วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ศิริญา เทพเจริญ'สำเร็จได้ ต้องไม่'วัดดวง'

สาวหมวยสวยเก่ง'ศิริญา เทพเจริญ'เผยถึงผลงานชิ้นโบว์แดงไม่ใช่แค่โชค แต่อยู่ที่เลือกหยิบจับธุรกิจชัวร์และใช่

จากจุดเริ่มต้นซื้อที่ดิน พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ก้าวสู่ธุรกิจศูนย์สุขภาพ โรงเรียนนานาชาติ รวมไปถึงการรุกศูนย์สุขภาพในต่างแดน จนทำให้สินทรัพย์ขยับจากหลัก "สิบล้าน" เป็นกว่า "พันล้าน" ในปัจจุบัน

ทว่า ก่อนที่จะมาเป็นทุกวันนี้ "หมวย ศิริญา เทพเจริญ" รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) ต้องผ่านร้อนผ่านหนาว จนเกิดเป็น "บทเรียนชีวิต-บทเรียนธุรกิจ" มากมายที่พร้อมถ่ายทอดผ่านคำบอกเล่าของเจ้าตัว

"ตอนเด็กหมวยจน และเรียนน้อย เรียนมาหลายอย่างแต่ไม่ค่อยจบ ตอนเรียนม.1 ต้องออกจากโรงเรียนไปช่วยพ่อแม่ทำงาน จนต้องไปเรียนกศน. (การศึกษานอกโรงเรียน) พออายุ 17 ก็เรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เรียนได้ 2 ปี เกิดอุบัติเหตุชีวิตทำให้ไม่ได้เรียนต่อ เลยได้ความรู้กฎหมายเบื้องต้นติดตัว พอเถียงกับทนายความได้บ้าง มาต่อด้วยการเรียนบริหารที่อุดรฯ แต่ก็เรียนไม่จบ เพราะต้องเรียนไปด้วย เลี้ยงลูกไปด้วย " เธอเล่า

แต่สุดท้ายก็สามารถคว้าปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง มาครองได้สำเร็จหมาดๆ เมื่อต้นปีนี้

"ปริญญาใบนี้ ต้องใช้เวลาเรียน 5 ปี" เจ้าตัวบอก

ดูๆไปแล้วเส้นทางชีวิตกับความสำเร็จทางธุรกิจของเธอจะ "ย้อนแย้ง" กันอยู่ไม่น้อย

เรียนน้อย พ่อแม่จน ตอนเด็กเป็นคนดื้อ อีโก้สูง แต่ประสบความสำเร็จ !

ที่เป็นเช่นนี้ได้ "ศิริญา" เล่าว่า เกิดจาก "ความมุ่งมั่น" ล้วนๆ ซึ่งถือเป็น "ข้อดี" ของเธอที่ชนะทุกอุปสรรค

"ถ้าคิดแล้วว่าจะทำสิ่งนี้ ก็จะมุ่งมั่น เดินไปข้างหน้า เมื่อลงมือทำแล้วต้องทำให้ได้" เธอเล่า พร้อมยกตัวอย่างการควักเงินพันล้านเข้าซื้อปราสาทอายุ 200 ปี ทำศูนย์สุขภาพ เป็น "พานาซี เมดิคอล เซ็นเตอร์" ไกลถึงเมืองเบียร์

ทว่าทุกอย่างที่เธอทำ จะต้องไม่ทำแบบ "วัดดวง" หรือแบบ "เก้าเก" เรียกว่า "ไม่มีลุ้น"

"เมื่อมีไพ่บนหน้าตักต้องชัวร์และใช่เท่านั้นจึงจะเดินเครื่องเต็มที่" เธอเปรียบการรุกเกมธุรกิจ อย่างกรณีการลงทุนศูนย์สุขภาพ ที่มองว่าจะเป็นโอกาสในอนาคตที่ผู้คนจะใส่ใจในสุขภาพมากขึ้น จึงตัดสินใจลุยเลย รวมไปถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้แบรนด์บ้านเดี่ยว ณุศาศิริ บ้านกฤษณา ,คอนโดมิเนียม Up Ekkamai และเฟรช คอนโด ,ทาวน์เฮ้าส์แบรนด์ ณ ราธร เป็นต้น

ถามว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ แต่ทำงานใหญ่ มี "กุนซือ" มือดีข้างกายหรือไม่ ? เธอรับโดยดุษฎีว่า

งานนี้ "มีตัวช่วย"

