เงินบาทแข็งค่าทดสอบระดับ 31.85 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ขณะที่ หุ้นไทยขยับขึ้นหลังนักลงทุนคลายความกังวลสถานการณ์ในอิรักและยูเครนลงบางส่วน
สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท
เงินบาทแข็งค่าทดสอบระดับ 31.85 บาทต่อดอลลาร์ฯ ภายหลังจากตลาดการเงินในประเทศกลับมาเปิดทำการอีกครั้งในช่วงกลางสัปดาห์ โดยเงินบาทได้รับแรงหนุนท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ ของผู้ส่งออกและนักลงทุนในตลาด Offshore ซึ่งก็เป็นทิศทางที่สอดคล้องกับการปรับตัวแข็งค่าของสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชียที่ได้รับอานิสงส์จากกระแสเงินทุนไหลเข้า เนื่องจากตลาดยังคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางของประเทศชั้นนำ จะยังคงใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนข้างหน้า
ในวันศุกร์ (15 ส.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.84 ใกล้ระดับ 32.13 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (8 ส.ค.)
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (18-22 ส.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 31.80-32.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยต้องจับตากระแสเงินทุนต่างชาติ ตลอดจนความเคลื่อนไหวของสินทรัพย์เสี่ยง ภายหลังจากที่สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียกับยูเครนและชาติตะวันตก ตลอดจนความขัดแย้งในอิรัก เริ่มคลายความกังวลลงบางส่วน นอกจากนี้ นักลงทุนอาจจับตาถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่จะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดของธนาคารกลางทั่วโลกที่เมืองแจ๊คสัน โฮล รัฐไวโอมิ่ง (21-23 ส.ค.) รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ (อาทิ เครื่องชี้ตลาดที่อยู่อาศัย และอัตราเงินเฟ้อเดือนก.ค.) เพื่อหาสัญญาณสะท้อนจังหวะเวลาการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า ขณะที่ ตลาดการเงินในประเทศอาจมีจุดสนใจเพิ่มเติมที่รายงานจีดีพีประจำไตรมาส 2/57 ของไทยในช่วงต้นสัปดาห์
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย
ดัชนี SET ปรับเพิ่มขึ้น หลังนักลงทุนคลายความกังวลสถานการณ์ในอิรักและยูเครนลงบางส่วน โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,546.62 จุด เพิ่มขึ้น 1.73% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 17.92% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 53,712.67 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 603.08 จุด เพิ่มขึ้น 0.61% จากสัปดาห์ก่อน
ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นในวันพุธตามตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยนักลงทุนต่างชาติและกองทุนในประเทศเข้าซื้อหุ้นจากความคาดหวังว่าสถานการณ์ในยูเครนน่าจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ก่อนที่จะย่อตัวลงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี จากการขายทำกำไรของนักลงทุน แต่ปรับเพิ่มขึ้นในวันศุกร์ตามแรงซื้อเก็งกำไรหุ้นในกลุ่มที่ได้อานิสงส์จากแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของ คสช.
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย
แนวต้าน 1,552 และ 1,588 จุด /แนวรับ 1,529 และ 1,522 จุด
สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (18-22 ส.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีโอกาสปรับตัวขึ้น จากแรงซื้อเก็งกำไรก่อนการจัดตั้งรัฐบาล สำหรับปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตามคงได้แก่ สถานการณ์ในอิรัก และยูเครน รวมทั้ง การรายงานบันทึกการประชุมเฟด ขณะที่ การรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯซึ่งตลาดคงจะจับตาในสัปดาห์หน้า ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อ และเครื่องชี้ภาคการผลิต อันจะส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของตลาดต่างประเทศ สะท้อนมาถึงการปรับตัวของตลาดหุ้นไทย ตลอดจน ปัจจัยภายในประเทศ ได้แก่ การพิจารณา พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 ของ สนช.ซึ่งความชัดเจนในเรื่องดังกล่าวน่าจะส่งผลบวกต่อการปรับตัวของตลาดหุ้น





