วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Company Focus:HOTPOT_230757

กำลังซื้อกำลังจะกลับมา

ยังมีผลขาดทุนต่อเนื่อง

ถึงแม้ว่าช่วง 2Q57 จะเป็นช่วงไฮซีซั่นสำหรับธุรกิจ และมีการเปิดสาขาใหม่ไปทั้งหมด 5 สาขา (1H57 เปิด 7 สาขา) แต่ด้วยกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่แม้ว่าปัญหาการเมืองจะผ่อนคลายลง ส่งผลให้การเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (same store sale growth) ติดลบราว 2% เราจึงคาดรายได้ของ HOTPOT ลดลง 1% YoY หรือ เพิ่มขึ้น 7% QoQ ตามภาวะฤดูกาล เท่ากับ 624 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การปิดสาขาใน 2Q57 อีก 3 สาขา ส่งผลให้เรากังวลต่อค่าใช้จ่ายในการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ (write-off) ที่สูงราว 4 ล้านบาท จะกดดันให้ HOTPOT ให้มีขาดทุนต่อเนื่องอีก 2 ล้านบาท

ปรับลดประมาณการและมูลค่าเหมาะสมลง

หากเป็นไปตามที่เราคาด HOTPOT จะขาดทุนรวมในช่วง 1H57 ราว 8 ล้านบาท เรามองว่าเป็นไปได้ยากที่ HOTPOT จะสามารถทำกำไรได้เท่ากับที่เราคาดไว้เดิมที่ 55 ล้านบาท เนื่องจากผู้บริหารปรับลดเป้าหมายการเติบโตของรายได้เหลือ 10% และยังชะลอการเปิดสาขาใหม่เหลือ 15 สาขา รวมทั้งปิดสาขาเพิ่มจากที่ปิดไปแล้ว 8 สาขามากกว่าที่เราคาดไว้ เราจึงปรับเพิ่มค่าใช้จ่ายการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ (write-off) เพิ่มขึ้น 28% และปรับลดประมาณการกำไรสุทธิของปี 2557 เหลือ 40 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 6% YoY นอกจากนี้ เราได้ปรับลดมูลค่าเหมาะสมลงเล็กน้อยเป็น 3.36 บาท (ด้วยวิธี DCF: WACC 15%, Terminal growth 1%)

แนวโน้มครึ่งปีหลังเริ่มเห็นการเติบโต

เราคาดผลประกอบการใน 2H57 จะเห็นการเติบโตมากกว่า 1H57 เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวจากการเมืองที่คลี่คลายลงส่งผลให้กำลังซื้อของผู้บริโภคซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญต่อยอดขายของ HOTPOT กลับมาดีขึ้น เราจึงคาดว่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวของการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไปกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง ประกอบกับค่าใช้จ่ายพิเศษสำหรับการเปลี่ยนร้าน HOTPOT Value เป็น HOTPOT Buffet ทั้งหมดราว 20 ล้านบาท จะจบลงในครึ่งปีแรก เราจึงคาดว่าการเติบโตของกำไรสุทธิเฉลี่ยช่วง 4 ปีข้างหน้า (ปี 2557-2561) เท่ากับ 30% YoY

ผ่านจุดตํ่าสุดแล้ว คำแนะนำเป็น “ซื้อ”

เรามองว่าราคาหุ้น HOTPOT ที่ปรับลงมาตั้งแต่ต้นปีได้สะท้อนปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนตัว และผลประกอบการที่อ่อนแอไปแล้ว แต่เราคาดว่าในช่วง 2H57 ผลประกอบการจะมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีขึ้น รวมถึง HOTPOT มีแผนการเข้าซื้อธุรกิจอาหารใหม่อีก 1 แบรนด์ซึ่งน่าจะเห็นข้อสรุปภายในสิ้นปีนี้ คาดว่าน่าจะเป็นปัจจัยบวกในการเพิ่มโอกาสทางรายได้ของธุรกิจเองนอกจากนี้ ราคาหุ้น HOTPOT ปัจจุบันอยู่ในระดับตํ่ากว่ามูลค่าเหมาะสมที่ 3.36 บาท เราจึงปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จาก “ถือ”

Investment Case

บริษัทประกอบธุรกิจร้านอาหารบุฟเฟต์นานาชาติ ที่เน้นอาหารประเภทสุกี้ ชาบูเป็นหลัก ภายใต้แนวคิด “All You Can Eat” หรือ “อิ่มได้ไม่อั้น” โดยแบ่งประเภทร้านอาหารเป็น 2 ประเภท คือ ร้านอาหารบุฟเฟต์นานาชาติภายใต้แบรนด์หลัก “ฮอท พอท” ที่เน้นอาหารประเภทสุกี้ ชาบูเป็นหลัก และร้านอาหารบุฟเฟต์แนวปิ้งย่างและชาบูสไตล์ญี่ปุ่น ภายใต้แบรนด์ “ไดโดมอ