วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยังมีมุมมองบวกกับการลงทุนในตลาดหุ้นไทย

กำไรสุทธิบจ.ช่วง 1H57 ขยายตัว 3%YoY

กำไรสุทธิไตรมาส 2/57 ของบริษัทจดทะเบียน (รวม MAI) ที่เรารวบรวมล่าสุดเติบโต 17%YoY แต่ลดลง 13%QoQ เป็น 1.94 แสนล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิ 1H57 เติบโต 3%YoY เป็น 4.16 แสนล้านบาท กลุ่มที่มีกำไรสุทธิเติบโตแกร่งใน 2Q57 โดยเฉพาะเมื่อเทียบ YoY คือ ธุรกิจเกษตร, พลังงาน, อาหาร & เครื่องดื่ม, เครื่องใช้ในครัวเรือน, บรรจุภัณฑ์, ปิโตรเคมี, อสังหาริมทรัพย์, กองทุนอสังหาฯ & REIT กลุ่มที่มีกำไรสุทธิหดตัวใน 2Q57 คือ ยานยนต์และชิ้นส่วน, วัสดุก่อสร้างและบริการด้านก่อสร้าง, สื่อสาร, ประกันภัย, กระดาษ & เยื่อกระดาษ, เหล็ก, ท่องเที่ยว & โรงแรม และขนส่ง

คงคาดการณ์ EPS Growth ปีนี้ไว้ที่ 9% กำไรสุทธิ 1H57 ของบริษัทจดทะเบียนคิดเป็น 49% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปีที่ 8.45 แสนล้านบาท (+9%) ดังนั้นเราจึงคงคาดการณ์อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิปี 57 ไว้เท่าเดิม และปี 58 ที่ +12%

เป้าหมายดัชนีปีนี้ 1559 จุด ปีหน้า 1627 จุด ทาง Retail Research ประเมิน SET Index เป้าหมายของปี 57 ไว้ที่ 1559 จุด (อิงกับ EPS Growth 9% และ P/E เป้าหมายระดับ High ที่ 15.9 เท่า) ส่วนเป้าหมายของปี 58 เท่ากับ 1627 จุด (อิงกับ EPS Growth 12% และ P/E เป้าหมายระดับ Mid-high ที่ 14.8 เท่า ซึ่งน้อยกว่าปี 57 เนื่องจากระหว่างปี 57-58 อาจมีปัจจัยเสี่ยง/ไม่แน่นอนในทางลบเกิดขึ้น)

ธปท.จะทบทวนตัวเลขประมาณการ GDP Growth ปี 57-58 ของไทย ในการประชุมกนง.ครั้งต่อไปในเดือนก.ย.57 จากปัจจุบันที่คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโต 1.5% ในปีนี้ และขยายตัวเพิ่มเป็น 5.5% ในปีหน้า ปัจจัยที่จะทำให้ธปท.ปรับเพิ่มประมาณการ คือ การลงทุนภาคเอกชนและภาครัฐ เราคาดว่าเม็ดเงินลงทุนในโครงการใหม่จะเข้าสู่ระบบในปี 58 เราประเมินว่าเม็ดเงินจากการลงทุนภาครัฐและเอกชนใหม่จะเข้ามาใน 2H57 ไม่มากนัก เพราะเป็นช่วงรอดูนโยบายรัฐบาลและทบทวนโครงการ แต่จะเริ่มเข้ามาตั้งแต่ต้นปี 58 และมากขึ้นใน 2H58 อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว และมีทิศทางที่เป็นขาขึ้นตั้งแต่ 3Q57 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นปัจจัยดึงดูดหลักให้นักลงทุนยังสนใจเข้ามาลงทุนทั้งโดยตรงและในตลาดรอง ซึ่งรวมถึงหุ้นด้วย

โดยรวมยังมีมุมมองที่เป็นบวกกับตลาดหุ้นไทย แม้ว่าระยะสั้นจะมีความผันผวนจากแรงขายทำกำไรหลังสิ้นสุดรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/57 และมี Overhang เรื่องผลกระทบจากการปฏิรูป ทั้งในด้านพลังงาน, โครงสร้างและแผนลงทุนของรัฐวิสาหกิจ, ระบบคมนาคมขนส่ง, การศึกษา, สิ่งแวดล้อม ฯลฯ ซึ่งในบางโอกาสองค์กรต่างๆ อาจมีภาพของการถูกแทรกแซงบ้าง แต่เชื่อว่าจุดมุ่งหมายและการดำเนินการเพื่อทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าอย่างราบรื่น และเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและยั่งยืนจะช่วยลดความเป็นลบและทำให้นักลงทุนทั้งภายในและภายนอกยังมีความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย

แนะนำเลือกซื้อลงทุนหุ้นพื้นฐานดีที่อิงกับเศรษฐกิจภายในประเทศ ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน แนะนำเลือกซื้อหุ้นพื้นฐานดีเพื่อลงทุนระยะกลาง-ยาว ซึ่งกลุ่มอุตสาหกรรมที่เราให้น้ำหนักการลงทุน Overweight คือ กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับอุปสงค์ในประเทศ และขนส่ง ซึ่งคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ, ท่องเที่ยว & โรงแรม ที่ประเมินว่าจะฟื้นตัวแกร่งใน 4Q57 ได้แก่

ธนาคารพาณิชย์ (หุ้นพื้นฐาน : KBANK, KTB, BBL หุ้น Dark Horse : TMB)

รับเหมา & วัสดุก่อสร้าง (หุ้นพื้นฐาน : CK, STEC, SCC หุ้น Dark Horse : SYNTEC)

พาณิชย์ & อาหาร (หุ้นพื้นฐาน : BIGC, MC, GFPT)

ที่พักอาศัย & ให้เช่าพื้นที่ (หุ้นพื้นฐาน : AP, QH, SPALI, CPN หุ้น Dark Horse : RML, SC)

ขนส่ง & ท่องเที่ยว & โรงแรม (หุ้นพื้นฐาน : AOT, MINT)