วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

BGH - ซื้อ

ซื้อสะสมหุ้นก่อนรายงานกำไรหลักทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 3/57

ประเด็นการลงทุน

เราแนะนำให้ซื้อสะสมหุ้นก่อนที่บริษัทจะรายงานกำไรหลักทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 3/57 และเข้าซื้อกิจการใหม่ (เราคาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4/57) BGH มีระดับการซื้อขายอยู่ที่ PER ปี 2558 ที่ 33 เท่า (สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวของบริษัทตั้งแต่ปี 2549-56 อยู่ 1 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน) แต่หุ้นสามารถปรับระดับการซื้อขายขึ้นไปสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 2 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานในช่วงที่บริษัทรายงานกำไรเติบโตแข็งแกร่ง เรายังคงราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ไว้เท่าเดิมที่ 20.50 บาท (อ้างอิงจากวิธี DCF โดยมี WACC ที่ 9.0% และ terminal growth rate ที่ 2%)

ปริมาณผู้ป่วยชาวต่างชาติกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่ต้นเดือนส.ค.จนถึงปัจจุบัน

หลังจากปัญหาความไม่สงบทางการเมืองในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 และเทศกาลรอมดอนในเดือนก.ค. ผู้บริหารแนะว่าปริมาณผู้ป่วยชาวต่างชาติจะกลับมาฟื้นตัวในเดือนส.ค. (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงตะวันออกกลาง) ดังนั้นเราคาดว่ารายได้จากผู้ป่วยชาวต่างชาติในไตรมาส 3/57 จะเติบโตด้วยเลขสองหลักเมื่อเทียบจากปีก่อน หรือเพิ่มขึ้น 6% YoY จากช่วงครึ่งแรกของปี 2557 ปริมาณผู้ป่วยชาวไทยยังคงแข็งแกร่ง ทั้งนี้ BGH แนะว่ารายได้กลุ่มการแพทย์เติบโต 11% YoY ตั้งแต่ต้นไตรมาสจนถึงปัจจุบัน (เติบโต 12% YoY ในไตรมาส 1/57 และ 9% YoY ในไตรมาส 2/57)

รายงานกำไรไตรมาส 3/57 ทำสถิติสูงสุดใหม่

เราคาดว่าบริษัทจะรายงานกำไรหลักทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 3/57 โดยมีปัจจัยหนุนมาจากช่วงไฮซีซั่นและการรวมผลการดำเนินงานของกลุ่มโรงพยบาลสนามจันทร์เข้ามา (เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.) เราประมาณการโดยคร่าวว่ารายได้กลุ่มการแพทย์จะทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท (เพิ่มขึ้น 15% YoY และ 17% QoQ) และกำไรหลักจะเติบโตถึง 35% YoY และ 40% QoQ (เทียบกับกำไรหลักของ SET ที่ทรงตัวทั้ง YoY และ QoQ) ทั้งนี้รายได้จากกลุ่มโรงพยาบาลสนามจันทร์คิดเป็น 2% ของประมาณการกำไรหลักของเราในไตรมาส 3/57 BGH อาจรับรู้กำไรจากจากการปรับมูลค่าเงินลงทุนตามราคาตลาดจากการเข้าซื้อกลุ่มโรงพยาบาลสนามจันทร์ (เรายังไม่ได้รวมกำไรในส่วนดังกล่าวเข้ามาในโมเดลของเรา)

เน้นเพิ่มอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา แม้ว่าจะมีการเปิดให้บริการโรงพยาบาลแห่งใหม่

ผู้บริหารแนะว่าอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคาจะเติบโต 1.7% YoY มาอยู่ที่ 23% สำหรับปี 2557 กำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคาเพิ่มสูงขึ้นเพียง 0.8% YoY ในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 แสดงให้เห็นว่าอัตรากำไรจะเติบโตสูงขึ้น HoH ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557

ทั้งนี้ โรงพยาบาลทั้ง 6 แห่งที่เริ่มเปิดให้บริการในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 (โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่เปิดเมื่อวันที่ 11 ก.ค. และโรงพยาบาลอีก 5 แห่ง เตรียมเปิดให้บริการในไตรมาส 4/57 ดูรายละเอียดในตารางที่ 10) แต่บริษัทตั้งเป้าที่จะเพิ่มอัตรากำไรสำหรับโรงพยาบาลที่เปิดให้บริการอยู่แล้วเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายอัตรากำไรทั้งปีของบริษัท นอกจากนี้ BGH ยังวางแผนที่จะเพิ่มอัตรากำไรของธุรกิจที่ไม่ใช่โรงพยาบาลด้วยเช่นกัน ในขณะนี้บริษัทได้ลงทุนเข้าซื้อบริษัท เซฟดรักเซ็นเตอร์ จำกัด เป็นจำนวน 380 ล้านบาท (รวม 107 สาขาทั่วประเทศ) ซึ่งจะเป็นช่องทางในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ของบริษัทผลิตเอง

หุ้นกู้แปลงสภาพจำนวน 1 หมื่นล้านบาทจะหนุนการเข้าซื้อกิจการใหม่

ภายในสิ้นปี 2557 BGH จะออกหุ้นกู้แปลงสภาพ (CB) สำหรับนักลงทุนต่างชาติ โดยมีจำนวนสูงสุด 1 หมื่นล้านบาท มีระยะเวลา 5 ปี ทั้งนี้หากหุ้นกู้ทั้งหมดถูกแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญ ผลกระทบจาก dilution จะอยู่ที่ 3.5% แต่หุ้นกู้แปลงสภาพจะนำมาซึ่งแหล่งเงินทุนสำหรับการเข้าซื้อกิจการใหม่ BGH ตั้งใจที่จะเข้าซื้อโรงพยาบาลใหม่ 7 แห่ง (โรงพยาบาลที่เปิดให้บริการอยู่แล้ว) ภายในสิ้นปี 2558 เราคาดว่าเงินจากการออกหุ้นกู้จะสามารถเพิ่มเตียงผู้ป่วยในอีกประมาณ 1,000 เตียง (คิดเป็นอัตราการให้บิรการเพิ่มขึ้น 13%) หลังจากการออกหุ้นกู้แปลงสภาพ เราคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิจะอยู่ที่ 0.1 เท่า (อัตราส่วน ณ สิ้นเดือนมิ.ย.อยู่ที่ 0.5 เท่า)