วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฟิทช์จัดอันดับหุ้นกู้SCCที่A(tha)แนวโน้มมีเสถียรภาพ

ฟิทช์จัดอันดับเครดิตภายในประเทศหุ้นกู้ชุดใหม่ของ SCC บมจ.ปูนซิเมนต์ไทย ที่ระดับ "A(tha)" แนวโน้มมีเสถียรภาพ

บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศจัดอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิชุดใหม่ของบมจ.ปูนซิเมนต์ไทย(SCC) ครั้งที่ 2/2557 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ. 2561 มูลค่าหนึ่งหมื่นล้านบาท ที่ระดับ ‘A(tha)’

หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับเครดิตในระดับเดียวกันกับอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของบริษัทฯ (ซึ่งมีอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวที่ ‘A(tha)’ แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นที่ ‘F1(tha)’) เนื่องจากหุ้นกู้ดังกล่าวมีสถานะเท่าเทียมกับหนี้ไม่มีหลักประกัน และไม่ด้อยสิทธิของบริษัทฯ โดยเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ครั้งนี้จะนำไปใช้สำหรับชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดและใช้สำหรับการลงทุนในอนาคต

ปัจจัยที่มีผลต่ออันดับเครดิต ธุรกิจหลักที่หลากหลาย อันดับเครดิตสะท้อนถึงธุรกิจของบริษัทฯ ที่มีการกระจายความเสี่ยงของกระแสเงินสดจากการดำเนินงานจากธุรกิจต่างๆ ประกอบด้วยธุรกิจปิโตรเคมี ธุรกิจปูนซิเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง และธุรกิจกระดาษ โดยการฟื้นตัวของธุรกิจปิโตรเคมีและการดำเนินงานของธุรกิจในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น น่าจะช่วยเพิ่มกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัทฯในปี 2557

ผู้นำในธุรกิจ สถานะความเป็นผู้นำในแต่ละธุรกิจหลักของบริษัทฯ ซึ่งได้แก่ ธุรกิจปิโตรเคมี ธุรกิจปูนซิเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง และธุรกิจกระดาษ ในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ช่องทางการจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมและเป็นที่รู้จักมายาวนาน รวมถึงเครื่องหมายการค้าที่แข็งแกร่ง เป็นปัจจัยหลักที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับบริษัทฯ ฟิทช์คาดว่าบริษัทฯ น่าจะยังคงรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจหลักเหล่านี้ได้ในอีกห้าปีข้างหน้า

ผลประกอบการที่ดีขึ้น ฟิทช์คาดว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัทฯ จะเพิ่มมากขึ้นในปี 2557 จากการฟื้นตัวของธุรกิจปิโตรเคมี นอกจากนี้ การเข้าซื้อกิจการในธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำนวน 4 บริษัท และในธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์ จำนวน 3 บริษัทในปี 2556 จะช่วยเพิ่มกระแสเงินสดจากการดำเนินงานให้กับบริษัทฯ อีกด้วย

แผนการลงทุนที่สูง ฟิทช์คาดว่าค่าใช้จ่ายเพื่อการลงทุนของ SCC จะยังคงอยู่ในระดับสูงในปี 2557-2558 เนื่องจากการขยายธุรกิจของบริษัทฯ โดยเฉพาะในประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิที่ปรับปรุงแล้วต่อกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา ค่าตัดจำหน่าย และค่าเช่า (รวมเงินปันผลรับจากบริษัทร่วม) ของบริษัทฯ น่าจะอยู่ที่ระดับ 3 เท่าถึง 3.5 เท่าในปี 2557 (อัตราส่วนดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 3 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2557) และมีแนวโน้มที่จะลดลงต่ำกว่า 3 เท่าในปีต่อๆไป เนื่องจากรายได้จากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจรวมถึงการเติบโตของธุรกิจปัจจุบัน