2 ปัจจัยบวกจากการเริ่มดำเนินการผลิตโครงการ Zawtika
ประเด็นการลงทุน
หลังจากเข้าร่วมประชุมกับ PTTEP เรายังมั่นใจในแนวโน้มกำไรของบริษัทและอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรของเรา การเริ่มดำเนินการผลิตของโครงการ Zawtika ที่เร็วกว่ากำหนด จะหนุนให้ความสามารถในการทำกำไรปรับตัวสูงขึ้นจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้นและอัตราภาษีที่ลดลง ในขณะนี้การจัดทำผลสรุปการตัดสินใจขั้นสุดท้าย (FID) ของโครงการ Mozambique และการเริ่มการผลิตของแหล่งน้ำมันในเอลจีเรียเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม ความคืบหน้าของทั้งสองโครงการจะเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นต่อไป นโยบายการลงทุนในตางประเทศที่เข้มงวดขึ้นอาจทำให้การเข้าซื้อกิจการใหม่ล่าช้าออกไป แต่เราคิดว่าจะทำให้ประเด็นความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการดำเนินโครงการคลี่คลายลง ทั้งนี้เราปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นมาอยู่ที่ 182 บาท จาก 178 บาท เพื่อสะท้อนการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของเรา
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรหนุนโดยปัจจัยบวก 2 ประเด็นจากการเริ่มดำเนินการผลิตโครงการ Zawtika
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสำหรับปี 2557 ขึ้น 5% มาอยู่ที่ 62,432 ล้านบาท และปรับเพิ่มกำไรปี 2558 ขึ้น 5% มาอยู่ที่ 73,885 ล้านบาท การเริ่มดำเนินการผลิตของโครงการ Zawtika ที่เร็วกว่ากำหนด ทำให้เราปรับเพิ่มสมมติฐานยอดขายน้ำมันปิโตรเลียมสำหรับปี 2557 ของเราขึ้น 1.2% มาอยู่ที่ 318,000boe ต่อวัน และปรับลดอัตราภาษีของ PTTEP ลงจาก 42% เป็น 41% สำหรับปี 2557 และลดลงมาอยู่ที่ 39% สำหรับปี 2558 บริษัทแนะว่าโครงการ Zawtika ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีปิโตรเลียมจากรัฐบาลพม่าเป็นระยะเวลา 5 ปี ดังนั้นบริษัทจะต้องจ่ายเพียงอัตราภาษีของไทยที่ 20% ทั้งนี้สมมติฐานใหม่สำหรับยอดขายปิโตรเลียมปี 2557 ของเรายังต่ำกว่าเป้าหมายที่บริษัทแนะไว้ที่ 320,000boe ต่อวัน (ก่อนหน้านี้บริษัทแนะไว้ที่ 330,000boe ต่อวัน) เนื่องจากเราให้สมมติฐานผลผลิตจากโครงการ Montara ไว้ในเชิงอนุรักษ์นิยมที่ 18,000 บาร์เรลต่อวัน (เทียบกับ 20,000 บาร์เรลต่อวันที่เคยรายงานไว้ในไตรมาส 2/57)
การจัดทำผลสรุปการตัดสินใจขั้นสุดท้าย (FID) ของโครงการ Mozambique และการเริ่มการผลิตของแหล่งน้ำมันในเอลจีเรียเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
PTTEP ชี้ว่า พรบ. เพื่อการพัฒนาแหล่งก๊าซธรรมชาติ LNG ซึ่งยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาจะเป็นปัจจัยท้าทายสำคัญต่อการจัดทำผลสรุปการตัดสินใจขั้นสุดท้ายของโครงการ (ซึ่งมีกำหนดในช่วงกลางปี 2558) อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีมุมมองเชิงบวก รัฐบาลได้ตกลงที่จะสรุปแผนให้สมบูรณ์ภายในสิ้นเดือนก.ย. นอกจากนี้ แผนการของภาครัฐเพื่อร่วมพัฒนากับแปลงสัมปทานข้างเคียง (พื้นที่ 4) ซึ่งก่อนหน้านี้ได้หยุดไว้ชั่วคราวก็กำลังมีความคืบหน้าในเร็วๆ นี้
ส่วนสัญญารับซื้อผลิตภัณฑ์ก็มีความคืบหน้าเช่นกัน โดยโครงการเซ็นสัญญาขาย LNG รวมที่ 5.6 ล้านตันต่อปี และขณะนี้กำลังเจรจากับประเทศอินเดียและอินโดนีเซีย ส่งผลให้ปริมาณรับซื้อผลิตภัณฑ์สูงขึ้นเป็น 60-70% ของแผนยอดขาย LNG ที่ 10 ล้านตันต่อปี หนุนให้โครงการนี้มีความเป็นไปได้มากขึ้น พร้อมกันนี้ PTTEP ยังคงยืนยันว่าโครงการน้ำมันที่อัลจีเรียจะเริ่มดำเนินการผลิตตามกำหนดในช่วงต้นปี 2558
เดินหน้าซื้อกิจการใหม่—แต่นโยบายการลงทุนในต่างประเทศที่เข้มงวดขึ้นทำให้การดำเนินการล่าช้าลง
PTTEP อาจประกาศการเข้าซื้อกิจการใหม่ในปีนี้ โดยขนาดดีลอาจมีมูลค่าอย่างน้อย 200 ล้านเหรียญ หรืออาจใกล้เคียงกับดีลที่เข้าซื้อ Cove Energy (ประมาณ 2 พันล้านเหรียญ) แต่บริษัทจะให้ความสำคัญกับ conventional asset เป็นลำดับแรก แต่ไม่ได้หมายความว่า PTTEP จะไม่เข้าซื้อโครงการ unconventional เลย อาจเข้าซื้อโครงการขนาดเล็กและเป็นโครงการที่อยู่ในขั้นตอนสำรวจและผลิตเท่านั้น ทั้งนี้บริษัทไม่มีความจำเป็นในการขายสินทรัพย์เพื่อเข้าซื้อกิจการใหม่ (หากมูลค่าเสนอไม่สมเหตุสมผล) บริษัทอ้างว่ามีความสามารถในการกู้ยืมเงินเพียงพอสำหรับการเข้าซื้อกิจการใหม่ (เงินสดรวมกับความสามารถในการกู้ยืมอีก 3 พันล้านเหรียญ) อย่างไรก็ตามผู้บริหารยอมรับว่านโยบายการลงทุนในต่างประเทศที่เข้มงวดขึ้นและขั้นตอนที่เสนอโดยประธานบริหารคนใหม่ของ PTT อาจทำให้การเข้าซื้อกิจการใหม่ล่าช้าออกไป









