วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลุ้นคำสั่งซื้อไตรมาส3 หนุนส่งออกครึ่งปีหลังโต

“แบงก์ชาติ” เผยผลสำรวจความเห็นภาคธุรกิจ คาดคำสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศเริ่มฟื้นไตรมาส3

โดยเฉพาะคำสั่งซื้อจากยุโรปก่อนหมดสิทธิ “จีเอสพี” ขณะที่ “การลงทุน” ยังฟื้นแผ่ว เหตุรอดูความชัดเจนของรัฐบาลใหม่ ด้านต้นทุนวัสดุก่อสร้างแนวโน้มยังเพิ่มขึ้น "โกลด์แมน แซคส์" ปรับเพิ่มจีดีพีไทยปีนี้ ขยายตัว 0.4% จากเดิมให้ติดลบ 0.5% หลังประเมินส่งออกฟื้นตัวเล็กน้อย การนำเข้าสินค้าคง ยอดขายรถกับซีเมนต์และเครื่องจักรดีขึ้นบ้าง ขณะที่ดัชนีภาคการผลิตยังคงหดตัวในไตรมาส 2

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการสำรวจความเห็นของผู้ประกอบการภาคธุรกิจไทยช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ มองการส่งออกสินค้าไทยช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ มีแนวโน้มขยายตัวดีขึ้นตามลำดับ สะท้อนจากผลสำรวจความเชื่อมั่นทางธุรกิจที่พบว่า คำสั่งซื้อจากต่างประเทศในไตรมาส 3 จะเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะคำสั่งซื้อจากยุโรปที่คาดว่าจะปรับดีขึ้นชัดเจน ตามการเร่งนำเข้าสินค้าก่อนที่สินค้าไทยจะหมดสิทธิ GSP ในเดือนพ.ย.นี้

ส่วนผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยางพารา คาดว่า การส่งออกจะปรับดีขึ้นเช่นกัน หลังจากสินค้าคงคลังในจีนเริ่มลดลง ขณะที่การส่งออกยานยนต์และชิ้นส่วน คาดว่า จะขยายตัวได้ดีตามความต้องการที่ยังมีต่อเนื่อง ประกอบกับมีการขยายไปยังตลาดใหม่ๆ แต่การส่งออกเครื่องนุ่งห่ม น่าจะเริ่มชะลอตัวลงหลังจากเสร็จสิ้นเทศกาลฟุตบอลโลก

การบริโภคเอกชนแนวโน้มขยายตัว

สำหรับการบริโภคภาคเอกชน มีแนวโน้มขยายตัวค่อยเป็นค่อยไปในไตรมาส 3 ปีนี้ โดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่เผยว่า ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่โน้มเพิ่มขึ้น และแนวโน้มการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของธุรกิจค้าปลีกและค่ายรถยนต์ต่างๆ ที่จะมีมากขึ้นช่วงไตรมาส 3 น่าจะช่วยให้ยอดขายในภาพรวมปรับตัวดีขึ้นช้าๆ สอดคล้องกับดัชนีคำสั่งซื้อในประเทศอีก 3 เดือนข้างหน้า ที่ปรับดีขึ้นเล็กน้อย และมุมมองของสถาบันการเงินส่วนใหญ่คาดว่า ความต้องการสินเชื่อเพื่อการบริโภคจะเพิ่มขึ้นภายใน 3 เดือนข้างหน้า

การบริโภคภาคเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ เพราะเข้าสู่ช่วงหน้าฝน หรือช่วงนอกฤดูเก็บเกี่ยว นอกจากนี้ ราคาพืชผลทางการเกษตรที่ตกต่ำ และภาระหนี้ที่ยังอยู่ในระดับสูงยังคงฉุดรั้ง กำลังซื้อให้อยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง

การลงทุนเอกชนปรับขึ้นเล็กน้อย

ส่วนการลงทุนภาคเอกชน คาดว่า การลงทุนจะปรับดีขึ้นเพียงเล็กน้อย สะท้อนจากผลสำรวจภาวะและแนวโน้มสินเชื่อที่พบว่า ความต้องการสินเชื่อของธุรกิจปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อน

นอกจากนี้ ผลสำรวจเผยว่า ความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่เป็นเงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น ขณะที่ความต้องการเงินทุน เพื่อการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรขยายตัวเพียงเล็กน้อย สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ แม้ว่าการเมืองจะคลี่คลายลงตามลำดับ

“สอดคล้องกับผลการสัมภาษณ์ผู้ประกอบการที่พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังชะลอการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนเพื่อขยายการผลิต เพื่อรอประเมินภาวะเศรษฐกิจ และความชัดเจนของนโยบายเศรษฐกิจหลังจากจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ โดยเฉพาะความชัดเจนของโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐและการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศไปอีกระยะหนึ่ง”

ส่วนผู้ประกอบการบางราย จะเริ่มขยายการลงทุนในประเทศกัมพูชา ลาว และเวียดนาม เพื่อขยายตลาดและลดต้นทุนด้านแรงงาน เช่น ธุรกิจเครื่องนุ่งห่ม และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม

ท่องเที่ยวหดตัวแต่ทิศทางดีขึ้น

ด้านธุรกิจท่องเที่ยว แม้ยังหดตัวแต่มีทิศทางดีขึ้น สะท้อนจากยอดจองที่พักล่วงหน้าที่ยังหดตัวต่อเนื่อง แต่ในอัตราที่ชะลอลงหลังจากหลายประเทศทยอยประกาศปรับลดระดับคำเตือนในการเดินทางมาไทย ตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 2 ผู้ประกอบการจึงคาดว่า ธุรกิจเริ่มฟื้นตัวสู่ระดับปกติไตรมาสสุดท้ายของปี เพราะเข้าสู่ช่วงหน้าหนาว ขณะที่นักท่องเที่ยวต่างชาติ น่าจะเริ่มเข้าใจการเมืองในไทยมากขึ้น

สำหรับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มีแนวโน้มปรับดีขึ้น หลังจากการเมืองมีความชัดเจน ทำให้แนวนโยบายโครงสร้างพื้นฐานชัดเจนมากขึ้น และการเบิกจ่ายภาครัฐดำเนินต่อไปได้ ผู้ประกอบการจึงเริ่มเชื่อมั่นมากขึ้น และกลับมาเปิดขายโครงการที่ชะลอไว้ โดยเฉพาะโครงการที่อยู่อาศัยแนวดิ่งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขณะที่การเปิดตัวโครงการในต่างจังหวัดยังคงหดตัวไปจนถึงสิ้นปี เพราะมีภาวะอุปทานล้นตลาดในช่วงก่อนหน้า

ที่อยู่อาศัยค่อยๆ ฟื้นตัว

ส่วนความต้องการที่อยู่อาศัยจะปรับดีขึ้นตามความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ค่อยๆ ฟื้นตัว สะท้อนจากจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมโครงการที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และมีการตัดสินใจซื้อมากขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังไม่กลับสู่ระดับปกติ แม้เม็ดเงินที่เริ่มไหลเข้าในตลาดทุนมากขึ้น ได้ส่งผลให้กำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ปรับตัวเพิ่มมากขึ้น แต่ภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ระดับสูง และสัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังไม่ชัดเจน ทำให้ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังในการใช้จ่ายต่อไปอีกระยะหนึ่ง

รายงานข่าวระบุว่า ด้านการจ้างงาน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ ที่โน้มดีขึ้นตามสถานการณ์ แต่คาดว่าค่าจ้างแรงงานยังไม่ปรับขึ้นจากไตรมาสก่อนอย่างมีนัยสำคัญ

ส่วนต้นทุนมีแนวโน้มสูงขึ้นมากในบางธุรกิจ โดยผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ คาดว่า ต้นทุนวัสดุก่อสร้างและแรงงานจะปรับเพิ่มขึ้นมาก หลังจากผู้ประกอบการเริ่มทยอยเปิดโครงการที่อยู่อาศัยใหม่มากขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการในธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ คาดราคาเหล็ก ยังมีแนวโน้มสูงต่อเนื่อง

โกลด์แมนแซคส์ปรับเพิ่มจีดีพี0.4%

โกลด์แมน แซคส์ เผยแพร่งานวิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจไทยฉบับล่าสุดว่า การเติบโตของจีดีพีไทยช่วงไตรมาส 2 ดีขึ้น หรือติดลบเล็กน้อย เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ถือเป็นการขยายตัวดีขึ้นเล็กน้อยเทียบกับไตรมาสแรก ซึ่งการขยายตัวติดลบน้อยลง เป็นผลจากการส่งออกฟื้นตัวอยู่บ้าง การนำเข้าสินค้าคงทนและยอดขายรถยนต์ในประเทศ กับยอดขายเครื่องจักร และซีเมนต์ดีขึ้นต่อเนื่อง

ดัชนีภาคการผลิต ยังคงหดตัวต่อเนื่องในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นเหตุผลเกี่ยวข้องกับฤดูกาล ขณะที่ดัชนีชี้วัดกิจกรรมเศรษฐกิจขณะนี้ ดูเหมือนจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง แต่การเติบโตของจีดีพีในไตรมาส 2 ยังคงติดลบแม้ติดลบน้อยลง ทำให้ธนาคารปรับคาดการณ์จีดีพีของไทยปีนี้และปีหน้าใหม่ หลังจากก่อนหน้านี้คาดว่าจีดีพีไทยไตรมาสสองติดลบ 0.8% เทียบช่วงเดียวกันปีที่แล้ว

โดยโกลด์แมน แซคส์ คาดว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจยังมีให้เห็นต่อเนื่องช่วงครึ่งหลังปีนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. และหลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาดูแลบริหารงานประเทศ ธนาคารได้คาดไว้ว่าจีดีพีไทยจะหดตัว 0.5% ในปีนี้ เบื้องต้นเป็นผลจากเศรษฐกิจไตรมาสแรกหดตัว แต่ขณะนี้ธนาคารได้ปรับเปลี่ยนคาดการณ์ดังกล่าว ให้จีดีพีของไทยขยายตัวเล็กน้อย 0.4% จากเดิมให้ติดลบ 0.5% ส่วนปีหน้าปรับเพิ่มเป็น 4.3% จากเดิมให้ไว้ 3.8%

ธุรกิจ-การลงทุนเอกชนดีขึ้น

โกลด์แมน แซคส์ ให้เหตุผลที่ปรับเพิ่มจีดีพีไทยปีนี้และปีหน้าว่า เป็นเพราะบรรยากาศภาคธุรกิจกับการลงทุนภาคเอกชนดีขึ้น และมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง คาดว่าเศรษฐกิจจะกลับมาขยายตัวเล็กน้อย และเนื่องจากการใช้จ่ายภาครัฐเริ่มปรากฏให้เห็น การลงทุนในประเทศฟื้นตัวปานกลาง การเข้ามาของนักท่องเที่ยวดีขึ้น และการส่งออกคาดว่าจะดีขึ้น ทำให้ธนาคารปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวของจีดีพีไตรมาส 3 และ 4 ปีนี้ เป็น 5%เท่ากัน จากเดิมเคยให้ไว้ 3% และ 4%ตามลำดับ และยังคาดว่าการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน หรือ กนง.วันนี้ (6 ก.ค.) ยังคงดอกเบี้ยไว้