายสาขาร้านดังกล่าวให้ครบ 8 สาขา ตามแผนที่วางไว้ใน 5 ปีจากนี้ โดย 3 ปีแรกจะเป็นการขยายแบบค่อยเป็นค่อยไป หรือ 1 สาขา และปีที่ 4 เป็นต้นไปจะขยายให้ครบ 8 สาขาตามเป้า โดยเน้นพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และจ.ระยอง และเตรียมแผนช่วง 3 ปีจากนี้ จะขยายไปยังกลุ่มอาเซียน ได้แก่ พม่า กัมพูชา และลาว