วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อาร์เอสผนึกซีทีเอช ถ่ายทอดพรีเมียร์ลีกดันขาย'กล่อง'

"อาร์เอส" จับมือ "ซีทีเอช" ต่อยอดธุรกิจขายกล่องทีวีดาวเทียม ตั้งเป้าสิ้นปีมียอดขายทะลุ 1.5 ล้านกล่อง

เพิ่มมูลค่าให้ "กล่องซันบ็อกซ์ ลาลีกา สตาร์" และการบอกรับสมาชิกแบบรายเดือนของซีทีเอช เนื่องจากดึง 2 แมทฟุตบอลระดับโลก "พรีเมียร์ลีก" กับ "ลาลีกา สเปน" อยู่ในกล่องเดียว โดยอาร์เอสเตรียมเปิดขายกล่องซันบ็อกซ์ชุดใหม่ 11 ส.ค นี้

บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) หลังจากเปิดตัวปีแรกอย่างยิ่งใหญ่ในปี 2555 โดยทุ่มเงินกว่า 1 หมื่นล้านบาท ในการคว้าสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างเป็นทางการ 3 ปี นับตั้งแต่ฤดูกาล 2556-2557 เพื่อเป็นการตอกย้ำความตั้งใจของซีทีเอช ในการนำ content กีฬาชั้นนำในระดับโลก มาสู่ผู้ชมคนไทยทั่วทั้งประเทศ

นอกจากนี้ แนวความคิดของ นายวิชัย ทองแตง ประธานกรรมการ บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) ในขณะนี้ มั่นใจว่า ซีทีเอช จะนำเสนอรูปแบบการถ่ายทอดสดในระบบ Digitai Broadband ในรูปแบบที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน และหวังจะนำคุณประโยชน์ของเทคโนโลยีระบบดิจิทัลเข้าสู่ทุกครัวเรือน และยังครอบคลุมถึง กัมพูชา และลาว

ดังนั้นแผนเบื้องต้นในขณะนี้ ของนายวิชัย เป็นการบุกตลาดแบบขายกล่องบอกรับสมาชิกรายเดือน ซึ่งผู้คนในวงการประเมินว่า จะเป็นคู่แข่งสำคัญของบริษัท ทรูวิชั่นส์ และคาดว่าเมื่อมีการถ่ายทอดสดบอลพรีเมียร์ลีก จะมีการบอกรับเป็นสมาชิกของซีทีเอชไม่น้อยกว่า 1 ล้านกล่อง แต่ยอดบอกรับสมาชิกกลับต่ำกว่าเป้าหมาย ในขณะที่ซีทีเอช ต้องแบกรับภาระค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดบอลพรีเมียร์ครั้งแรกในเมืองไทยไม่น้อยกว่าปีละ 3,000 ล้านบาท

จากปัญหาดังกล่าว ทำให้นายวิชัย และทีมผู้บริหารซีทีเอช เร่งหาแนวทางพลิกเกมเพื่อให้แบกรับภาระขาดทุนน้อยที่สุด ดังนั้นเมื่อวันที่ 23 ก.ค.ที่ผ่านมา นายวิชัย นำทีมซีทีเอช จับมือกับนายไพบูลย์ ดำรงชัยธรรม ประธานกรรมการ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามในสัญญาข้อตกลงรวมบริษัท ซีทีเอช แอลซีโอ จำกัด กับบริษัท จีเอ็มเอ็ม บี จำกัด ดำเนินธุรกิจเพย์ทีวี ซึ่งเป็นบริษัทลูกของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ โดยซีทีเอช แอลซีโอ เข้ามาถือหุ้นใน จีเอ็มเอ็ม บี 100%

ขณะที่บริษัท แซท เทรดดิ้ง ในเครือแกรมมี่ จะเข้ามาถือหุ้นใน ซีทีเอช 10% ส่งผลให้ซีทีเอช กลายมาเป็นบริษัทแม่ ในการดำเนินธุรกิจเพย์ทีวีของทั้งซีทีเอช แอลซีโอ และจีเอ็มเอ็ม บี

หลังการเซ็นสัญญาครั้งนี้ ซีทีเอช จึงมอบหมายให้ นายเชิดศักดิ์ กู้เกียรตินันท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีทีเอช จำกัด (มหาชน) เข้ามาดูแลด้านการตลาดในธุรกิจเพย์ทีวีของจีเอ็มเอ็ม แซท ทั้งหมด ส่งผลให้ ซีทีเอช ก้าวสู่ความเป็น มีเดีย แอนด์ เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ เต็มรูปแบบ ซึ่งทางจีเอ็มเอ็ม แซท ยังคงขายกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท ต่อเนื่อง หลังจากต่างเป็นเบอร์ 2 และเบอร์ 3 ในธุรกิจเพย์ทีวี

นอกจากนี้ การเป็นพันธมิตรกันในครั้งนี้ ยังเป็นการเพิ่มศักยภาพให้แก่ทั้งสองฝ่ายใน 4 เรื่องหลัก คือ 1. Advertising อำนาจในการหาโฆษณามีมากขึ้น 2.Box จากฐานสมาชิกของจีเอ็มเอ็ม แซท 1.5-2 ล้านกล่อง จะเป็นฐานที่สำคัญของซีทีเอช 3.Content ทำให้มีคอนเทนต์มากที่สุด และ 4.Distribution การต่อรอง และการกระจายสินค้ามีมากขึ้น

