วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่งรสก.ฐานะแย่ส่งแผนฟื้นฟู บินไทยตั้ง'6บิ๊ก'คุม

"ซูเปอร์บอร์ด"ขีดเส้นรัฐวิสาหกิจฐานะการเงินแย่6-7แห่ง เร่งส่งแผนฟื้นฟูฯในเดือนครึ่ง เผยตั้ง6บิ๊กการบินไทยใหม่

จากการประเมินของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) พบว่า มีรัฐวิสาหกิจที่มีฐานะทางการเงินอ่อนแอ และเป็นภาระของภาครัฐอยู่ประมาณ 6-7 แห่ง ซึ่งรัฐวิสาหกิจกลุ่มนี้ ผู้บริหารและคณะกรรมการจะต้องทำแผนฟื้นฟูกิจการ เสนอสคร.เพื่อเสนอซูเปอร์บอร์ดพิจารณาภายในเดือนครึ่งหลังจากนี้

นายวิรไท สันติประภพ กรรมการในคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ หรือซูเปอร์บอร์ด กล่าวว่าแผนการฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจเหล่านี้ มีเป้าหมายที่จะปรับปรุงเพื่อให้เลี้ยงตัวเองได้ ไม่เป็นภาระรัฐบาลไม่ได้มีเป้าหมายอยู่ที่กำไรอย่างเดียว แต่ต้องสามารถให้บริการประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับพันธกิจของแต่ละองค์กร บางแห่งรัฐต้องใส่เงินเข้าไปช่วย เหมือนกับการฟื้นฟูกิจการของภาคเอกชน ที่ผู้ถือหุ้น หรือเจ้าหนี้ต้องใส่เงินเข้าไปช่วย เพื่อให้กิจการดีขึ้น"

กรอบการทำงานซูเปอร์บอร์ดมี3ส่วน

ทั้งนี้ตามกรอบการทำงานของซูเปอร์บอร์ด มี 3 ส่วน ประกอบด้วย 1.การดูแลฟื้นฟูกิจการของรัฐวิสาหกิจที่ฐานะการเงินอ่อนแอหรือมีปัญหา 6-7 แห่ง 2.การทบทวนดูยุทธศาสตร์ของรัฐวิสาหกิจทั้ง 56 แห่ง ว่าสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันหรือไม่ มีหลายรัฐวิสาหกิจที่ตั้งมาเพื่อพันธกิจเฉพาะกิจในช่วง 30-40 ปีที่ผ่านมา ต้องดูว่าเหมาะสมกับปัจจุบันและยังต้องมีอยู่หรือไม่

นอกจากนี้ จะต้องดูว่าทำอย่างไรให้รัฐวิสาหกิจบูรณาการกันมากขึ้น หลายแห่งมีต้นทุนที่ซ้ำซ้อน แข่งกันลงทุนเรื่องที่คล้ายกัน เช่น การลงทุนทางด่วน และมอเตอร์เวย์ ทำไมต้องแยกกัน การลงทุนในระบบรถไฟฟ้า ที่ยังไม่สามารถทำระบบตั๋วร่วมได้

และ3.การวางระบบธรรมาภิบาลให้กับรัฐวิสาหกิจ เพื่อป้องกันการทุจริต คอร์รัปชัน และป้องกันแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง ต้องยอมรับว่าปัญหาของรัฐวิสาหกิจส่วนหนึ่งเกิดการฝ่ายการเมือง ที่เข้ามาแทรกแซงเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล เช่นการเปลี่ยนตัวผู้บริหาร และกรรมการ

วางกรอบสรรหาผู้บริหารชัดเจน

ดังนั้นระบบธรรมาภิบาลที่จะวางให้กับรัฐวิสาหกิจจะกำหนดกรอบการสรรหาผู้บริหาร และกรรมการชัดเจน โดยระบุในกฎหมายเพื่อไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลง หากเปลี่ยนรัฐบาล และดูกฎหมายของรัฐวิสาหกิจส่วนใดที่เป็นอุปสรรคต้องปรับปรุง

"กรอบนโยบายเบื้องต้น จะเห็นภายใน 6 เดือนนี้ การดำเนินการต่างๆ จะเสร็จภายใน 1 ปี การพิจารณาปรับโครงสร้างต่างๆ ของรัฐวิสาหกิจ จะเปิดกว้างในทุกทางเลือก ไม่ได้บอกว่าจะแปรรูป หรือ ไม่แปรรูป ต้องดูเป็นรายกิจการไป ที่สำคัญคือต้องตอบโจทย์ สามารถอยู่รอดด้วยตัวเอง ให้บริการประชาชนอย่างมีคุณภาพในต้นทุนที่ไม่แพง"

เรียก"รสก."เบิกจ่ายไม่ตามเป้าหารือ

ส่วนการเบิกจ่ายงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา สคร. พบยังมีรัฐวิสาหกิจหลายแห่งที่ไม่สามารถดำเนินการให้เป็นไปตามเป้าหมายได้ โดยเมื่อวันที่ 24 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ประชุมเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนร่วมกับรัฐวิสาหกิจที่มีงบลงทุนขนาดใหญ่ โดยมีรัฐวิสาหกิจเข้าร่วม 7 แห่ง อาทิเช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนกรุงเทพ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลัง บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย องค์การเภสัชกรรม และบริษัท ปตท จำกัด (มหาชน) โดยจะผลักดันให้มีการเบิกจ่ายงบลงทุนให้เป็นไปตามเป้า ในช่วงเวลาที่เหลือของปีงบประมาณ 2557 เพื่อเร่งอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ

ส่วนรัฐวิสาหกิจที่เหลืออีก 39 แห่งจะเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทุนให้เป็นไปตามเป้าหมาย สำหรับการเบิกจ่ายงบลงทุน ณ เดือนมิ.ย.ที่ผ่านมามีการเบิกจ่ายงบลงทุนจำนวน 107,071 ล้านบาท คิดเป็น 65.8% ของแผนเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม

