โละ'5บิ๊กบินไทย'รับแผนฟื้นฟู สั่งลดรายจ่าย4พันล้านในต้นปี'58 คาดเริ่มกำไรปี'60 ปลดพนักงาน 900 คน
บอร์ดการบินไทยสั่งโละ "5 รองดีดี" ไฟเขียวฟื้นฟูกิจการ ส่งแผนให้คมนาคม 28 ก.ค.นี้ ตั้งเป้าลดรายจ่าย 4 พันล้านภายในไตรมาสแรกปีหน้า พร้อมหาช่องเพิ่มรายได้ 3-5 พันล้าน เตรียมปลดพนักงาน 900 คน คาดกลับมามีกำไรปี 2560 ด้านนักวิเคราะห์คาดแนวโน้มขาดทุนต่อเนื่อง ขณะหุ้นขานรับมติบอร์ด ราคาพุ่ง 7.3%
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และรองหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะประธานกรรมการ บมจ.การบินไทย เดินหน้าฟื้นฟูกิจการของการบินไทยครั้งใหญ่ โดยกำหนดเป้าลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ พร้อมการปรับโครงสร้างฝ่ายบริหารและปลดพนักงาน 900 คน
พล.อ.อ.ประจิน ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานบอร์ดตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว โดยพยายามเข้ามาแก้ปัญหาในการบินไทย และยังคงนั่งประธานบอร์ดต่อเนื่องหลังจากคสช.ยึดอำนาจ
การบินไทยถือเป็นรัฐวิสาหกิจที่สำนักงานนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ประเมินผลงานว่าเป็น 1 ใน 5 ของรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในขั้น"วิกฤติ" และอยู่ระหว่างการปรับปรุงการบริหารงาน
ทั้งนี้ บอร์ดการบินไทย ได้พิจารณาแผนฟื้นฟูธุรกิจตั้งแต่เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว แต่เห็นว่ายังมีบางส่วนที่ต้องปรับแก้ใหม่ และให้กลับมานำเสนอวานนี้ (24 ก.ค.) ก่อนพิจารณาอนุมัติ
แผนฟื้นฟูธุรกิจแบ่งออกเป็น 2 ระยะ ระยะที่หนึ่ง การเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริการ เพื่อให้มีรายได้เพิ่มขึ้น และระยะที่สอง คือการบริหารจัดการในเรื่องการลดค่าใช้จ่าย และจำนวนคนส่วนเกิน เพื่อลดค่าใช้จ่าย
พล.อ.อ. ศิวเกียรติ์ ชเยมะ กรรมการ ในฐานะรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด(มหาชน) กล่าวว่าที่ประชุมกรรมการบริษัท เห็นชอบในหลักการจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดทุน โดยให้ไปจัดทำรายละเอียดเพื่อเสนอต่อกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลภายในวันที่ 28 ก.ค. นี้
สาระสำคัญของแผนฟื้นฟู ตั้งเป้าลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นในการดำเนินการของบริษัทลงให้ได้ประมาณ 4,000 ล้านบาทภายในไตรมาสแรกของปี 2558 เช่น การปรับลดเที่ยวบินในเส้นทางที่ขาดทุนลง การปรับลดพนักงานในส่วนที่ไม่ได้มีงานประจำ หรือ เจ็บป่วย ที่มีสมัครใจเข้าร่วมโครงการประมาณ 900 คน การลดการทำงานล่วงเวลา (โอที) หรือการไปดูเรื่องของน้ำมันที่เป็นต้นทุนประมาณ 40% ว่าจะมีการปรับลดลงมาอย่างไรได้บ้าง
"แผนต่างๆ จะดำเนินการอย่างต่อเนื่องในระยะ 3 ปีและคาดว่าจะเริ่มเห็นค่าใช้จ่ายที่ลดลงตั้งแต่ปีนี้"
เน้นเป้าหมายระดับ1-7สมัครใจลาออก
