วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Thai Oil : TOP

แนวโน้มกำไร 3Q57 ยังอ่อนแอต่อเนื่อง

แรงกดดันจากอุปทานลด หนุนส่วนต่างราคาพาราไซลีนฟื้น

ส่วนต่างราคาพาราไซลีน (Px-ULG95) ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ค่าเฉลี่ย Px-ULG95 ในช่วง 2Q57 (QTD) เพิ่มขึ้น 81% QoQ อยู่ที่ 403 เหรียญต่อตันหลังไปทำจุดตํ่าสุดที่ของปีที่ 150 – 160 เหรียญต่อตันในช่วงเดือน เม.ย. – พ.ค. ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากโรงงานพาราไซลีนในภูมิภาคที่มีต้นทุนผลิตสูง มีการปรับลดกำลังผลิตรวมไปถึงการหยุดผลิตจำนวนมากในญี่ปุ่นและจีนรวมไปถึงการประกาศเลื่อนแผนการผลิตของโรงงานพาราไซลีนใหม่ในภูมิภาค ทำให้แรงกดดันจากอุปทานต่อส่วนต่างราคาพาราไซลีนลดลง

แต่ค่าการกลั่นลด จะฉุดกำไร 3Q57

เรามองว่ากำไรจากธุรกิจการกลั่นของ TOP ใน 3Q57 ยังมีความเสี่ยงจากค่าการกลั่นที่ลดลงตามฤดูกาล โดยค่าการกลั่นในกลุ่มนํ้ามันเบนซินได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากผ่านช่วง Driving Season ในสหรัฐฯ ทำให้ค่าการกลั่นตลาดสิงค์โปร์ล่าสุดลดลงไปกว่า 36% QoQ เหลือ 3.7 เหรียญต่อบาร์เรล และความเสี่ยงต่อการรับรู้ Stock Loss จากราคานํ้ามันดิบที่ปรับลดลง โดยปัจจุบันราคานํ้ามันดิบล่าสุดลดลง 9 เหรียญต่อบาร์เรล เมื่อเทียบกับราคาปิด ณ สิ้น 2Q57 ที่ 109 เหรียญต่อบาร์เรล ขณะที่ 2Q57 ที่ผ่านมา TOP มี Stock Gain กว่า 1.1 พันล้านบาท

การลงทุนในต่างประเทศคืบหน้า คาดได้ข้อสรุปปลายปี 57

TOP อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าไปพัฒนาธุรกิจการกลั่นในต่างประเทศ 2 แห่ง ได้แก่ การลงทุนร่วมกับ Pertamina เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการกลั่นของโรงกลั่นทั้ง 5 แห่ง ซึ่งปัจจุบันยังคงผลิตปิโตรเลียมภายใต้มาตรฐาน EURO2 เท่านั้น (ประเทศไทยเป็น EURO4) รวมทั้งโครงการ WAX Upgrading คาดว่าจะได้ข้อสรุปในปี 2558 และโครงการปรับปรุงโรงกลั่นและความเป็นไปได้ในการสร้างโรงกลั่นใหม่ในประเทศพม่า ปัจจุบัน TOP กำลังยื่นขออนุญาตจากภาครัฐในการดำเนินงานทั้ง 2 โครงการคาดว่าจะได้ข้อสรุปปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า เรามองเชิงบวกเนื่องจากเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการเติบโตอีกทั้งสถานะของประเทศยังเป็นผู้นำเข้าสุทธิในผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูปถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับ TOP

รอการฟื้นตัวของธุรกิจ

แม้ระยะสั้น TOP ขาดปัจจัยบวกสนับสนุนการลงทุนที่ชัดเจน แต่จากข้อมูลที่เราได้รับล่าสุดยังไม่พบปัจจัยลบใหม่ ทำให้เราเชื่อว่าราคาหุ้นที่ปรับลดลงในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา สะท้อนปัจจัยลบจากแรงกดดันด้านอุปทานไปหมดแล้ว ทำให้เราแนะนำ “ถือ” เนื่องจาก TOP ยังคงให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลเฉลี่ย 4% ระหว่างปี 2557 – 2558 มากที่สุดในกลุ่มธุรกิจการกลั่น (คาด BCP ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล 3.2%)