บินไทยวิกฤติสภาพคล่อง เล็งโละพนักงาน6,000คนใน5ปี ชี้ฐานะการเงินเสี่ยง หนี้สินต่อทุนสูง
เปิดแผนฟื้นฟูการบินไทยเสนอซูเปอร์บอร์ดพิจารณาวันนี้ เผยฐานะการเงินเข้าขั้นวิกฤติ คาดภายใน 5 เดือนนี้ อาจต้องเบิกใช้วงเงินสินเชื่อ 17,600 ล้านบาท แม้มีแผนเพิ่มรายได้ 3 พันล้าน หั่นรายจ่าย 4 พันล้าน เตรียมแผนกู้เพิ่มไตรมาส 3 อีก 27,000 ล้านบาท พร้อมเลิกบินเส้นทางบินที่ไม่คุ้มทุน เตรียมโละพนักงาน 6,000 คน ใน 5 ปี
คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธาน จะเรียกประชุมคณะกรรมการวันนี้ (14 ส.ค.) เพื่อพิจารณาแผนแก้ปัญหาการขาดทุนของรัฐวิสาหกิจ 6 แห่ง รวมทั้งแนวทางการแก้ปัญหาที่เร่งด่วน ประกอบด้วย 1.ธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศ 2.ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย 3.บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) 4. บริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) 5.บริษัทกสท.และ 6.การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)
บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) 1 ใน 6 รัฐวิสาหกิจที่จะต้องเข้าสู่กระบวนการจัดทำแผนฟื้นฟู
แหล่งข่าวจากบริษัทการบินไทย กล่าวว่าการจัดทำแผนฟื้นฟูและแนวทางแก้ปัญหา ได้ผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการการบินไทยแล้ว โดยได้กำหนดแผนแก้ปัญหาการดำเนินธุรกิจ และสภาพคล่องทางการเงินสำหรับปี 2557 รวมทั้งใช้เป็นกรอบในการดำเนินงานและการปรับปรุงธุรกิจสำหรับปี 2558-2559 ซึ่งจะมีการเสนอที่ประชุมซูเปอร์บอร์ดวันนี้
วาง 4 แผนหลักฟื้นฟูองค์กร
แหล่งข่าว กล่าวว่าการแก้ปัญหาของการบินไทยดำเนินการโดยฝ่ายสายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้วิเคราะห์ปัญหาที่จะต้องเร่งดำเนินการประกอบด้วย 1. ด้านการเงิน โดยระบุว่าโครงสร้างทางการเงินในอดีตยังไม่แข็งแรงพอต่อการปรับเปลี่ยนฝูงบินจำนวนมาก แต่จากการที่การบินไทยมีฝูงบินที่มีอายุมาก และไร้ประสิทธิภาพ จำเป็นต้องมีการจัดหาฝูงบินทดแทน ส่งผลให้เกิดภาระหนี้เพิ่มขึ้น และใช้เงินลงทุนสูง ดังนั้นเมื่อเกิดวิกฤติจึงทำให้การบินไทยประสบภาวะขาดสภาพคล่อง
2.ด้านการดำเนินงาน ระบบการบริหารต้นทุนแผนการดำเนินงานไม่ชัดเจน ไม่เห็นผลเป็นรูปธรรมที่สามารถแข่งขันได้ในระยะเวลาที่ผ่านมา การหารายได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย กลยุทธ์การวางแผนการตลาด ในกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย การโฆษณา การปรับราคาขายไม่ทันคู่แข่ง ไม่สามารถรองรับวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นได้ การให้บริการและผลิตภัณฑ์ ไม่ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย รวมทั้งช่องทางการจัดจำหน่ายยังไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ลูกค้าเข้าถึงบริการที่ไม่สะดวก ทำให้ลูกค้าหันไปใช้บริการสายการบินอื่น
3.ด้านการบริหารจัดการ การบินไทยอยู่ในระบบรัฐวิสาหกิจและการเมือง แม้จะมีมติครม.ไม่ต้องให้การบินไทยปฏิบัติตามกฎระเบียบของรัฐวิสาหกิจในหลายเรื่อง แต่เนื่องจากบุคคลกรอยู่ในวัฒนธรรมรัฐวิสาหกิจมานาน ส่งผลต่อการทำงานที่ขาดความกระตือรือร้น ขาดประสิทธิภาพ การสื่อสารภายในองค์กรไม่ทั่วถึง พนักงานขาดความเชื่อถือข้อมูลในองค์กร และไม่เชื่อถือในระบอบธรรมาภิบาล โดยเชื่อข่าวจากสื่อภายนอกและข่าวลือ รวมทั้งการสื่อสารในภาวะวิกฤติต่อภายนอกไม่ชัดเจน ไม่ทันเหตุการณ์ ทำให้สาธารณชนรับรู้ภาพองค์กรเชิงลบ