แหล่งข่าวจากบริษัทการบินไทย กล่าวว่าในส่วนของการลดพนักงานนั้นที่ผ่านมาได้มีการหารือมาบ้างแล้ว แต่จะต้องเข้าสู่การสมัครใจลาออกและไม่มีการบังคับเกิดขึ้น พนักงานที่จะให้สมัครใจลาออกจะมีตั้งแต่ระดับ1-7 โดยเน้นพนักงานที่มีศักยภาพไม่สามารถทำงานได้ โดยให้หัวหน้าฝ่ายตรวจสอบการทำงานของพนักงาน เช่น ป่วย ลาบ่อย มาสายบ่อย ให้นำเกณฑ์การทำงานมาเป็นตัวกำหนด
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดว่าพนักงานที่สมัครใจลาออกจะได้รับเงินเดือนกี่เท่าของเงินเดือนปัจจุบัน
ทั้งนี้บอร์ดต้องการทราบว่าจำนวนผู้สมัครใจลาออกมีเท่าไร ก่อนที่จะกำหนดผลตอบแทนให้ โดยปัจจุบันการบินไทยมีพนักงานกว่า 2.5 หมื่นคน
แหล่งข่าวกล่าวว่า นอกจากโครงการสมัครใจแล้วบอร์ดยังให้นโยบายในการลดค่าใช้จ่ายในส่วนต่างๆ ลง
"ตอนนี้ฝ่ายที่จะให้ช่วยองค์กรลดค่าใช้จ่าย อาทิ ฝ่ายช่าง ที่อาจจะต้องลดค่าโอทีลง เนื่องจากฝ่ายนี้เป็นฝ่ายที่มีค่าโอทีสูงมาก ส่วนฝ่ายอื่นๆ ก็ต้องไปจัดการลดค่าใช้จ่ายลงเช่นกัน"แหล่งข่าว กล่าว
หวังเพิ่มรายได้5พันล้านหลังฟื้นฟู
พลอากาศเอก ศิวเกียรติ์ กล่าวว่าแผนของการเพิ่มรายได้นั้น ตั้งเป้าที่ให้เพิ่มขึ้น 3,000-5,000 ล้านบาท ซึ่งรายได้สำคัญ คือ ผู้โดยสาร ซึ่งต้องคิดหาวิธีที่จะเพิ่มจำนวนผู้โดยสารให้มากขึ้น จากปัจจุบันที่การบินไทยค่อนข้างจะมีจำนวนผู้โดยสารในระดับเฟิร์สคลาส และบิสเนสคลาส อยู่แล้ว ก็จะพยายามเพิ่มจำนวนผู้โดยสารในระดับชั้นประหยัด หรือ อีโคโนมีคลาส ซึ่งจะมีการทำแคมเปญปรับลดราคาให้ใกล้เคียงกับคู่แข่ง เช่น คูเวต กาตาร์ หรือสิงคโปร์แอร์ไลน์ ในเส้นทางที่มีการแข่งขันสูงพร้อมปรับปรุงการบริการให้ดีขึ้น
นอกจากนี้ จะมีการเพิ่มเลาจน์ให้กับผู้โดยสารที่สนามบินสุวรรณภูมิ หรือการออกแคมเปญ Beyond Bangkok ที่จะจูงใจให้ผู้โดยสารที่อยู่ในประเทศ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย เดินทางมาต่อเครื่องกับการบินไทย ซึ่งจะมีทั้งตั๋วโดยสารราคาพิเศษและ การซื้อสินค้าที่มีส่วนลดในคิงส์พาวเวอร์ เป็นต้น
พลอากาศเอก ศิวเกียรติ์ กล่าวอีกว่า ประธานบอร์ดยังได้เสนอให้มีการย้ายสายการบินไทยสไมล์ของการบินไทยที่ให้บริการอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ กลับไปอยู่ที่สนามบินดอนเมือง เพื่อให้บริการเป็นไฟลต์พรีเมียม เนื่องจากผู้โดยสารส่วนใหญ่ มีความสะดวกที่จะใช้บริการที่ดอนเมืองมากกว่าสุวรรณภูมิ รวมทั้งจะเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายในการโหลดสินค้าและให้บริการที่ดีกว่าในการเก็บสัมภาระของผู้โดยสารได้ โดยเส้นทางบิน จะไม่บินทับซ้อนเส้นทางกับนกแอร์
คาดกลับมามีกำไรปี 2560
อย่างไรก็ตาม การย้ายสายการบินไทยสไมล์ จะมีการหารือกันในรายละเอียดอีกครั้งเพื่อให้ได้ข้อสรุปในวันที่ 14 ส.ค.นี้
"แผนการฟื้นฟูกิจการจะมีความชัดเจนในรายละเอียดภายในวันที่ 28 ส.ค. นี้ ซึ่งเป็นเส้นตายที่ทางกระทรวงคมนาคมกำหนดให้ส่งแผน หลังจากนั้นคาดว่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะคสช.ช่วงต้นเดือนสิงหาคม และจะเริ่มปฏิบัติให้เห็นผลภายในปีนี้ โดยเชื่อว่า ตัวเลขการขาดทุนจะค่อยๆลดลง และทำให้การบินไทยกลับมามีกำไรได้ในปี 2560" พลอากาศเอก ศิวเกียรติ์ กล่าว
