วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

MCOT - ขาย

ปรับลดคำแนะนำเป็น ขาย

ประเด็นการลงทุน

เราปรับลดคำแนะนำหุ้น MCOT จาก ถือ เป็น ขาย เนื่องจากส่วนแบ่งกลุ่มผู้ชมของบริษัทที่ยังคงอ่อนแอและเรตติ้งรายการที่ยังคงลดลงต่อเนื่อง การปรับลดความคาดหวังต่อรายได้และกำไรสุทธิในช่วงปี 2557-2558 เนื่องการรวมงบของแพลตฟอร์มใบอนุญาตทีวีดิจิตัลเข้ามาในประมาณการของเรา รวมถึงมูลค่าหุ้น ณ ปัจจุบันที่แพงมากที่อัตราส่วน PER ในปี 2557 ที่ 24 เท่าและอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลไม่โดดเด่นเพียงแค่ 4% ในปี 2557 การเกิดของแพล็ตฟอร์มทีวีดิจิตัลจะส่งผลให้มูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้นสุทธิของ MCOT ลดลง 7 บาทต่อหุ้น เราคาดว่าผลการดำเนินงานของบริษัทจะยังคงชะลอตัวต่อเนื่องไปยังไตรมาส 3/57 หลังจากการปรับผังรายการใหม่อีกครั้งในเดือนก.ค.2557 ผู้อำนวยการของบริษัทลาออกจากต่ำแหน่งก่อนที่จะมีการทำรัฐประหารและซีเอฟโอก็เพิ่งจะลาออกไปไม่นาน โดยทั้งสองตำแหน่งยังว่างอยู่ ดังนั้นเราคาดว่าผลการดำเนินงานของ MCOT จะยังคงไม่ฟื้นตัวจนกว่าจะมีผู้อำนวยการคนใหม่เข้ามากำหนดทิศทางองค์กร

คาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/57 แย่ลง

เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 2/57 ที่ 170 ล้านบาท ลดลง 62% YoY และ 14% QoQ กำไรสุทธิที่แย่ลง YoY เนื่องจากรายได้โฆษณาที่หดตัวลงอย่างมากซึ่งเป็นผลจากการบริโภคในประเทศที่ชะลอตัว และเรตติ้งรายการและส่วนแบ่งกลุ่มผู้ชมที่ลดลง รายได้จากงานโครงการพิเศษภาครัฐลดลงเช่นกัน นอกจากนี้รายได้สัมปทานมีแนวโน้มลดลงเนื่องจากการย้ายลูกค้าของทรูวิชั่นส์จากสัมปทานของ MCOT ไปยังบริษัทของทรูที่ได้รับใบอนุญาตจากกสทช. ซึ่งเริ่มทำมาแล้วตั้งแต่ไตรมาส 1/57 รวมถึงต้นทุนบริการที่เพิ่มสูงขึ้นจากค่าตัดจำหน่ายค่าประมูลคลื่นความถี่ทีวีดิจิตัลซึ่งได้เริ่มรับรู้ไปแล้วตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย. 2557 หรือตั้งแต่วันที่บริษัทได้รับใบอนุญาตดิจิตัลอย่างเป็นทางการจาจากกสทช. ให้ตั้งข้อสังเกตว่าไม่มีผลกระทบทางบวกจากเม็ดเงินโฆษณาที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากเทศกาลฟุตบอลโลกในช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย. 2557 แต่อย่างใด

เราคาดว่ารายได้สำหรับทุกธุรกิจปรับตัวลดลง YoY โดยรายได้โฆษณาทีวีมีแนวโน้มลดลง 25% YoY แต่เพิ่มขึ้น 2% QoQ (นีลสันรายงานว่ารายได้โฆษณาของ MCOT ในไตรมาส 2/57 ลดลงเพียงแค่ 6% YoY) เราคาดอัตรายอดจองเวลาโฆษณาทีวีเฉลี่ยอยู่ที่ 57% ในไตรมาส 2/57 (เทียบกับ 82% ในไตรมาส 2/56 และ 55% ในไตรมาส 1/57) ส่วนแบ่งผู้ชมเฉลี่ยของ MCOT ลดลงเหลือ 7.1% ในไตรมาส 2/57 จาก 7.5% ในไตรมาส 1/57 เนื่องจากเรตติ้งรายการที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

เราคาดว่ารายได้โฆษณาวิทยุมีแนวโน้มลดลง 10% YoY (แต่เพิ่มขึ้น 21% QoQ) ในขณะที่รายได้สัมปทานมีแนวโน้มลดลง 35% YoY และ 4% QoQ ประมาณการกำไรสุทธิไตรมาส 2/57 ของเราได้สะท้อนค่าตัดจำหน่ายค่าประมูลคลื่นความถี่ทีวีดิจิตัลจำนวน 48 ล้านบาทสำหรับใบอนุญาตทีวีดิจิตัลทั้ง 2 ใบอนุญาตในไตรมาส 2/57 (โดย MCOT ชนะประมูลช่องวาไรตี้เอชดีที่ 3.34 พันล้านบาทและช่องเด็กที่ 660 ล้านบาท)

ปรับลดประมาณการรายได้และกำไรสุทธิปี 2557

เราปรับลดประมาณการรายได้ปี 2557 ลงอีก 16% เหลือ 4.8 พันล้านบาท และปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2557 ลงอีก 41% เหลือ 736 ล้านบาท เพื่อสะท้อนรายได้รวมในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 ที่แย่กว่าคาด และการรวมใบอนุญาตของช่องทีวีดิจิตัลสองช่องเข้ามาในประมาณการ รวมถึงผลกระทบของการเกิดของแพล็ดฟอร์มทีวีดิจิตัลต่อธุรกิจช่องอนาล็อกของ MCOT ด้วย ส่งผลให้ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2557 ของเราปรับลดลง 30% เหลือ 20 บาท เราประเมินมูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้นสุทธิมีแนวโน้มลดลง 7 บาทต่อหุ้นจากการเกิดของแพล็ตฟอร์มทีวีดิจิตัล โดยแบ่งเป็นมูลค่าเพิ่มจากช่องทีวีดิจิตัลสองช่องคิดเป็น 11 บาทต่อหุ้น (6.50 บาทต่อหุ้นสำหรับช่องเอชดีวาไรตี้และ 4.50 บาทต่อหุ้นสำหรับช่องเด็ก) ซึ่งจะถูกกลบด้วยผลกระทบของมูลค่าของช่องอนาล็อกที่มีแนวโน้มลดลงอีก 18 บาทต่อหุ้น เราประเมินว่ารายได้ของทีวีดิจิตัลจะยังคงไม่มีนัยสำคัญจนกว่าจะถึงปี 2558 เมื่อนีลสันเริ่มวัดเรตติ้งและประกาศผลของเรตติ้งรายการทีวีดิจิตัล