4.ด้านบุคลากร การจัดการบุคลากรล้มเหลวอย่างยาวนาน อายุเฉลี่ยของพนักงานค่อนข้างสูงมากประมาณ 47 ปี และมีพนักงานโดยรวมมากเกินไป ส่งผลกระทบต่อต้นทุน การขาดช่วงของการสืบทอดตำแหน่ง แผนการพัฒนาองค์กรรวมทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้ไม่ต่อเนื่อง ส่งผลให้ประสิทธิภาพของผู้บริหารและพนักงานไม่มีคุณภาพ ไม่มีระบบการให้คุณให้โทษที่ชัดเจน สร้างปัญหาการดำเนินธุรกิจ พนักงานขาดความสามัคคี
อย่างไรก็ตาม แผนการแก้ไขปัญหาของการบินไทย ประกอบด้วยการแก้ปัญหาระยะเร่งด่วน (ปี2557) ส่วนการแก้ปัญหาระยะต่อไปคือปี 2557-2559
บินไทยฐานะการเงินเสี่ยง
สำหรับแผนแก้ไขปัญหาระยะเร่งด่วน ในส่วนของยุทธศาสตร์ด้านการเงิน ระบุว่าปัจจุบันสถานะทางการเงินและประมาณการผลการดำเนินงานช่วง 6 เดือนแรกปีนี้ การบินไทยอยู่ในสถานะที่มีความเสี่ยงสูง เมื่อพิจารณาจากอัตราส่วนทางการเงินต่างๆ ประกอบด้วย อัตราหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุน (IBD to Equity Ratio) ที่ระดับ 4.4 เท่า อัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้(DSCR) ที่ระดับ 0.4 เท่า และ กำไรก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษีและค่าเสื่อม (Ebitda Margin) เพียง 2.7% จากการคาดการณ์ในไตรมาส 3 และ 4 การบินไทยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักดอกเบี้ยจ่าย ภาษี และค่าเสื่อม ราคาเพียง 4,744 ล้านบาท
แม้การบินไทยจะมีแผนเร่งด่วนเพิ่มรายได้อีก 3,000 ล้านบาท และลดค่าใช้จ่ายลง 4,000 ล้านบาท แต่การบินไทยก็ยังไม่สามารถมีสภาพคล่องที่เพียงพอต่อเสถียรภาพการดำเนินธุรกิจ
วิกฤติหนักจ่อเบิกเงินกู้ยืมเต็มจำนวน
ทั้งนี้ หากการบินไทยไม่สามารถจัดหาเงินทุนเพิ่มเติมได้อีกในช่วง 5 เดือนที่เหลือ(ส.ค.-ธ.ค.) การบินไทยจะต้องเบิกใช้วงเงินสินเชื่อที่แบงก์ให้กู้ยืมจำนวน 15,600 ล้านบาท หรือเกือบจะเต็มวงเงินที่มีอยู่ในปัจจุบัน 17,600 ล้านบาท และอัตราส่วนเงินสดต่อรายได้(Cash to Revenue) ณ สิ้นปี จะลดลงมาเหลือเพียง 5.3% ของรายได้ จากที่กำหนดไว้ที่ระดับ 12-15% ซึ่งเป็นผลจากที่รายได้ลดต่ำลงกว่าที่คาด ในช่วงไตรมาส1และ 2ของปีนี้ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากปัญหาการเมืองภายในประเทศ
ตั้งแต่ช่วงไตรมาส4 ปี2556 ส่งผลกระทบเรื่อยมา และจากการที่ผู้โดยสารลดลง 10% ทำให้รายได้ของการบินไทยหายไปประมาณ 20,000 ล้านบาท ประกอบกับโครงสร้างธุรกิจการบินที่มีส่วนต่างกำไรต่ำมาก และเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินทุนสูง ทำให้การบินไทยตกอยู่ในสถานะความเสี่ยงที่อาจจะมีเงินสดไม่เพียงพอต่อการดำเนินงานระยะสั้น หากการบินไทยจะพลิกฟื้นจากสถานการณ์ดังกล่าวให้อยู่ในระดับปกติและมีเงินสดจากการดำเนินงาน หรืออีบิทด้า ไม่ควรต่ำกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี การบินไทยอาจใช้ระยะเวลาอีก 6 เดือนถึง 1 ปี โดยประมาณ
ดังนั้นการบินไทยจึงจำเป็นต้องหาเงินทุนมาแก้สภาพคล่องเฉพาะหน้าก่อน
จ่อกู้เพิ่ม2.7หมื่นล้านไตรมาส3
จากการพิจารณาประมาณการผลการดำเนินงานปี2557และปี2558 การบินไทยจะมีอีบิทด้า จำนวน 14,269 ล้านบาทและ 29,749 ล้านบาท ตามลำดับ ประกอบการจ่ายชำระหนี้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย และแผนการลงทุนในช่วง 2 ปีนี้ โดยมีสมมติฐานสัดส่วนเงินสดต่อรายได้(Cash to Revenue) ไม่ต่ำกว่า 12.0% แต่การบินไทยยังต้องการเงินทุนเพิ่มเติมในระยะ 2 ปีนี้ เพิ่มอีกประมาณ 27,000 ล้านบาท
