กำไรปกติฟื้นตัวดีตามฤดูกาล
กำไรปกติฟื้นตัว 14% QoQ และ YoY
กำไรปกติของ M ใน 2Q57 (ก่อนจ่ายหุ้นเป็นเกณฑ์) ฟื้นตัวดีกว่าคาด 9% อยู่ที่ 547 ล้านบาท เติบโต 14% QoQ และ YoY เนื่องจากรายได้ฟื้นตัวตามฤดูกาลและสถานการณ์การเมืองคลี่คลายเติบโต 9% QoQ และ 2% YoY อยู่ที่ 3.7 พันล้านบาท อีกทั้งยังควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (ไม่รวมจ่ายหุ้นแป็นเกณฑ์) ได้ดีทรงตัว และมีรายได้อื่นเติบโตสูงเป็น 112 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 2% YoY และ QoQ เนื่องจากราคาวัตถุดิบเพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายในการเปิดครัวกลางแห่งใหม่ ทั้งนี้ งวด 2Q57 มีการตั้งค่าใช้จ่ายการจ่ายหุ้นเป็นเกณฑ์กว่า 180 ล้านบาท สูงกว่าทุกไตรมาสที่ผ่านมาทำให้กำไรสุทธิลดลง 16% YoY และ 14% QoQ อยู่ที่ 403 ล้านบาท
ไม่กังวลค่าใช้จ่ายการจ่ายหุ้นเป็นเกณฑ์
ค่าใช้จ่ายการจ่ายหุ้นเป็นเกณฑ์เกิดจากการตั้งสำรองส่วนเกินมูลค่าหุ้นจากการแปลงสภาพ ESOP ที่แจกให้กับผู้บริหารและพนักงานจำนวน 20 ล้านหน่วย (1:1 @ 1 บาท อายุ 5 ปี) โดยเปรียบเทียบมูลค่ายุติธรรมของสิทธิ (42.4-46.38 บาท) กับราคาแปลงสภาพ โดย 3 ไตรมาสที่ผ่านมาบริษัทได้ตั้งสำรองไปแล้วรวม 5.3 ล้านหน่วย คิดเป็นมูลค่า 233 ล้านบาท ยังเหลืออีก 14.7 ล้านหน่วย คิดเป็นมูลค่า 655 ล้านบาท ที่จะต้องตั้งสำรองต่อไป อย่างไรก็ดี เราไม่กังวลกับค่าใช้จ่ายดังกล่าวเนื่องจากเป็นเพียงรายการทางบัญชีที่ไม่ใช่เงินสดและไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานปกติ
ปรับเพิ่มกำไรปกติขึ้น 3%
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปกติ (ก่อนจ่ายหุ้นเป็นเกณฑ์) ปี 2557-58 ขึ้นจากเดิมราว 3% เนื่องจากบริษัทควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้ดีกว่าคาด และมีรายได้อื่นๆ (ดอกเบี้ยรับ) สูงกว่าคาด โดยปรับลดค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (ก่อนจ่ายหุ้นเป็นเกณฑ์) ลง 2% และปรับเพิ่มรายได้อื่นๆ ขึ้น 60-75% เป็น 430 ล้านบาท ขณะที่ปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นลง 1-2% อย่างไรก็ดี เราปรับลดประมาณการกำไรสุทธิลงจากเดิม 5-6% เนื่องจากเพิ่มค่าใช้จ่ายการจ่ายหุ้นเป็นเกณฑ์เข้าในประมาณการ
คาดกำไรฟื้นตัวต่อเนื่อง คงคำแนะนำ “ถือ”
คาดผลประกอบการฟื้นตัวต่อเนื่องใน 2H57 เนื่องจากสถานการณ์การเมืองคลี่คลาย เศรษฐกิจมีแนวโน้มฟื้นตัว และการขยายสาขาเพิ่มจำนวนมากในงวด 4Q57 ตามแผนการเปิดห้างสรรพสินค้าและห้างค้าปลีก เราจึงปรับไปใช้มูลค่าเหมาะสมปี 2558 ที่ 64.4 บาท (25xPE’58) อย่างไรก็ดี ราคาหุ้น M เพิ่มขึ้นเข้าใกล้มูลค่าเหมาะสมแล้ว เราจึงยังคงคำแนะนำเพียง “ถือ” โดยหุ้น M ยังมีประเด็นที่ตลาดให้ความสนใจ คือ โอกาสสร้างการเติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการเข้าลงทุนในกิจการอื่นจากกระแสเงินสดในมือกว่า 8 พันล้านบาท ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงาน 1H57 M ประกาศจ่ายเงินปันผล 80 สตางค์ต่อหุ้น (XD 20 ส.ค. จ่าย 4 ก.ย.)
Investment Case
M ดำเนินธุรกิจร้านอาหารประเภทสุกี้ยากี้ (เอ็มเค สุกี้, เอ็มเค โกลด์) ร้านอาหารญี่ปุ่น (ยาโยอิ, ฮากาตะ, เท็นจิน) ร้านอาหารไทย (ณ สยาม, เลอ สยาม) ร้านกาแฟและเบเกอรี่ (เลอ เพอทิท) ธุรกิจแฟรนไชส์ในต่างประเทศ (ญี่ปุ่น , เวียดนาม, อินโดนิเซีย) และตั้งบริษัทร่วมทุนเพื่อเปิดร้านอาหารในสิงคโปร์









