Spread Px ฟื้นตัวหนุนกำไร 3Q57 แข็งแกร่ง
Key Driver ที่ทำให้เราเชื่อว่าผลประกอบการ 3Q57 จะดีต่อเนื่องยังมาจากธุรกิจโอเลฟินส์แม้ PTTGC จะหยุดโรงงานโอเลฟินส์ (I4-2) 13 วัน ช่วงเดียวกับที่โรงแยกก๊าซฯ 5 ของ PTT ซึ่งเป็นหน่วยผลิตวัตถุดิบให้กับ PTTGC แต่มีความเป็นไปได้ว่ากำไรของธุรกิจโอเลฟินส์จะยังคงปรับเพิ่มจากอัตราการใช้กำลังผลิตทรงตัว 71% ขณะที่บริษัทเชื่อว่าจะสามารถเดินเครื่องชดเชยได้ในช่วงเวลาดังกล่าว และ EBITDA Margin ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 28% จาก 2Q57 ที่ 25% เนื่องจากปริมาณก๊าซฯที่เพิ่มขึ้น ทำให้ PTTGC กลับมามีความได้เปรียบในด้านต้นทุนผลิต
พาราไซลีนฟื้น หลังแรงกดดันจากอุปทานเริ่มลดลง
กำไรจากกลุ่มธุรกิจอะโรเมติกส์ฟื้น เนื่องจากแรงกดดันด้านอุปทานเริ่มลดลง โดยก่อนหน้านี้ส่วนต่างราคาพาราไซลีน (Px-Condensate) ปรับลดลงไปถึงระดับ 300 เหรียญต่อตัน กระทบต่อผลการดำเนินงานของโรงงานที่มีต้นทุนการผลิตสูงในภูมิภาค จนนำไปสู่การปรับลดอัตราการผลิต รวมไปถึงโรงงานใหม่ที่มีแผนเลื่อนดำเนินการผลิตออก โดยเฉพาะโรงงานในประเทศญี่ปุ่น ทำให้ส่วนต่างราคาพาราไซลีน 3Q57QTD ปรับเพิ่มกว่า 62%QoQ มาอยู่ที่ 490 เหรียญต่อตัน
ผ่านจุดตํ่าสุด คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2557
เรายังประมาณการกำไรสุทธิของ PTTGC ปี 2557 ไว้ที่ 2.9 หมื่นล้านบาท ลดลง 12% YoY (รวมค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดจากการปรับโครงสร้างธุรกิจในต่างประเทศ 1.1 พันล้านบาท ที่เกิดขึ้นใน 2Q57) เราเชื่อว่ากำไรสุทธิผ่านจุดตํ่าสุดไปแล้ว ขณะที่แนวโน้มกำไรสุทธิ 2H57 ฟื้นตัวจากธุรกิจโอเลฟินส์ที่แข็งแกร่ง รวมทั้งธุรกิจอโรเมติกส์ที่ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กลับมาฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่กำไรสุทธิ 1H57 คิดเป็น 42% ของประมาณการเท่านั้น
Downside risk ตํ่าแล้ว
เราเชื่อว่าการฟื้นตัวของกำไรสุทธิ 2H57 จะทำให้ PTTGC กลับมามีความน่าสนใจในการลงทุน ขณะที่ราคาหุ้น PTTGC มี Downside Risk ตํ่า เนื่องจากปัจจุบันมี PER เพียง 9.5 เท่า ตํ่ากว่าเมื่อเทียบกับธุรกิจปิโตรเคมีในภูมิภาคที่มี PER เฉลี่ยอยู่ที่ 14.5 เท่า เรามองว่าราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาได้รับแรงกดดันจากส่วนต่างราคาพาราไซลีนที่ลดลงรวมทั้งความกังวลต่อกรณีการปฏิรูปพลังงานที่เกี่ยวกับราคาขายก๊าซฯ ระหว่าง PTT และ PTTGC ซึ่งเราเชื่อว่าสะท้อนไปราคาหุ้นเพียงพอแล้ว