"ศิวเกียรติ์"เซ็นตั้ง6บิ๊กการบินไทยใหม่

ด้านพล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ชเยมะ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงเพื่อทดแทน 5 รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ที่ถูกย้ายไปเป็นที่ปรึกษากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ประกอบด้วย 1.ร.อ.มนตรี จำเรียง รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาอย่างยั่งยืน แทนนายโชคชัย ปัญญายงค์ 2.ร.ท.สุรพล อิศรางกูร ณ อยุธยา รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ แทนนายธีรพล โชติชนาภิบาล

3.ร.อ.กนก ทองเผือก รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายทรัพยากรบุคคลและกำกับกิจกรรมองค์กร แทนนายนิรุฒ มณีพันธ์ 4. ร.ต.นุสรณ์ นาคศรีชุ่ม รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่หน่วยธุรกิจบริการการบินแทนนายปานฑิต ชนะภัย 5.ร.ท.เฉลิมพล อินทรวงศ์ ปฏิบัติหน้าที่รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายช่าง และ6.นายพูนศักดิ์ ชุมช่วย ปฏิบัติหน้าที่กรรมการผู้จัดการฝ่ายครัวการบิน โดยมีผลตั้งแต่วานนี้ (25 ก.ค.)

ส่วนตำแหน่งรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายรายได้เสริมองค์กร ยังไม่มีการแต่งตั้งบุคคลใดมาแทนนายดนุช บุนนาค

มอบงานทีมที่ปรึกษาเร่งแผนฟื้นฟู

นอกจากนั้น ยังมีคำสั่งมอบหมายงานให้ที่ปรึกษากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ทั้ง 5 คน โดยนายโชคชัย นายปานฑิต และนายธีรพล ทำหน้าที่จัดทำแผนเร่งด่วนในการเร่งรัดหารายได้และแผนฟื้นฟูบริษัท รวมทั้งงานวางแผนด้านการขายและการตลาดในการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า รวมทั้งการหารายได้เสริมอื่นๆ ส่วนนายดนุช มีหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านธรรมาภิบาล ขณะที่นายนิรุฒ มีหน้าที่ให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย

สำหรับการโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงในครั้งนี้ มีสาเหตุจากการที่ผลประกอบการการบินไทยต่ำกว่าเป้าหมายอย่างมาก และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะฟื้นตัวในเร็วๆนี้ จึงต้องหาแนวทางเพิ่มรายได้ช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อให้ผลประกอบการขาดทุนน้อยที่สุด การโยกย้ายเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เป็นที่น่าสังเกตว่าผู้ได้รับการแต่งตั้งส่วนใหญ่เคยอยู่ในกองทัพอากาศมาก่อน

หวั่นบินไทยถูกหั่นเรทติ้ง

ด้านนายสันติ กีระนันทน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทริสเรทติ้ง เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทการบินไทย มีอันดับความน่าเชื่อถือ หรือเครดิตเรตติ้งอยู่ที่ระดับ A+ แนวโน้มเป็นลบ (NAGATIVE) สะท้อนอัตรากำไรของบริษัทที่ปรับลดลง เนื่องจากต้นทุนที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น โดยอันดับเครดิตอาจถูกปรับลดลง หากอัตรากำไรของการบินไทยยังคงอยู่ในระดับต่ำ อัตราความสามารถในการชำระหนี้ อยู่ในระดับต่ำกว่า 1 เท่า

ทั้งนี้ อันดับเครดิตดังกล่าวยังอยู่บนพื้นฐานการคาดการณ์ว่า บริษัทจะยังคงสามารถรักษาสถานะผู้นำในธุรกิจการบินระหว่างประเทศเอาไว้ได้ บริษัทจะยังคงได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ต่อไป โดยเฉพาะช่วงที่เผชิญกับวิกฤติต่าง

เชื่อแก้ฐานะการเงินดันหุ้นบินไทยดีขึ้น

"การแก้ไขฐานะการเงิน หรือทำให้ผลการดำเนินงานของการบินไทยดีขึ้น ต้องดูตั้งแต่ระบบการจองตั๋ว เพราะการบินไทยใช้ระบบตัวแทนจำหน่าย ในการจองตั๋วมานาน ทำให้ไม่สามารถบริหารจัดการตั๋วได้ ขณะที่สายการบินอื่นใช้ระบบอินเทอร์เน็ตเกือบหมดแล้ว"

นอกจากนี้ นโยบาย และการถือหุ้นของรัฐบาลมีส่วนสำคัญ และมีน้ำหนักค่อนข้างมาก ต่อการพิจารณาแนวโน้มกิจการและการพิจารณาเรตติ้ง หากการบินไทย หรือรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ไม่สามารถจ่ายคืนหนี้ได้ รัฐบาลในฐานะผู้ถือหุ้น คงไม่ปล่อยให้กิจการเหล่านี้ล้มไป แต่หากเป็นรัฐวิสาหกิจที่แข็งแกร่งด้วยตัวเอง การถือหุ้นของรัฐบาลแทบไม่มีผลต่ออันดับเครดิต เพราะได้เครดิตเรตติ้งในระดับสูงมาด้วยตัวเอง

"เชื่อว่ารัฐบาลยังให้ความสำคัญและใช้การบินไทยเป็นสายการบินแห่งชาติต่อไป การพิจารณาเครดิตเรตติ้งของการบินไทย จึงไม่ได้อยู่ที่ฐานทางการเงิน หรือ ผลประกอบการเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับนโยบายของภาครัฐด้วย หลังจากนี้ภาพคงจะชัดขึ้น"