BCH : บริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 3/57 ที่ 110 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8%yoy แต่ลดลง 20.9%qoq ซึ่งตํ่ากว่าที่เราคาดไว้ เราคาดว่าการเติบโตจะแข็งแกร่งในไตรมาสที่ 3/57 เป็นต้นไป โดยจำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่มี gross margin ในระดับสูง จะยกระดับผลการดำเนินงานของ WMC (World Medical Center) ในครึ่งหลังปีนี้ ยอดขายและกำไรของผู้ป่วยประกันสังคม จะพุ่งขึ้นในครึ่งหลังปีนี้ จากการที่อุตสาหกรรมเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น BCH ยังคงเป็นหุ้นโรงพยาบาลที่มีมูลค่าถูกสุดในกลุ่ม คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 12 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
BCH ซื้อ ราคาพื้นฐาน 12 บาท
DRT : บริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2/57 ที่ 103 ล้านบาท ลดลง 25.4%yoy และ 14.2%qoq ซึ่งผลประกอบการอ่อนแอตามที่เราคาดไว้ อย่างไรก็ดีสิ่งเลวร้ายสุดได้ผ่านไปแล้ว การผ่อนคลายความตึงเครียดทางการเมือง และการกลับมาของยอดจับจ่ายใช้สอยผู้บริโภคในต่างจังหวัด จะเป็นฐานที่แข็งแกร่งในการฟื้นตัวของผลประกอบการของ DRT ตั้งแต่ไตรมาสที่ 3/57 เป็นต้นไป เราคาดว่า DRT จะกลับสู่การเติบโตอีกครั้งในปี 2558 คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วย upside ที่ 29% และผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 6% ราคาพื้นฐานที่ 8 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
DRT ซื้อ ราคาพื้นฐาน 8.00 บาท
LH : บริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2/57 ที่ 1,985.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.7%qoq และ 20.3%yoy จากการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ และ gross margin ที่กว้างขึ้น เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิในปี 2557-2558 ที่ 4.1% และ 0.8% ตามลำดับ เพื่อสะท้อนผลประกอบการที่ดีกว่าที่คาดในไตรมาสที่ 2/57 เราเชื่อว่าราคาหุ้น LH ในปัจจุบันได้สะท้อนความกังวล ของการแปลงสภาพ LH-W3 ซึ่ง 38.5% ของจำนวนหน่วย warrants ทั้งหมดได้ถูกแปลงสภาพในเดือน มิ.ย. 2557 เราปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น ซื้อ จากแนวโน้มพรีเซลล์ที่ดีขึ้น และเป็นหุ้นที่ขึ้นช้ากว่าตลาด ราคาพื้นฐานอยู่ที่ 11.67 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
LH ซื้อ ราคาพื้นฐาน 11.67 บาท
MCOT : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 2/57 ที่ 163 ล้านบาท ลดลง 63%yoy และ 18%qoq ซึ่งแย่กว่าที่เราคาดไว้ โดยผลประกอบการที่อ่อนแอ นั้นมาจากรายได้ค่าโฆษณาที่ลดลง, การเลื่อนการใช้จ่ายด้านกิจกรรมการประชาสัมพันธ์ของภาครัฐ และการลดลงของส่วนแบ่งรายได้ร่วมดำเนินงาน เราคาดว่าผลประกอบการในครึ่งหลังปีนี้จะไม่ได้ดีกว่าครึ่งแรกปีนี้มากนัก จากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นของการดำเนินงานช่องทีวีดิจิตอล 2 ช่อง นอกจากนี้ผลประกอบการในปี 2558 จะยังอ่อนแอ คงคำแนะนำ ขายโดยเลื่อนไปใช้ราคาพื้นฐานปี 2558 ที่ 16.50 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