อีกทั้งระบบโครงข่ายจากทั้งสองบริษัทรวมกัน จะมีมากถึง 17 ทรานสปอนเดอร์ ถือเป็นกลุ่มที่มีทรานสปอนเดอร์มากที่สุด จะช่วยให้การใช้งานอย่างทรานสปอนเดอร์ที่มีอยู่ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่องทับซ้อนจะลดลง

ขณะเดียวกันนายวิชัย ยังมองการณ์ไกล ล่าสุดยังเปิดโอกาสให้กับธุรกิจของซีทีเอส โดยการจับมือเป็นพันธมิตรกับบริษัทอาร์เอส จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้จากคำยืนยันของ นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) ว่า บริษัทจับมือกับ ซีทีเอช เพื่อเป็นพันธมิตรทางธุรกิจ โดยต้องการต่อยอดการดำเนินธุรกิจกล่องซันบ็อกซ์ ให้เติบโตรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยนำ "พรีเมียร์ลีก" บิ๊กคอนเทนต์กีฬาฟุตบอลระดับโลก ที่คนไทยจำนวนไม่น้อยเป็นแฟนคลับ และชื่นชอบติดตามดู มาต่อยอดการทำตลาด "กล่องซันบ็อกซ์ ลาลีกา สตาร์"

เธอบอกว่า เพื่อเป็นการเสริมทัพให้กล่องซันบ็อกซ์ ลาลีกา สตาร์ ขึ้นแท่น เป็นกล่องทีวีดาวเทียม ที่มีมูลค่ามากที่สุดทันที เพราะเป็นเพียงกล่องทีวีดาวเทียมแห่งเดียวในเมืองไทย สามารถรับชม 2 สุดยอดฟุตบอลลีกที่ดีที่สุดในโลก ทั้งพรีเมียร์ลีกและลาลีกา สเปน ในกล่องเดียว

"อาร์เอสจึงตั้งเป้าจะมียอดขายกล่องรุ่นนี้ 5 แสนกล่อง ส่งผลให้สิ้นปีนี้มียอดขายรวม 1.5 ล้านกล่อง"นางพรพรรณ กล่าว

นอกจากนี้ นางพรพรรณ ยังกล่าวด้วยว่า อาร์เอสได้เตรียมใช้งบทำตลาดราว 100 ล้านบาท เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ "กล่องซันบ็อกซ์ ลาลีกา สตาร์" ผ่านสื่อครบวงจร 360 องศา

ขณะเดียวกัน ได้เตรียมเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชื่อ "กล่องเดียวในไทย" ความยาว 60 วินาที เพื่อสร้างกระแสการรับรู้ในวงกว้าง พร้อมทั้งจะวางจำหน่ายสินค้าสู่ท้องตลาดตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค.นี้เป็นต้นไป ในราคา 1,590 บาท โดยกล่องนี้ยังสามารถรับชมทีวีดิจิทัลครบทุกช่อง ตามเงื่อนไขการส่งสัญญาณของแต่ละสถานี และรายการทีวียอดนิยมจากค่ายอาร์เอส ได้แก่ ละคร ภาพยนตร์ เพลง และวาไรตี้ฮฮตฮิตจาก 5 ช่อง ได้แก่ ช่อง 8, ช่อง 2, ช่องยู แชนแนล, ช่องสบายดีทีวี และช่องซันแชนแนล

"อาร์เอสมั่นใจว่า จะมียอดขายดีแน่นอน เพราะกล่องนี้รองรับกับจานดาวเทียมทุกสี ทำให้คอบอลสะดวกและง่ายยิ่งขึ้นในการรับชม ซึ่งคุ้มค่า เพราะจะได้ดูพรีเมียร์ลีกฤดูกาล ปี2557-2558 จำนวน 380 แมตซ์ และลาลีกา สเปนฤดูกาล ปี2557-2558 ครบทั้ง 380 แมตซ์" นางพรพรรณ กล่าว

นอกจากนี้ แหล่งข่าวจากอาร์เอส กล่าวเสริมด้วยว่า การลงนามกับซีทีเอสในครั้งนี้ นอกจากส่งผลดีกับบริษัทแล้ว ยังส่งผลดีกับซีทีเอส เพราะลูกค้าบอกรับสมาชิกรายเดือนของซีทีเอส จะได้ชมเนื้อหา และฟุตบอลในรูปแบบเดียวกัน ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ให้กับซีทีเอสเช่นกัน และหนุนให้ลูกค้าแบบบอกรับสมาชิกรายเดือนของซีทีเอสเพิ่มขึ้น

"การร่วมมือกันในครั้งนี้ จะช่วยหนุนซีทีเอช ทำให้ลดภาระการแบกรับภาระลิขสิทธิ์การถ่ายทอดบอลพรีเมียร์ลีกลดลง เพราะซีทีเอสไม่ได้ผูกมัดการถ่ายทอดอยู่เฉพาะในกล่องของซีทีเอชอย่างเดียว ยังมีรายได้จากการขายลิขสิทธิ์ถ่ายทอดพรีเมียร์ลีกให้กับพันธมิตรรายอื่นด้วย"