กำไรดีกว่าคาดมาก เปลี่ยนคำแนะนำเป็น ซื้อ
กำไร 2Q57 เติบโตมากกว่าคาด
ผลประกอบการ 2Q57 ของ MAJOR ดีกว่าที่เราและ Consensus คาดมาก โดยมีกำไรสุทธิ 446 ล้านบาท เติบโตเล็กน้อยจากปีก่อนทั้งๆที่ 2Q56 เป็นช่วงที่ดีที่สุดเป็นประวัติการณ์ของธุรกิจโรงภาพยนตร์ และเติบโต 218% QoQ จากทั้งรายได้ขายตั๋วชมภาพยนตร์และป๊อบคอร์นฟื้นตัวแข็งแกร่ง เป็นไปตามปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วงไฮซีซั่น และธุรกิจขาย VCD และ DVD เติบโตโดดเด่นจากการขายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์สูงขึ้น รวมถึงธุรกิจสื่อในโรงภาพยนตร์ฟื้นตัวโดดเด่น 37% QoQ ดีกว่าอุตสาหกรรมที่ฟื้นตัวเพียง 4% QoQ จากผลประกอบการ 1H57 MAJOR ประกาศจ่ายเงินปันผลจำนวน 50 สตางค์ต่อหุ้น (XD 21 ส.ค. จ่าย 5 ก.ย.)
แนวโน้ม 3Q57 เติบโต YoY ต่อเนื่อง
แม้ว่าหน้าหนังจะอ่อนตัวลงในงวด 3Q57 ตามฤดูกาล แต่อย่างไรก็ตาม หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนยังเติบโตได้ต่อเนื่อง โดย Box Office Mojo รายงานยอดขายตั๋วช่วง 5 สัปดาห์แรกของ 3Q57 เติบโตเฉลี่ยราว 16% YoY และยังมีหน้าหนังที่น่าสนใจรอเข้าฉาย เช่น Into the Storm และ นินจาเต่า เป็นต้น นอกจากนี้ ธุรกิจขาย VCD และ DVD ยังมีรายได้จากการขายสิทธิ์ภาพยนตร์รอรับรู้รายได้อีกราว 60 ล้านบาท และธุรกิจสื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์ได้ปัจจัยบวกเศรษฐกิจฟื้นตัวและการประชาสัมพันธ์ของทีวีดิจิทัล 24 ช่องที่เพิ่งเริ่มออกอากาศ เราจึงคาดว่ากำไรงวด 3Q57 จะเติบโต YoY ได้อย่างต่อเนื่อง
ปรับเพิ่มประมาณการและมูลค่าเหมาะสม
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2557-58 ขึ้นจากเดิม 21-30% เนื่องจากธุรกิจโรงภาพยนตร์แข็งแกร่งกว่าคาด แม้จะเกิดสถานการณ์วุ่นวายทางการเมืองในงวด 2Q57 แต่ยังทำรายได้ได้ใกล้เคียงกับช่วงเดียวของปีก่อนที่เป็นสถิติสูงสุดของธุรกิจโรงภาพยนตร์ โดยปรับเพิ่มรายได้จากการขายตั๋วชมภาพยนตร์ขึ้น 10-12% รายได้จากการขายป๊อบคอร์นขึ้น 16-18% และปรับเพิ่มรายได้จากธุรกิจขาย VCD และ DVD ขึ้น 46-65% เนื่องจากช่วง 1H57 ทำได้ดีกว่าคาด ทั้งนี้ เราปรับเพิ่มมูลค่าเหมาะสมขึ้นเป็น 22 บาท (จากเดิม 16.9 บาท) โดยยังคงประเมินด้วยวิธีอัตราส่วนราคาต่อกำไรต่อหุ้น (PE Ratio) ที่ 20 เท่า
เปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ซื้อ”
เราเปลี่ยนคำแนะนำเป็น “ซื้อ” (จากเดิม “ขาย”) เนื่องจากกำไรงวด 2Q57 ดีกว่าคาดทำให้เราปรับเพิ่มมูลค่าเหมาะสมทำให้กลับมามี Up-side Gain อีกครั้ง เราคาด 2H57 กำไรจะเติบโต 26% YoY ต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์ทางการเมือง และปัจจุบันราคาหุ้นซื้อขายที่ 18xPE’57 ตํ่ากว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีของหุ้น MAJOR อยู่ที่ 20 เท่า ทั้งนี้ มีความเสี่ยงที่ผลประกอบการอาจสูงกว่าหรือตํ่ากว่าคาดเนื่องจากการเข้าฉายของภาพยนตร์ที่ผลิตโดยบริษัทย่อย (MPIC M39 และ Talent1) อีกมากกว่า 10 เรื่องในครึ่งปีหลัง 57 ที่เรายังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการ
Investment Case
MAJOR ดำเนินธุรกิจเป็นผู้ให้บริการโรงภาพยนตร์ โบว์ลิ่ง คาราโอเกะ ลานเสก็ตนํ้าแข็ง สื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์ พื้นที่เช่า การจัดจำหน่ายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ วีซีดี ดีวีดี บลูเรย์ ผลิตภาพยนตร์ และมีบริษัทร่วมดำเนินธุรกิจศูนย์การค้าแบบเปิด สื่อทีวีดาวเทียม โรงภาพยนตร์และโบว์ลิ่งที่ประเทศอินเดีย นอกจากนี้ ยังมีเงินลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ MJLF