MCOT ขาย ราคาพื้นฐาน 16.50 บาท
SPALI : บริษัทรายงานกำไรสุทธิไตรมาสที่ 2/57 ที่ 529.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75.2%yoy โดยมีปัจจัยผลักดันจากการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่ง ทั้งด้าน low-rise housing และคอนโดมิเนียม เช่นเดียวกับ gross margin ที่กว้างขึ้น เราคาดว่าผลประกอบการในไตรมาสที่ 2/57 เป็นจุดตํ่าในปี 2557 แนวโน้มการเติบโตของผลประกอบการของ SPALI จะเร่งตัวขึ้นในครึ่งหลังปีนี้ สนับสนุนโดยงานในมือในระดับสูง ซึ่งคิดเป็น 100% ของคาดการณ์รายได้ในปี 2557 คงคำแนะนำ ซื้อ จากแนวโน้มการเติบโตที่สดใส และกำไรในระดับสูงที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน ราคาพื้นฐานอยู่ที่ 31.75 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
SPALI ซื้อ ราคาพื้นฐาน 31.75 บาท
TVO : บริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2/57 ที่ 490 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 135%yoy แต่ลดลง 6%qoq โดยผลประกอบการเป็นไปตามที่เราคาดไว้ เราคาดว่าผลประกอบการไตรมาสที่ 1/57 เป็นจุดสูงสุดของปี ขณะที่ไตรมาสที่ 3/57 จะเป็นจุดตํ่าสุดของปี ดังนั้นผลประกอบการในครึ่งหลังปีนี้จะอ่อนแอกว่าครึ่งแรกปีนี้ นอกจากนี้ประโยชน์จากอุปสงค์เนื้อไก่ที่แข็งแกร่งจากการที่ประเทศญี่ปุ่นได้เปิดให้นำเข้าไก่ดิบจากไทยอีกครั้งค่อนข้างน้อยในปีนี้ นอกจากนี้ผลประกอบการในปี 2558 จะลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน จากฐานที่สูง คงคำแนะนำ ถือ ด้วยราคาพื้นฐานปี 2558 ที่ 25 บาท เนื่องจากอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลน่าดึงดูดใจ มองราคาเหมาะสมที่ควรเข้าซื้อคือ 21 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
TVO ถือ ราคาพื้นฐาน 25.00 บาท
BCP : เราได้เข้าประชุมนักวิเคราะห์กับทางบริษัทเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เรายังคงเชื่อว่าพื้นฐานของ BCP ยังแข็งแกร่ง และมีมุมมองในแง่ดีต่อแผนการขยายธุรกิจต้นนํ้า ในระยะสั้น เราคาดว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวในไตรมาสที่ 3/57 และยังคงเชื่อว่าปี 2558 จะเป็นปีที่มีการเติบโตอย่างมาก ด้วยปัจจัยสนับสนุนจำนวนมากอย่างเต็มที่ เราเชื่อว่าความกังวลต่อการขายหุ้นออกของ PTT และความกังวลต่อผลกระทบจากแผนปฏิรูปพลังงาน ได้สะท้อนไปยังราคาหุ้นในขณะนี้แล้ว คงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาพื้นฐานที่ 42.75 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
BCP ซื้อ ราคาพื้นฐาน 42.75 บาท
TOP : เราได้เข้าประชุมนักวิเคราะห์กับทางบริษัทเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทางบริษัทได้เผยแผนลงทุนมากมาย ซึ่งได้มุ่งเน้นไปยังแถบอาเซียน โดยรวมถึง พม่า, อินโดนีเซีย และเวียดนาม และสิ่งเหล่านี้จะสนับสนุนการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ดี TOP ยังถูกกดดันในระยะสั้น จากคาดการณ์ผลประกอบการที่แย่ในครึ่งหลังปีนี้ เทียบกับครึ่งแรกปีนี้ คงคำแนะนำ ถือ โดยราคาพื้นฐานอยู่ที่ 50 บาท ราคาเหมาะสมที่ควรเข้าซื้อคือ 45 บาท (รายละเอียดอยู่ในบทวิเคราะห์วันนี้)
TOP ถือ ราคาพื้นฐาน 50.00 บาท