บอร์ดการบินไทยโละ5รองดีดี
นอกจากนี้ ที่ประชุมจะพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายฝ่ายบริหารกว่า 10 ตำแหน่ง โดยตำแหน่งสำคัญที่คาดว่าจะมีการปรับเปลี่ยน เช่น นายธีรพล โชติชนาภิบาล (โช-ติ-ชะ-นา-ภิ-บาล) รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ นายนิรุจน์ มณีพันธ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายทรัพยากรบุคคลและกำกับกิจการองค์กร
ส่วนการสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือดีดีคนใหม่ แทนนายสรจักร เกษมสุวรรณ ที่พ้นตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 2 มกราคม 2557 พบว่าหลังปิดรับสมัครเมื่อวานนี้ ไม่มีผู้สนใจยื่นใบสมัคร และคาดว่าที่ประชุมจะขยายเวลารับสมัครออกไปอีก 15-30 วัน ขณะที่การสรรหารองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการเงินและการบัญชี หรือซีเอฟโอ ซึ่งเปิดรับสมัครบุคคลภายนอกเป็นครั้งแรก ขณะนี้มีผู้ยื่นใบสมัครเพียง 1 ราย คือนายณัฐศิลป์ จงสงวน กรรมการผู้จัดการ บริษัท พริ้นซิเพิล เวนเจอร์ (ประเทศไทย) โดยการบินไทยจะเปิดรับสมัครจนถึงวันที่ 15 สิงหาคมนี้
บอร์ดการบินไทยมีมติโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงเป็นที่ปรึกษากรรมการผู้อำนวยการใหญ่รวม 5 ตำแหน่ง คือ นายโชคชัย ปัญญายงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสสายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาอย่างยั่งยืน นายปานฑิต ชนะภัย รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่หน่วยธุรกิจบริการการบิน นายธีรพล โชติชนาภิบาล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์ นายดนุช บุนนาค รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายรายได้เสริมองค์กร และนายนิรุจน์ มณีพันธ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายทรัพยากรบุคคลและกำกับกิจกรรมองค์กร หลังจากนี้จะพิจารณาแต่งตั้งบุคคลที่เหมาะสมต่อไป
นอกจากนี้ บอร์ดยังเห็นชอบแต่งตั้งฝ่ายบริหารให้เข้ามาช่วยเป็นที่ปรึกษาของรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และการจัดทำแผนฟื้นฟูเพิ่มเติม โดยคณะที่ปรึกษาทั้งหมด 5 คน ประกอบด้วย นายโชคชัย ปัญญายงค์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่อาวุโสสายกลยุทธ์องค์กรและพัฒนาอย่างยั่งยืน, นายปานฑิต ชนะภัย รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่หน่วยธุรกิจบริการการบิน,นายธีรพล โชติธนาภิบาล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายการพาณิชย์, นายนิรุฒ มณีพันธ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายทรัพยากรบุคคลและกำกับกิจกรรมองค์กร และนายดนุช บุนนาค รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายรายได้เสริมองค์กร
