วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Auto Sector

ยอดผลิตรถยนต์กำลังจะกลับมาเติบโต

ปัญหา Over Supply ใกล้สิ้นสุด

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รายงานยอดผลิตรถยนต์เดือน ก.ค. ที่ 1.5 แสนคัน ตํ่ากว่ายอดขายในประเทศรวมกับยอดส่งออกอยู่ที่ 1.6 แสนคัน เป็นเดือนที่ 5 คิดเป็นยอดผลิตตํ่ากว่ายอดขายสะสมในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2557 กว่า 6 หมื่นคัน ทำให้เราคาดว่าผลกระทบจาก Over Supply จากนโยบายรถคันแรกใกล้จะสิ้นสุดลง และคาดยอดผลิตรถยนต์ฟื้นตัวขึ้นในช่วงที่เหลือของปีตามภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัวแข็งแรงใน 4Q57 สอดคล้องกับที่ ส.อ.ท. คาดการณ์ยอดผลิตรถยนต์ 3 เดือนข้างหน้า (เดือน ส.ค. - ต.ค.) อยู่ที่ 5.4 แสนคัน หรือคิดเป็นยอดเฉลี่ย 1.8 แสนคันต่อเดือน

คาดผลประกอบการฟื้นตัวตั้งแต่ 3Q57

จากยอดผลิตรถยนต์ในเดือน ก.ค.และตัวเลขคาดการณ์ยอดผลิต 3 เดือนข้างหน้าเฉลี่ย ทำให้เราคาดยอดผลิตรถยนต์ในช่วง 3Q57 จะฟื้นตัวกว่า 17% QoQ เป็น 5.1 แสนคัน และคาดฟื้นตัวต่อเนื่องไปถึง 4Q57 เป็น 5.4 แสนคัน เนื่องจากเป็นฤดูขายรถยนต์ (งานมอเตอร์เอ็กซ์โปร์เดือน พ.ย.-ธ.ค.) และเป็นช่วงที่เศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวเต็มที่ รวมเป็นยอดผลิตรถยนต์ปีนี้ที่ 2 ล้านคัน เราจึงคาดผลประกอบการของบริษัทในกลุ่ม Auto ที่เราศึกษาจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นตั้งแต่ 3Q57 และกลับมาเติบโตโดดเด่นในงวด 4Q57 ทั้งนี้ เราคาดผลประกอบการครึ่งปีหลังเติบโตกว่า 44% จากครึ่งปีแรก

คาดกำไรปี 58 เติบโต 15% YoY

การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ขึ้นอยู่กับตลาดรถยนต์ในประเทศเป็นสำคัญ ขณะที่สำนักวิจัยเศรษฐกิจหลายแห่งคาดการณ์อัตราการเติบโตของ GDP ปี 2558 อยู่ที่ 3.5 - 4.5% เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่ 1.5 - 2% ทำให้เราเชื่อว่าตลาดรถยนต์ในประเทศจะกลับมาขยายตัว ทำให้ยอดผลิตรถยนต์ปี 2558 จะเติบโต 8% YoY เป็น 2.2 ล้านคัน (สมมติฐานยอดผลิตรถยนต์อยู่ที่ 1.8 แสนคันต่อเดือน เท่ากับเดือน ส.ค.-ต.ค.) ทำให้ผลประกอบการปี 2558 กลุ่ม Auto ที่เราศึกษากลับมาเติบโต 15% YoY ทั้งนี้ ยอดผลิตรถยนต์มีโอกาสเติบโตสูงกว่าคาดหากเปรียบเทียบจากสถิติในอดีตถ้าอัตราการเติบโตของ GDP อยู่ที่ 4 - 5% YoY ยอดผลิตรถยนต์จะเติบโตได้กว่า 10 - 15% YoY

ปรับไปใช้มูลค่าเหมาะสม 12 เดือนข้างหน้า

จากสถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์ที่ผ่านจุดตํ่าสุดและมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง ทำให้เราปรับไปใช้มูลค่าเหมาะสม 12 เดือน ดังนี้ AH 20.10 บาท (จากเดิม 18.50 บาท) SAT 22.70 บาท (จากเดิม 19.10 บาท) STANLY 203 บาท (จากเดิม 174 บาท) และ TKT 2.58 บาท (จากเดิม 2.06 บาท) โดยทั้งหมดยังคงประเมินด้วยวิธี P/E Multiple 12 เท่า อ้างอิงจาก P/E ระดับปกติที่ 10 – 12 เท่า และเปลี่ยนคำแนะนำหุ้น SAT เป็น “ซื้อ” (จากเดิม “ถือ”) และ TKT เป็น “ถือ” (จากเดิม “ขาย”)

เลือก AH เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มฯ

เราเพิ่มนํ้าหนักการลงทุนหุ้นกลุ่ม Auto เป็น “Overweight” (จากเดิม “Neutral”) เนื่องจากสถานการณ์อุตสาหกรรมกำลังอยู่ในช่วงกลับมาฟื้นตัว และเป็นกลุ่มที่จะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจในประเทศใน 4Q57 โดยเราเลือก AH (ซื้อ / 20.1 บาท) เป็นหุ้นเด่นของกลุ่มฯ โดยมีความน่าสนใจจากระดับราคาหุ้นที่ยังถูก โดยซื้อขายที่ระดับ 9 เท่า P/E ปี 57 ตํ่ากว่าของกลุ่มที่ระดับ 11 – 15 เท่า และยังตํ่ากว่ามูลค่าทางบัญชี ณ สิ้นงวด 2Q57 อยู่ที่ 17 บาท และคาดสิ้นปี 57 อยู่ที่ 17.7 บาท และเราคาดกำไรปกติงวด 2H57 เติบโตกว่า 83% จากครึ่งปีแรก