แม้จะมีอัตราหนี้สินต่อทุนอยู่ในระดับ 4.6 เท่า แต่การบินไทยก็จะมีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้น โดยสัดส่วน Cash to Revenue จะอยู่ที่ระดับ 17.4% และ 12.7% ในปลายปี2557 และปี2558 เพื่อให้การบินไทยสามารถผ่านพ้นวิกฤติทางการเงินและดำเนินธุรกิจได้ต่อไป เท่ากับการบินไทยต้องหาเงินทุนในไตรมาส 3 ปีนี้จำนวน 20,000 ล้านบาทและไตรมาส 2 ปี 2558 อีก 7,000 ล้านบาท โดยการออกหุ้นกู้หรือเงินกู้จากสถาบันการเงินต่างที่มีอายุอย่างน้อย 5 ปี
เลิกเส้นทางบินรายได้ต่ำ
สำหรับยุทธศาสตร์ด้านการดำเนินงาน การบินไทยได้วางกลยุทธ์เพื่อรักษาและเพิ่มรายได้ โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มรายได้ปี2557 ประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยการปรับลดหรือยกเลิกเส้นทางบินที่มีรายได้ไม่คุ้มกับต้นทุน รักษาเส้นทางบินที่มีกำไร รวมทั้งศึกษาในการเพิ่มเที่ยวบิน โดยใช้สายการบินไทยสมายล์ ทำการบินที่สนามบินดอนเมือง เพื่อให้สามารถสร้างรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จัดกิจกรรมด้านการขายและการตลาดในเส้นทางบินต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ
นอกจากนี้ ยังต้องปรับปรุงต้นทุนการขนส่งสินค้าบนเครื่องบินโดยสาร เพื่อให้สะท้อนภาพต้นทุนประกอบการที่ถูกต้อง สามารถรับรู้ผลประกอบการในแต่ละเที่ยวบินได้ชัดเจน รวมทั้งปรับพื้นที่ระวางบรรทุกในแต่ละเที่ยวบินให้สอดคล้องกับโครงสร้างราคาในแต่ละสถานีขาย และแผนปรับการจัดเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันจากผู้โดยสาร ให้อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน สอดคล้องกับราคาตลาดรวมทั้งค่าใช้จ่ายน้ำมัน และให้มีพื้นที่ระวางบรรทุกสินค้าในเส้นทางที่มีความต้องการสูง การบินไทยยังได้มีการแลกเปลี่ยนระวางบรรทุกระหว่างสายการบินเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับการขนส่งสินค้าในปี 2557
เร่งลดคน-ลดใช้จ่าย4พันล้านสิ้นปี
แหล่งข่าว กล่าวว่าในส่วนของการปรับลดค่าใช้จ่าย ที่ไม่รวมค่าน้ำมันและเครื่องบินจากงบประมาณปี 2557 เป็นจำนวนเงิน 4,000 ล้านบาทภายในเดือนธ.ค.นี้ โดยมีแผนลดค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง เช่น ลดต้นทุนบุคลากร ลดต้นทุนหน่วยธุรกิจ ลดต้นทุนการบิน ลดต้นทุนการบริการสนามบิน ลดต้นทุนบริการบนเครื่องบิน และต้นทุนอื่นๆ
ตั้งเป้า5ปีโละพนักงาน6,000คน
นอกจากนี้ ในส่วนของการบริหารอัตรากำลัง ได้จัดทำโครงการร่วมใจจากองค์กร โดยการลดจำนวนพนักงานและปรับโครงสร้างอายุ โดยมีเป้าหมายจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ 5%ต่อปีหรือ 1,200 คนเป็นเวลา 5 ปีต่อเนื่อง รวม 6,000 คน จากพนักงานทั้งสิ้นประมาณ 26,000 คน
คาดว่าปีแรกจะมีผู้เข้าร่วมโครงการ 900 คน โดยจะพิจารณาตามช่วงอายุ และผู้ที่ไม่มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยหลัก เพื่อปรับให้มีโครงสร้างอายุของพนักงานในแต่ละช่วงอายุให้มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน และรับพนักงานไม่เกิน 25%ของจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ เพื่อให้มีการเปลี่ยนถ่ายให้มีพนักงานรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ
ราคาหุ้น THAI ปิดตลาดวานนี้ (13 ส.ค.) เพิ่มขึ้น 0.80 บาท หรือ 5.23% อยู่ที่ 16.10 บาท มูลค่าการซื้อขาย 204.91 ล้านบาท









