ประชุมนักวิเคราะห์ - กำไรสุทธิช่วงครึ่งปีหลังเติบโตแข็งแกร่ง
ประเด็นการลงทุน
หลังประชุมนักวิเคราะห์ เรามีความมั่นใจอย่างมากว่ากำไรสุทธิช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ของ TUF จะเติบโตทั้ง YoY และ HoH ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากมาร์จิ้นของธุรกิจทูน่าแบรนด์ที่ยังทรงตัวในระดับสูง มาร์จิ้นของธุรกิจทูน่ารับจ้างผลิตทูน่าที่ปรับตัวสูงขึ้น ธุรกิจกุ้งที่เติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง (ซึ่งจะได้รับปัจจัยหนุนจากผลผลิตกุ้งของทั้งอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น) และการฟื้นตัวเป็นกำไรของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ เราปรับเพิ่มคำแนะนำจาก ซื้อเก็งกำไร เป็น ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ ณ สิ้นปี 2558 ที่ 82 บาท
สรุปผลประกอลการไตรมาส 2/57 - สูงกว่าคาด
TUF รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/57 ที่ 1.52 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 324% YoY และ 60% QoQ ถ้าไม่รวมรายการพิเศษ ได้แก่กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 141 ล้านบาทในไตรมาส 2/57 กำไรหลักอยู่ที่ 1.38 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 132% YoY และ 82% QoQ กำไรสุทธิสูงกว่าคาด 23% กำไรหลักสูงกว่าคาด 12% เนื่องจากภาษีจ่ายที่ต่ำกว่าคาด (เนื่องจากการบันทึกรายการเครดิตภาษีของบริษัทย่อยในสหรัฐฯ ในไตรมาส 2/57) รายได้ กำไรขั้นต้น และอัตรากำไรขั้นต้นเป็นไปตามคาด
กำไรที่เติบโตก้าวกระโดด YoY เนื่องมาจากอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจทูน่าแบรนด์ที่เพิ่มขึ้น (เนื่องจากราคาวัตถุดิบทูน่าที่ปรับตัวลดลง) และการฟื้นตัวเป็นกำไรของธุรกิจกุ้งส่งออกของไทย ส่วนกำไรที่เติบโต QoQ เนื่องจากปัจจัยด้านฤดูกาล อัตรากำไรขั้นต้นของทูน่าแบรนด์ที่เพิ่มขึ้น (ถึงแม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจเทรดดิ้งกุ้งแช่แข็งของสหรัฐฯ จะลดลงเล็กน้อย และอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่สหรัฐฯ ที่ลดลงเนืองจากการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษการปรับโครงสร้างธุรกิจจำนวน 6.4 ล้านเหรียญในไตรมาส 2/57) อัตรากำไรขั้นต้นสำหรับธุรกิจทูน่าแบรนด์เติบโตก้าวกระโดดเป็น 23.8% เพิ่มขึ้นจาก 18.2% ในไตรมาส 2/56 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบทูน่าที่ลดลงและการปรับราคาขายของผลิตภัณฑ์ทูน่าสำหรับผลการดำเนินงานในอียูตั้งแต่ต้นปี 2557 เป็นต้นมา อัตรากำไรขั้นต้นสำหรับธุรกิจทูน่ารับจ้างผลิตขยายตัวเพิ่มขึ้น 11.1% (จาก 7.3% ในไตรมาส 2/56) ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนจากปริมาณยอดขายทูน่ารับจ้างผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น
อัตรากำไรขั้นต้นสำหรับธุรกิจกุ้งแช่แข็งเติบโตก้าวกระโดดจาก 5% ในไตรมาส 2/56 มาเป็น 10% ในไตรมาส 2/57 เนื่องจากการปรับเพิ่มราคาขายตั้งแต่ไตรมาส 3/56 เป็นต้นมา (แต่ลดลงจาก 11% ในไตรมาส 1/57 เนื่องจากมาร์จิ้นของธุรกิจเทรดดิ้งกุ้งในสหรัฐฯ ที่ลดลง) อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงลดลงจาก 18.7% ในไตรมาส 1/57 เหลือเพียงแค่ 9.4% ในไตรมาส 2/57 (จากเหตุผลที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น)
มุมมองเชิงบวกจากการประชุมนักวิเคราะห์
เราคาดว่ามาร์จิ้นของธุรกิจทูน่าแบรนด์จะทรงตัวในระดับสูงต่อไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2557 เนื่องจากการปรับราคาขายที่มี lag time คิดเป็นประมาณ 4-6 เดือน ปริมาณยอดขายทูน่าแบรนด์มีแนวโน้มทยอยเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 เนื่องจากการทำการตลาดส่งเสริมการขายที่มากขึ้น เราคาดว่ามาร์จิ้นของธุรกิจทูน่ารับจ้างผลิตจะขยายตัวเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังเนื่องจากการปรับราคาขายเพิ่มขึ้น รวมถึงปริมาณยอดขายทูน่ารับจ้างผลิตที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้เราคาดผลการดำเนินงานของธุรกิจกุ้งมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นไปอีกในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ ได้ถึงจุดคุ้มทุนในเดือนมิ.ย.และเริ่มทำกำไรแล้วในเดือนก.ค. เราคาดว่าธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ มีแนวโน้มพลิกเป็นกำไรสุทธิในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ผู้บริหารคาดว่าธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงในสหรัฐฯ มีแนวโน้มพลิกจากขาดทุนเป็นกำไรหลักเล็กน้อยจากการดำเนินงานสำหรับทั้งปี 2557
บริษัทยังคงเป้ารายได้รวมของ TUF ที่ 4 พันล้านเหรียญสำหรับปี 2557 และเป้ารายได้รวมที่ 4.4 พันล้านเหรียญสำหรับปี 2558 (ถ้าหากไม่รวมการซื้อกิจการใหม่) หรือเป้ารายได้รวมที่ 5 พันล้านเหรียญ (ถ้าหากรวมการซื้อกิจการใหม่) เป้าหมายใหม่สำหรับอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2557 อยู่ที่ 15% (ปรับเพิ่มขึ้นจากอย่างต่ำที่ 14%)







