วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

HMPRO - ถือ

แนวโน้มการเติบโตของกำไรชะลอตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2557

ประเด็นการลงทุน

เราคิดว่า HMPRO ซื้อขายในระดับราคาค่อนข้างแพง ด้วย PER ปี 2557 ที่ 33.7 เท่า และปี 2558 ที่ 29.4 เท่า เทียบกับคาดการณ์การเติบโตของกำไรที่เพียง 9% ในปี 2557 และ 15% ในปี 2558 อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าราคาหุ้นจะยังทรงตัวในระยะสั้นจากการเก็งกำไรหุ้นปันผล กลยุทธ์ระยะสั้นเราแนะนำให้ ถือ และอาจขายหุ้นออกหลังการจ่ายหุ้นปันผล เพราะเรามองว่ากำไรในครึ่งหลังปี2557 จะเติบโตเพียง 11% YoY เทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 18% YoY เนื่องจากถูกกดดันด้วยผลขาดทุนจากเมก้าโฮมและค่าใช้จ่ายจากการขยายตลาดเข้าสู่ประเทศมาเลเซีย เราชื่นชอบ CPN BEAUTY และ ROBINS มากกว่า ด้วยแนวโน้มการเติบโตของกำไรในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 ที่แข็งแกร่งกว่า

ขยายสาขาอย่างต่อเนื่องแต่ด้วยขนาดสาขาที่เ็ล็กลง

ในการประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวานนี้ ผู้บริหารยังคงยืนยันที่จะเปิดโฮมโปร 5 สาขาในประเทศ และสาขาแรกในประเทศมาเลเซียในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 โดยสาขาในประเทศทั้งหมดที่จะเปิดทำการในช่วงดังกล่าวจะอยู่ในจังหวัดขนาดใหญ่เท่านั้น เนื่องจากอุปสงค์ในจังหวัดขนาดกลางและเล็กมีแนวโน้มอ่อนตัวต่อเนื่อง สำหรับปี 2558 บริษัทวางแผนเปิดโฮมโปรเพิ่ม 6-8 สาขา และเมก้าโฮมเพิ่ม 4 สาขาในประเทศ ในขณะที่แผนการเปิดสาขาที่สองในประเทศมาเลเซียได้เลื่อนออกไปเป็นปี 2558 ทั้งนี้ สาขาที่จะเปิดตัวในปีหน้าจะมีขนาดเล็กลง

ยอดขายสาขาเดิมมีแนวโน้มชะลอตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2557

ยอดขายสาขาเดิมขยายตัวได้สูงถึง 6.5% ในไตรมาส 2/57 และ 5.3% ในครึ่งแรกของปี หนุนโดยการฟื้นตัวของความต้องการสินค้าตกแต่งและซ่อมแซมบ้าน รวมถึงยอดขายโทรทัศน์ที่สูงในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลก อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ายอดขายสาขาเดิมจะชะลอตัวราว 4-5% ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 จากการแย่งลูกค้ากันเอง และขาดปัจจัยสนับสนุนหลังงานฟุตบอลโลกจบลง หากไม่รวมผลกระทบเชิงบวกจากเทศกาลฟุตบอลโลก ยอดขายสาขาเดิมจะเติบโตราวๆ 5% ในไตรมาส 2/57 ในขณะที่การเปิดสาขาที่สองและสามในจังหวัดขนาดใหญ่ในครึ่งปีหลังนี้จะส่งผลให้เกิดการแย่งลูกค้ากันเอง

กำไรถูกกดดันจากผลการดำเนินงานขาดทุนของเมก้าโฮมและการขยายสาขาในประเทศมาเลเซีย

ผลการดำเนินงานขาดทุนของเมก้าโฮมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสำหรับการขยายตลาดสู่ประเทศมาเลเซียเป็นปัจจัยกดดันหลักต่อกำไรในช่วงครี่งหลังของปี 2557 ผู้บริหารคาดกว่าเมก้าโฮมจะเริ่มทำกำไรได้ในช่วงท้ายปี 2558 ในขณะที่การดำเนินงานในมาเลเซียอาจใช้เวลา 4-5 ปีกว่าจะถึงจุดคุ้มทุน ทั้งนี้ ในระดับสาขาอาจใช้เวลาราว 3 ปีเพื่อถึงจุดคุ้มทุน แต่ในระดับบริษัทนั้นขึ้นอยู่กับว่าบริษัทจะสามารถเปิดสาขาใหม่ได้เร็วเท่าไร และสาขาที่เปิดใหม่จะสามารถทำกำไรได้หรือไม่ เนื่องจากบริษัทต้องการกำไรจากอย่างน้อยสี่สาขาจึงจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายส่วนกลาง

การจ่ายหุ้นปันผลและกำไรจากการขายสินทรัพย์จะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้น

ผู้บริหารแนะในการประชุมนักวิเคราะห์ว่า HMPRO กำลังพิจารณาจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 เราคาดว่าบริษัทจะจ่ายปันผลเป็นหุ้นมากกว่าเงินสดเนื่องจากบริษัทอาจมีความจำเป็นต้องใช้เงินสำหรับการขยายสาขากว่า 8-9 พันล้านบาทต่อปี นอกจากนี้ HMPRO ยังวางแผนที่จะขายศูนย์การค้าหัวหินมาร์เก็ตวิลเลจให้กับกองทุนอสังหาฯในปีหน้า โดยมูลค่าอสังหาริมทรัพย์คาดอยู่ที่ 4-5 พันล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้มีกำไรสุทธิที่ราวๆ 1.6-2 พันล้านบาท