เปิดวิชั่นไม้ผลัดที่ 2 'ศศินทร์'

เส้นทาง 3 ทศวรรษ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นับตั้งแต่การก่อตั้งจนถึงวันนี้ปฎิเสธไม่ได้ว่าเป็นเพราะวิสัยทัศน์และการบริหารที่เยี่ยมยอดของ ศ.เติมศักดิ์ กฤษณามระ ผู้ก่อตั้ง และรั้งตำแหน่งผู้อำนวยการศศินทร์ มายาวนาน
ศ.เติมศักดิ์ ในวันนี้แม้จะเป็นอดีตผู้อำนวยการศศินทร์ โดยยังคงรั้งตำแหน่งที่ปรึกษา ภายหลังได้ส่งต่อไม้ผลัดให้กับ ศ.ดร.ดีพัค ซี เจน มาทำหน้าที่ผู้อำนวยการคนใหม่แห่งสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สเต็ปเดิน ศศินทร์ ต่อจากนี้จะเป็นอย่างไร?
ความท้าทายในงานและบทบาทที่รับผิดชอบสำหรับผู้อำนวยการคนใหม่ ศศินทร์ ย่อมมีอยู่ไม่น้อยจากผลงานตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมาของ ศ.เติมศักดิ์
ทั้งการเป็นสถาบันแห่งแรกในไทยที่ได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐาน EQUIS (EFMD Quality Improvement System)
องค์กร European Foundation for Management Development หรือ EFMD ที่ให้การรับรองมาตรฐานการศึกษาด้านบริหารธุรกิจที่มีชื่อเสียงระดับโลกแห่งหนึ่งของภาคพื้นยุโรป เมื่อปี 2553
และการรับรองคุณภาพมาตรฐานดังกล่าวยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่องอีกเป็นระยะเวลา 3 ปีจากปี 2557 ถึง ปี 2560
รวมทั้งการรับรองคุณภาพมาตรฐาน AACSB(TheAssociation to Advance Collegiate Schools of Business) องค์กรที่ให้การรับรองมาตรฐานการศึกษาด้านบริหารธุรกิจระดับโลกของสหรัฐอเมริกา
ซึ่งการได้รับการรับรองคุณภาพมาตรฐานการศึกษาจาก 2 องค์กรชั้นนำของโลกก็เป็นพิสูจน์ถึงระดับคุณภาพมาตรฐานระดับโลกและการเป็นสถาบันการศึกษาด้านบริหารธุรกิจที่มีชื่อเสียงในเอเชียและระดับโลก
ภารกิจของผู้อำนวยการ ศศินทร์ นับจากนี้ มุ่งที่ 4 เรื่องหลัก คือ 1. การยกระดับความร่วมมือในการ Joint Program กับนานาชาติให้มากขึ้น 2. การผนึกความร่วมมือกับบรรดาศิษย์เก่า (Alumni) ที่แข็งแกร่ง 3. การร่วมมือและทำงานกับภาคเอกชน (Private Sector) ให้มากขึ้น และ4.การพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์ความต้องการทั้งผู้เรียนและภาคธุรกิจ
"การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นเริ่มที่หลักสูตร จากนี้จะได้เห็น Joint Program มากขึ้นโดยเฉพาะในส่วนสาขาวิศวกรรมศาสตร์ กฎหมาย และเมดิคัล เพราะเป็นสาขาที่มีศักยภาพ ขณะเดียวกันการร่วมมือกับต่างประเทศทำให้ได้มาซึ่งกรณีศึกษาและงานวิจัยระดับโลกซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับศศินทร์"
การเคลื่อนตัวของการศึกษานับจากนี้ ศศินทร์ จะตอบโจทย์ของการเป็น Knowledge Base ด้านองค์ความรู้การบริหารจัดการ
อีกแนวทางก็คือ การสร้างแบรนด์ของศศินทร์ให้แข็งแกร่งขึ้นในการเป็นสถาบันชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ปีนับจากนี้
เป้าหมายใหญ่ที่ต้องบรรลุให้ได้พร้อมกับการเฉลิมฉลอง จุฬาฯ ครบรอบ 100 ปี ในปี 2560
ศ.นพ.ภิรมย์ กมลรัตนกุล อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ยุคใหม่ของการศึกษา คือ จะทำอย่างไรในการพัฒนาให้นิสิต นักศึกษาไปสร้างคุณค่าให้กับสังคมไทย และสังคมโลก
นั่นคือการกระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องไปตลอดชีวิต การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการเรียนรู้ให้มากขึ้น การพัฒนาวิธีการเรียนการสอน
สำหรับความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรในอนาคตระหว่าง จุฬาฯ และศศินทร์ ที่จะนำเนื้อหาด้านการบริหารเข้าไปสอดแทรกในวิชาต่างๆ เช่น วิศวกรรมศาสตร์ นิติศาสตร์ แพทยศาสตร์นั้น ศ.นพ.ภิรมย์ บอก เพราะบุคลากรกลุ่มนี้พร้อมที่จะเติบโตไปเป็นผู้นำในองค์กรในอนาคต ซึ่งทักษะด้านการบริหารจำเป็นอย่างมากต่อการก้าวสู่ผู้นำองค์กร
ความเห็นจากศิษย์เก่า ศศินทร์ ชาญ ศรีวิกรณ์ ผู้บริหารเกษร กล่าวว่า จากนี้จะเป็นการมองในทิศทางอินเตอร์เนชั่นแนลมากขึ้น โดยผู้อำนวยการคนใหม่มีทั้งประสบการณ์ และความสัมพันธ์ที่ดีกับต่างประเทศ อีกทั้งยังร่วมงานกับศศินทร์มาถึง 25 ปี สามารถเข้าใจวัฒนธรรมองค์กร และมีความเป็น Global ซึ่งก็สอดกับกับบริบทของการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
ศ.ดร.ดีพัค ซี เจน มีประสบการณ์ด้านนักการศึกษา และผู้บริหารสถาบันการศึกษาด้านบริหารธุรกิจในระดับนานาชาติ โดยเข้ามาบรรยายในสาขาวิชาการตลาดที่ศศินทร์ตั้งแต่ปี 2532
และล่าสุด ได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานศาสตราจารย์ด้านการ ตลาดของ INSEAD และดำรงตำแหน่งคณบดีของ INSEAD ที่เมืองฟองเตนโบล ประเทศฝรั่งเศส ตั้งแต่ปี 2554-2556
นอกจากนี้ ยังเคยดำรงตำแหน่งคณบดีของ สถาบันการจัดการเคลลอก์ แห่ง มหาวิทยาลัยนอร์ทเวสเทิร์นตั้งแต่ปี 2544-2552 ซึ่งเป็นสถาบันที่ร่วมทำงานด้วยตั้งแต่ปี 2529