โบรกฯชี้คาดแนวโน้มขาดทุนต่อเนื่อง
บล.เคเคเทรด ประเมินว่า ผลประกอบการการบินไทย ยังคงมีแนวโน้มขาดทุน แม้จะเป็นช่วง "High Season" ของการท่องเที่ยว แต่การบินไทย ประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้ ขาดทุนมากถึง 2.6 พันล้านบาท จากปัญหาการเมืองภายในประเทศ ทำให้กว่า 40 ประเทศ มีการประกาศเตือนนักท่องเที่ยวในการมาเที่ยวเมืองไทย อีกทั้งสายการบินยังมีการแข่งขันทางด้านราคาสูง
อย่างไรก็ตาม ยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัว เนื่องจาก Cabin Factor ในเดือนเม.ย. ยังทรงตัวในระดับ 70%
นอกจากนี้ฐานะทางการเงินของบริษัทที่อ่อนแอจากสัดส่วนหนี้สินต่อทุนสุทธิที่สูงกว่า 3 เท่า ณ สิ้นปี 2556 ขณะที่การบินไทย อยู่ในช่วงขยายฝูงบิน ซึ่งจากแผนเดิมคาดหมายว่าจะมีการรับมอบเครื่องบินกว่า 15 ลำ ในช่วง 5 ปีข้างหน้า ซึ่งทำให้มีสัดส่วนหนี้สินต่อทุนปรับเพิ่มอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าขาดทุนเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน
เช่นเดียวกับ บล.บัวหลวง กล่าวว่าผลประกอบการของการบินไทยลดลง เนื่องจากอุปสงค์ปรับตัวลงจากเหตุไม่สงบทางการเมือง) และต้นทุนที่มีความยืดหยุ่นน้อย
ขณะนี้การบินไทย ซื้อขายด้วยมูลค่าทางบัญชี ณ สิ้นปี 2557 ที่ 0.6 เท่า ต่ำกว่าทั้งค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 0.8 เท่าและค่าเฉลี่ยภูมิภาคที่ 0.9 เท่า ดังนั้นความเสี่ยงขาลงของราคาหุ้นน่าจะมีจำกัดคาดผลประกอบการไตรมาส 2 ปีนี้ อ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง
ชี้ผลกระทบผ่านจุดเลวร้ายไปแล้ว
บล.เอเซียพลัส ระบุว่า กลุ่มขนส่งทางอากาศ น่าจะฟื้นตัวทันช่วงฤดูกาลที่คึกคัก ภายหลังเกิดปฏิวัติ แม้กดดันปริมาณผู้ใช้บริการกลุ่มทรุดลง AOT ผู้ใช้บริการทุกสนามบินงวด4เดือนปีนี้จากลดลง 2.1%YOY มีแนวโน้มลดลงเพิ่มขึ้นใน พ.ค. 2557 ขณะที่การบินไทย และ AAV Cabin Factor ใน 4เดือน ปี 2557 จาก 70% และ 80% ลดลงใน พ.ค.-มิ.ย. (ยอดจอง) เหลือ 55% และ 78%
จากการสอบถามทุกบริษัท เชื่อว่าผลกระทบดังกล่าวเป็นช่วงสั้น โดย มิ.ย. เป็นจุดเลวร้าย ดังจะเห็นจากการให้ความสำคัญต่อการฟื้นฟูภาคท่องเที่ยวไทยของคสช. โดยพิจารณามาตรการกระตุ้น อาทิ ยกเลิกเคอร์ฟิวในจังหวัดท่องเที่ยว และมีกระแสข่าวว่ากำลังพิจารณาให้วันที่ 11 ส.ค. เป็นวันหยุด (หากหยุด ช่วงวันแม่จะหยุดยาว 4 วัน) จากนี้จึงคาดการฟื้นตัวผู้ใช้บริการที่รวดเร็ว
ฝ่ายวิจัยมั่นใจว่าผลกระทบทั้งหมดจะหมดไปก่อนเข้าสู่ช่วงฤดูกาลอีกครั้ง โดยคาดอานิสงส์ช่วงดังกล่าวจะช่วยให้กำไรกลุ่มขึ้นมาสร้างจุดสูงสุดของปีได้ โดยการบินไทย จะเป็นการลุ้นพลิกขาดทุนมาสร้างกำไร และหากจากนี้การท่องเที่ยวไทยไม่เผชิญปัญหาเหมือนในอดีตอีก การิบนไทย น่าจะสามารถสร้างกำไรปกติได้ปีละ 1-2 พันล้านบาทในปีถัดๆ ไปจากนี้
ราคาหุ้น THAI ปิดตลาดวานนี้ (24 ก.ค.) เพิ่มขึ้น 1.10 บาท หรือ 7.53% อยู่ที่ 15.70 บาท มูลค่าการซื้อขาย 403.96 ล้านบาท






