ผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/57 น่าผิดหวัง
ต่ำกว่าประมาณการของเรา 21%
CPALL รายงานผลกำไรไตรมาส 2/57 ที่ 2.25 พันล้านบาท ลดลง 15% YoY และ 17% QoQ ซึ่งต่ำกว่าประมาณการของเราและ Bloomberg 21% และ 18% ตามลำดับ โดยมีปัจจัยจากยอดขายสาขาเดิมที่อ่อนตัวลงกว่าคาด ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงกว่าคาด และกำไรจาก MAKRO ซึ่งต่ำกว่าประมาณการ 10% (โดยหลักจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง)
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
รายได้เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 74% YoY เป็น 89 พันล้านบาท ซึ่งมีปัจจัยโดยหลักจากการรวมงบการเงินกับ MAKRO หากไม่รวมผลการดำเนินงานของ MAKRO และการเปลี่ยนวิธีบันทึกรายได้จากการขายบัตรโทรศัพท์ ยอดขายร้านสะดวกซื้อจะเติบโต 9.5% YoY ในไตรมาส 2/57 หนุนโดยการขยายสาขา ยอดขายสาขาเดิม (ไม่รวม T&E) เติบโตเพียง 0.5% YoY เนื่องจากการบริโภคชะลอตัวและผลกระทบจากเคอร์ฟิว จำนวนการซื้อลดลง 3% YoY เป็น 1,274 ครั้งต่อร้านต่อวัน แต่มูลค่าการซื้อต่อครั้งสูงขึ้น 5% YoY เป็น 62 บาท
CPALL ได้เปิดสาขาร้าน 7-Eleven เพิ่มเป็น 165 สาขาในไตรมาส 2/57 ส่งผลให้ยอดสาขาใหม่ในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 เพิ่มขึ้นเป็น 387 สาขา คิดเป็น 64.5% ของเป้าหมายทั้งปีที่ 600 สาขา
อัตรากำไรจากสินค้าในร้าน 7-eleven (ไม่รวม T&E) เพิ่มขึ้น 0.6% YoY และ 0.5% QoQ เป็น 26.2% หนุนโดยแก้วน้ำ Line Friends และ Rilakkuma ซึ่งช่วยผลักดันอัตรากำไรสำหรับทั้งสินค้าที่ไม่ใช่อาหาร (แก้วน้ำ) และสินค้าอาหาร (เครื่องดื่ม) ให้สูงขึ้น
แม้ค่าใช้จ่ายจากการเข้าซื้อกิจการ MAKRO จะต่ำลง แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (ไม่รวม MAKRO) ยังคงเพิ่มขึ้น 13% YoY เป็น 14.5 พันล้านบาทในไตรมาส 2/57 ซึ่งสูงกว่าประมาณการของเรา โดยมีปัจจัยมาจากค่าใช้จ่ายในการโฆษณาที่เพิ่มขึ้นก้าวกระโดด 54% YoY เป็น 2 พันล้านบาทในไตรมาส
แนวโน้ม
เรามมองว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 3/57 จะดีขึ้น หนุนโดยแคมเปญแสตมป์ (เริ่มใช้ตั้งแ 26 ก.ค.-25 พ.ย.) ค่าใช้จ่ายจากการเข้าซื้อกิจการ MAKRO ทีต่ำลง และดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง จากการรีไฟแนนซ์เงินกู้ระยะยาวจำนวน 40 พันล้านบาทด้วยการออกหุ้นกู้ในเดือนส.ค.
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
ค่าใช้จ่ายในการโฆษณามีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในระดับสูง เนื่องจาก CPALL ต้องการออกโปรโมชั่นเพิ่มขึ้นอีกเพื่อรับมือกับการแข่งขันสูงในตลาดสะดวกซื้อ ดังนั้น เราจึงปรับลดประมาณการกำไรลง 1%, 7% และ 8% สำหรับปี 2557 2558 และ 2559 ตามลำดับ และปรับลดราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2557 ลงจาก 50 บาทเป็น 48 บาท
คำแนะนำ
ด้วยอัพไซด์เพียง 3% ต่อราคาเป้าหมาย เราจึงปรับลดคำแนะนำจากซื้อ เป็น ถือ เรายังมองเห็นแนวโน้มอัพไซด์จาก CPALL ในการลดสัดส่วนการถือหุ้น MAKRO ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นก่อนกลางปี 2558 โดยบริษัทอาจขายหุ้น MAKRO ออก 25% เพื่อรีไฟแนนซ์เงินกู้ระยะยาวจำนวน 50 พันลานบาท









