"มัดแมน"ผู้บริหารธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ เผยภาพรวมธุรกิจครึ่งปีแรกโตต่ำเป้า เหตุปัญหาการเมือง-เศรษฐกิจรุมเร้า
นายนาดิม ซาเวียร์ ซาลฮานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท มัดแมน จำกัด บริษัทลูก บมจ. ทรัพย์ศรีไทย ผู้ดำเนินธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ ภายใต้แบรนด์ดังกิ้น โดนัท โอปองแปง บาสกิ้น ร้อบบิ้นส์ และเกรฮาวด์ เปิดเผยภาพรวมธุรกิจโดนัทและเบเกอรี่ ช่วงครึ่งปีแรกว่า ยังอยู่ในภาวะติดลบ จากปัญหาเศรษฐกิจและการเมือง ส่งผลให้การบริโภคชะลอตัว โดยเฉพาะสาขาที่อยู่ตามแหล่งท่องเที่ยว ภูเก็ต และพัทยา เป็นต้น
ทั้งนี้ เมื่อพิจารณายอดขายแต่ละแบรนด์ พบดังกิ้น โดนัท เติบโตลดลง 3% โอปองแปง เติบโตลดลง 0.75% แต่โดยรวมถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่นๆ ในตลาด
อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ดังกล่าว คาดว่าจะทำให้ยอดขายทั้งปีของบริษัทเติบโตเพียง 5% ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 15% โดยถือเป็นการเติบโตที่ต่ำสุดในรอบหลายปี จากปี 2553 มียอดขายเติบโตเฉลี่ย 15-20% แต่มองว่าปีหน้าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติที่การเติบโตเฉลี่ย 15% เช่นเดิม
ปัจจุบันภาพรวมตลาดรวมโดนัทมีมูลค่าราว 3,000 ล้านบาท ดังกิ้น โดนัท มีส่วนแบ่งตลาด 38% ขณะที่มูลค่าตลาดรวมไอศกรีมอยู่ที่ 1.5 หมื่นล้านบาท บาสกิ้น ร้อบบิ้นส์ อยู่ในเซ็กเมนท์พรีเมี่ยม ปัจจุบันมี 20 สาขา
"ยอดขายรวมปีนี้คงปิดที่ 2,000 ล้านบาท เติบโต 5% จากปีก่อนที่ปิดยอดขายราว 1,800 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้มาจากดังกิ้น โดนัท 50% โอปองแปง 46-47% และบาสกิ้น ร้อบบินส์ 3-4%"
นายนาดิม ยังกล่าวถึงแนวโน้มธุรกิจอาหารและเบเกอรี่ ครึ่งปีหลังว่า คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น แต่จะต้องประเมินสถานการณ์การจับจ่ายของผู้บริโภคอย่างใกล้ชิด
สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดในครึ่งปีหลังมีแผนจะร่วมกับเจ้าของที่ดิน และห้างค้าปลีก จัดโปรโมชั่นร่วมกัน ทั้งการดำเนินกลยุทธ์ราคา การแจกของพรีเมี่ยม เพื่อกระตุ้นยอดขาย รวมทั้งยังเดินทางขยายสาขาตามแผนที่วางไว้
โดยทั้งปี 2557 มีแผนจะเปิดร้านโอปองแปง 9 สาขา ลงทุนเฉลี่ย 5-6 ล้านบาทต่อสาขา ดังกิ้น โดนัท เปิด 15 สาขา ลงทุนเฉลี่ย 1.3-2 ล้านบาทต่อสาขา และบาสกิ้น ร้อบบิ้นส์ เปิด 5 สาขา ลงทุนเฉลี่ย 2.1-2.2 ล้านบาทต่อสาขา นอกจากนี้ยังมีแผนปรับปรุงสาขาเดิม รวมถึงปรับตำแหน่งของแบรนด์ใหม่
นางพรศิริ โรจน์เมธา กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกรฮาวด์ คาเฟ่ จำกัด ผู้บริหารร้านอาหารในเครือเกรฮาวด์ กล่าวว่า ยอดขายธุรกิจร้านอาหารควรจะเติบโตได้มากกว่าปัจจุบัน แต่ด้วยปัจจัยลบค่อนข้างมาก เช่น ห้างค้าปลีกเปิดปิดให้บริการน้อยลง รวมทั้งที่ผ่านมาเกรฮาวด์ คาเฟ่ ปิดปรับปรุงในบางสาขา ส่งผลให้ยอดขายครึ่งแรกเติบโตเพียง 6% ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 15%
ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลัง ประเมินว่า ธุรกิจจะเริ่มฟื้นตัวกลับมา แต่ก็ต้องประเมินปัจจัยบวกจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยวอีกครั้ง ว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาหรือไม่ อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้บริษัทเตรียมความพร้อมภายในองค์กร ทั้งการเปิดสาขาใหม่รองรับการเปิดตัวของศูนย์การค้าทั้งดิ เอ็มโพเรียม และดิ เอ็มควอเทียร์ ที่จะเปิดให้บริการปีหน้า
"ครึ่งปีหลังตลาดเริ่มฟื้นกลับมา แต่เรายังต้องรอให้นักท่องเที่ยวมาเยือนไทยมากขึ้น แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ผู้ประกอบการต้องประคองธุรกิจในปีนี้ เพื่อมองข้ามช็อตไปในอนาคต โดยเตรียมแผนรุกตลาดไว้ เพราะเชื่อว่าปีหน้าทุกอย่างจะกลับมาขยายตัวดีขึ้น" นางพรศิริ กล่าว