"กุนซือจะคอยให้ความเห็นข้อดี ข้อเสีย ช่วยปิดประตูความเสี่ยงในกิจการที่ประเมินแล้วว่าเดินไปยังไงก็ไม่ถึงจุดหมาย" แม้ว่าลึกๆ บางเรื่องเธอจะไม่ยอมลดละความมุ่งมั่น แต่แนวทางของกูรูที่ให้ไว้ ล้วนเป็นข้อมูลที่ทำให้เธอได้ตรองก่อนตัดสินใจเดินหน้าหรือเบรกการลงทุน

ถามถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เธอบ่นอยากวางมือ หาคนอื่นมาดูแลแทน ผ่าน 2 โมเดล ได้แก่ การเปิดฉากเจรจากับทุนข้ามชาติ หรือมองหานักบริหารมือเก๋ามาคุมทัพแทน โดยที่เจ้าตัวขอนั่งกำกับนโยบาย ควบคู่การพัฒนาคอนเซปต์ใหม่ๆของที่อยู่อาศัย

อยากพักผ่อนแล้ว แต่ดวงชะตากำหนดไม่ให้หยุด เพราะธุรกิจอสังหาฯยังต้องขับเคลื่อนให้โต ให้มีกำไรเพื่อตอบแทนผู้ถือหุ้น ทำงานคงทำไปตลอด แต่คงไม่ทำหนักแล้ว ไม่เป็นตัวหลัก ต้องมองหาพันธมิตรมาช่วยแบ่งเบา ไม่ใช่คิดแต่เรื่องงาน งานและงาน เธอบอก

"ตอนนี้ก็คิดน้อยลง ความอยากน้อยลงมาก" ซึ่งแม้จะดูสวนทางกับธุรกิจที่ต้องใช้พลังสูง แต่ไม่ว่าอยู่ในฐานะหรือตำแหน่งใด เธอลั่นว่า "จะบริหารงานให้ดีที่สุด"

นอกจากเป็นหญิงที่มีความมุ่งมั่นแล้ว อีกสิ่งที่เธอมี คือ "มีธรรมะนำทาง"

"หมวยประสบความสำเร็จวันนี้ได้ส่วนหนึ่งเพราะธรรมะ โดยเฉพาะการศึกษาพุทธวจน (คำพูดคำสอนของพระพุทธเจ้า) " เธอบอก

กลายเป็นการรุกธุรกิจ "โรงเรียนนานาชาตินอริช" ตั้งอยู่ภายในโครงการณุศาศิริ พระราม 2 เปิดการเรียนการสอน ส.ค.นี้ โดยนำคำสอนจากพระโอษฐ์ขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งผนวกในหลักสูตรอินเตอร์จากอังกฤษ แห่งแรกในโลก เพื่อบ่มเพาะเด็กเล็กให้เติบโตเป็นทั้งคนเก่งและคนดีมีคุณธรรม

หากเป็นคนเก่งแล้วไม่ดี "น่ากลัว" !!!

"หมวยสอนลูกนะว่าถ้าเป็นคนไม่ดี ขอให้โง่ จะได้อยู่ในโลกใบนี้ได้ง่ายหน่อย แต่ถ้าเก่งแล้วไม่ดี แบบนี้รับมือยาก อยู่ร่วมกับสังคมลำบาก" เธอเล่า ขณะที่คนเก่งและดีจะทำให้เกิดโอกาสในชีวิตมากมาย เธอจึงหมายมั่นปั้นโรงเรียนแห่งนี้ให้ประสบความสำเร็จ

ก่อนตัดสินใจตั้งโรงเรียนนานาชาติ เธอเล่าว่า มีโอกาสได้พบกับพระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตถิผโล เจ้าอาวาสแห่งวัดนาป่าพง จ.ปทุมธานี ซึ่งได้รับสมญานามพระแห่งวาทะ "พุทธวนจ" ที่สร้างพลังให้เธอผลักดันหลักสูตรดังกล่าวขึ้นมา เพื่อศึกษาความจริงของตัวตนมากกว่าการนั่งสวดมนต์ภาวนา

เธอยังภูมิใจกับผลงานใหม่ ทั้งที่ดีดลูกคิดคำนวณการลงทุนสะระตะแล้วพบว่า กว่าจะคืนทุนต้องใช้เวลานาน 8-9 ปี ก็ตาม

"แฮปปี้ที่ได้สร้างโรงเรียน เพราะเคยบอกลูกไว้ว่า อย่างน้อยเกิดมาต้องทำอะไรทิ้งอะไรไว้ให้โลกบ้าง ทิ้งสมบัติไว้สุดท้ายคนใช้หมด เป็นคนรวยแล้วยังไง ?" เธอทิ้งท้ายถึงเป้าหมายชีวิต