คลัง คาด โครงการเงินโอนให้ผู้มีรายได้น้อย หนุนจีดีพีโตเพิ่มอีกปีละ 0.2% -การบริโภคภาคเอกชนโตอีก 0.4%
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เปิดเผยว่า ผลการศึกษามาตรการเงินโอนให้กับผู้มีรายได้น้อย จะใช้งบประมาณ ราวปีละ 5.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ(จีดีพี) เพิ่มขึ้นอีก 0.2% ต่อปี และหนุนให้การบริโภคภาคเอกชน เพิ่มขึ้น 0.4% ต่อปี โดยจะเสนอมาตรการดังกล่าว ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พิจารณาต่อไป ส่วนจะเห็นชอบหรือไม่ ขึ้นกับการตัดสินใจของคสช. และจะต้องนำข้อเสนอจากการสัมมนาวิชาการมาพิจารณาอีกครั้ง เนื่องจากมีหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ข้อยุติ
ทั้งนี้ การดำเนินมาตรการดังกล่าว ภายใต้ชื่อ โครงการเงินโอนแก้จน คนขยัน(Negative Income Tax) มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนและ ลดการเหลื่อมล้ำ ด้วยการกระจายรายได้ในรูปของเงินโอน ให้กับผู้มีรายได้น้อย โดยโครงการดังกล่าวกำหนดรายละเอียดว่า จะโอนเงินให้กับผู้ที่มีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาทต่อปี ในอัตรา 20% ของรายได้ แต่หากมีรายได้เกิน 3 หมื่นบาท แต่ไม่เกิน 8 หมื่นบาทต่อปี จะได้รับเงินโอนลดลงมาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ทำให้เงินโอนสูงสุดต่อราย จะอยู่ที่ 6 พันบาทต่อปี ส่วนผู้มีรายได้ ตั้งแต่ 8 หมื่นบาทต่อปี ขึ้นไป จะไม่ได้เงินโอนจากรัฐบาล ซึ่งคาดว่า จะมีประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าว 18.5 ล้านคน หรือคิดเป็น 27.5% ของจำนวนประชากรทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม นายกฤษฎา ระบุว่า ผู้ที่จะได้รับเงินโอนดังกล่าวจะต้องเป็นผู้ที่ มีงานทำ และยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เช่นเดียวกับการเสียภาษีเงินได้ บุคคลธรรมดาตามปกติ เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ว่า เป็นผู้มีรายได้น้อยที่รัฐต้องให้ความ ช่วยเหลือจริงๆ
นอกจากนี้ หากมีการดำเนินโครงการนี้ ก็จะต้องทำควบคู่กับการออกกฎหมายที่ ควบคุมการใช้จ่ายของรัฐบาล ไม่ให้ดำเนินโครงการประชานิยม ที่เป็นภาระกับงบประมาณ จำนวนมาก เหมือนที่ผ่านมา









