วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SET INDEX ยังไม่สามารถผ่าน 1,530 จุดไปได้

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐฯ และยุโรป (31 ก.ค. - 6 ส.ค. 2557)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรปปรับตัวลงโดย DJIA -2.6%, DAX -4.8%, CAC ฝรั่งเศส -2.4% และ FTSE -2.0% หลังตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตร เดือน ก.ค.ของสหรัฐฯเพิ่มขึ้น 2.09 แสนตำแหน่ง น้อยกว่าคาดการณ์ที่ 2.3 แสนตำแหน่ง นอกจากนี้นักลงทุนยังคงระมัดระวังการลงทุน จากความกังวลต่อเหตุการณ์ในยูเครน หลังโปแลนด์ได้ออกมาเตือนว่ารัสเซียมีแผนจู่โจมยูเครน และมีการเพิ่มกำลังทหารบริเวณชายแดน

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (31 ก.ค. - 6 ส.ค. 2557)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 1.7% นำโดยกลุ่มธนาคารและหลักทรัพย์จากแรงเก็งกำไรต่อการเร่งปฏิรูปให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนมากขึ้นและการผ่อนคลายข้อจำกัดบางประการให้กับกลุ่มหลักทรัพย์ นอกจากนี้กลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์อย่าง Aluminum Corp. of China ปรับตัวขึ้นหลังทางการอนุมัติแผนการจัดตั้งบริษัท Rare Earth อย่างไรก็ตามลดช่วงบวกลงจากแรงขายทำกำไร กอปรกับดัชนี HSBC PMI ภาคบริการเดือน ก.ค.ของจีนทำระดับต่ำสุดในรอบ 9 ปี

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (31 ก.ค. - 6 ส.ค. 2557)

SET INDEX เข้าสู่การพักฐานเนื่องจากภาพรวมขาดปัจจัยบวกใหม่เข้าหนุนการลงทุน กอปรกับบรรยากาศการลงทุนเชิงลบด้วยตลาดหุ้นทั่วโลกเข้าสู่การปรับฐาน อย่างไรก็ตามมีความพยายามในการฟื้นตัวระหว่างสัปดาห์ นำโดย ADVANC, INTUCH ต่อประเด็นเงินปันผล แต่ยังไม่สามารถผ่าน 1,530 จุดไปได้ SET INDEX ณ วันที่ 6 ส.ค. ปิดที่ระดับ 1,522.41 จุด เพิ่มขึ้น 3.62 จุด หรือ +0.24%

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (8 - 14 ส.ค. 2557)

MBKET คงน้ำหนักการลงทุนในสัปดาห์หน้าเป็น “กลาง” เป็นสัปดาห์ที่ 3 เพราะเป็นช่วงคาบเกี่ยววันหยุดยาวของตลาดหุ้นไทย ทำให้นักลงทุนในประเทศชะลอการลงทุน อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าจับตามองในสัปดาห์หน้าคือ เม็ดเงินใหม่ จากการปิดขายกองทุน Trigger Funds ในสัปดาห์นี้ 5 กองทุน คาดระดมทุนได้ 5.0 พันล้านบาท ซึ่งจะเริ่มทยอยลงทุนในสัปดาห์หน้าเป็นต้นไป ช่วยปิด Downside risk ของตลาดหุ้นไทย ภายใต้การลงทุนที่ขาดปัจจัยใหม่เข้าหนุนการลงทุน

ประเมินกรอบแกว่งของ SET INDEX สัปดาห์หน้าระหว่าง 1,510 - 1,535 จุด ทั้งนี้จับตาหุ้นขนาดกลางที่มีประเด็นเด่นเฉพาะหลักทรัพย์ อาจขยับขึ้นเด่นกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดหุ้นไทย เพราะอาจได้แรงหนุนจากการลงทุนของกองทุน Trigger Funds

ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ได้แก่

1. พัฒนาการทางเมืองที่สำคัญ

a. การเลือกประธาน และ รองประธาน สนช. วันที่ 8 ส.ค.

b. การประชุมด้านการปฏิรูปพลังงาน วันที่ 15 ส.ค. อาจเห็นการพิจารณาโครงการพลังงานโซล่าร์เพิ่มเติม

c. กรอบการแถลงนโยบายการบริหารประเทศ และ งบประมาณปี 2558 เสนอต่อคสช. วันที่ 15 ส.ค.

2. การสิ้นสุดประกาศงบ 2Q57 ในวันที่ 15 ส.ค. และตามมาด้วยการทยอยประกาศเงินปันผลของหุ้นกลุ่มธนาคาร

3. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตัวเลขการส่งออกของจีน, GDP ใน 2Q57 ของญี่ปุ่น และอัตราเงินเฟ้อของอียู

ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนช่วงสั้น MBKET คงแนะนำ “Swing Trade หรือ ขึ้นแรงขาย / ลงซื้อ” เน้นหุ้นขนาดกลางที่มีประเด็นเชิงบวกเฉพาะตัว เช่น CK, SAMART, BTS, BLAND เป็นต้น