วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Company Focus:BEC_080857

ค่าใช้จ่ายทีวีดิจิทัลเริ่มกดดันอย่างที่คาด

กำไรอ่อนแอตามคาด

กำไร 2Q57 ของ BEC ใน 2Q57 ลดลงตามคาด 17% YoY อยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท จากความกดดันของต้นทุนเพิ่มตั้งแต่เดือน เม.ย.จากการเริ่มทำทีวีดิจิทัล 3 ช่อง และมีการพัฒนาคุณภาพรายการต่อเนื่องเพื่อดึงดูดเม็ดเงินโฆษณา นอกจากนี้ ธุรกิจจัดแสดงโชว์ยังหดตัวเนื่องจากผลกระทบเศรษฐกิจการเมืองและฐานสูงเมื่อปีก่อน อย่างไรก็ดี กำไรเพิ่มขึ้น 3% QoQ จากฤดูกาลที่เป็นไฮซีซั่นของธุรกิจสื่อ BEC ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 1 บาทต่อหุ้น ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 19 ส.ค. และกำหนดจ่ายวันที่ 4 ก.ย.

ต้นทุนเพิ่มจากทีวีดิจิตัล

ต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้น 20% YoY และ 13% QoQ (ไม่รวมธุรกิจจัดแสดงโชว์) เกิดจากการเริ่มให้บริการทีวีดิจิทัล 3 ช่อง (3HD 3SD 3Family) ทำให้มีค่าใช้จ่ายคงที่เพิ่มขึ้นทันที ประกอบด้วย ค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาต 79 ล้านบาท ค่าบริการโครงข่าย และ ต้นทุนค่าคอนเทนต์ ขณะที่รายได้ค่าโฆษณายังมีเข้ามาไม่มากเนื่องจากเป็นช่วงแรกของการออกอากาศและอัตราการเข้าถึงครัวเรือนของทีวีดิจิทัลยังตํ่า ส่วนธุรกิจจัดแสดงโชว์พลิกเป็นขาดทุน 5 ล้านบาทจากปีก่อนที่มีกำไร 55 ล้านบาทเนื่องจากเศรษฐกิจและการเมืองไม่เอื้ออำนวยและปีก่อนมีโชว์ใหญ่ละครเวที “เดอะแฟนธอม ออฟ ดิ โอเปร่า” ยาวนานกว่า 1 เดือน

แนวโน้มต้นทุนยังขยายตัว

กำไรงวดครึ่งปีแรก 57 อยู่ที่ 2.3 พันล้านบาท ลดลง 17% YoY โดยคิดเป็นสัดส่วน 51% ของประมาณการ แม้มีแนวโน้มว่าเม็ดเงินโฆษณาจะขยายตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลัง แต่เรายังคงประมาณการกำไรเท่าเดิมที่ 4.5 พันล้านบาท ลดลง 19% YoY เนื่องจากคาดว่าต้นทุนจากการให้บริการทีวีดิจิทัลจะกดดันผลประกอบการมากขึ้นในครึ่งปีหลังจากการเพิ่มเวลาออกอากาศรายการใหม่ที่ตามแผนจะเป็นรายการใหม่ตลอด 24 ชั่วโมงทั้ง 3 ช่อง ตั้งแต่เดือน ต.ค. นอกจากนี้ คาดว่าการแข่งขันในธุรกิจสื่อโทรทัศน์จะรุนแรงมากขึ้นจากการมีบทบาทมากขึ้นของทีวีดิจิทัลใหม่ 24 ช่อง ที่มีความได้เปรียบจากอัตราค่าโฆษณาที่ถูกกว่าฟรีทีวีอนาล็อกเดิม

ยังมีความเสี่ยงทั้งระยะสั้นและระยะยาว

เราคาดว่าแนวโน้มกำไรของ BEC ในช่วงครึ่งปีหลังยังอ่อนแอลงจากแรงกดดดันของต้นทุน นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากกรณีช่อง 3 ฟรีทีวีอนาล็อกไม่สามารถออกอากาศในเพย์ทีวีจะทำให้มีต้นทุนที่เรายังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการอีก 600 ล้านบาท/ปี ซึ่งใกล้จะครบกำหนดขยายเวลา 100 วัน ในเดือน ก.ย. แม้เรามองว่า BEC จะได้ประโยชน์จากช่องทางออกอากาศที่เพิ่มขึ้นจากการให้บริการทีวีดิจิทัล แต่ด้วยฐานกำไรที่สูงทำให้ กำไรเติบโตไม่โดดเด่น นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงจากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และการแบ่งชิงเม็ดเงินโฆษณากันเองในช่องทีวีของบริษัท เราจึงยังคงคำแนะนำ “ขาย” มูลค่าเหมาะสม 41.60 บาท (วิธีคิดลดกระแสเงินสด WACC 10.8% และ Terminal Growth 5%)

Investment Case

BEC ดำเนินธุรกิจหลัก คือ การบริหารการออกอากาศโทรทัศน์สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และการผลิตและจัดหารายการโทรทัศน์เพื่อแพร่ภาพทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ นอกจากนี บริษัทยังลงทุนในธุรกิจอื่นประกอบด้วย ธุรกิจจัดหา-ผลิตรายการแสดงโชว์/คอนเสิร์ต และการจัดกิจกรรมรณรงค์ต่างๆ เป็นต้น และล่าสุดบริษัทชนะการประมูลทีวีดิจิทัลจำนวน 3 ช่อง (HD, SD และเด็ก)