วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

PTTEP - ซื้อ

กำไรช่วงขาขึ้นจะหนุนราคาหุ้นให้ปรับสูงขึ้นอีก

ประเด็นการลงทุน

เรามั่นใจว่าราคาหุ้น PTTEP จะปรับตัวสูงขึ้นอีก โดยถึงแม้โครงการ Zawtika จะมีการเริ่มดำเนินการผลิตล่าช้า แต่แนวโน้มกำไรสุทธิหลังหักภาษีจะเป็นตัวสะท้อนถึงการเติบโต QoQ ในไตรมาส 2/57 และ HoH ในช่วงครึ่งปีหลัง 2557 ส่วนค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกต่อกำไรสุทธิ ณ ปัจจุบัน PTTEP มีการซื้อขายที่ PER ปี 2557 ที่ 11.2 เท่า (ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยระยะยาว) และ PBV ที่ 1.7 เท่า (ต่ำสุดในประวัติการณ์)

ยอดขายปิโตรเลียมมีแนวโน้มต่ำกว่าเป้า

จากการพูดคุยกับ PTTEP เมื่อไม่นานนี้ ทำให้เราประเมินว่ายอดขายปิโตรเลียมจะไม่บรรลุเป้าปี 2557 ที่ 330 kboe ต่อวัน โดยเราคาดว่าในกรณีที่ดีที่สุดจะทำได้เพียง 320 kboe ต่อวันเท่านั้น (เราตั้งสมมติฐานไว้ที่ 314 kboe ต่อวันก่อนหน้า) กำหนดการเริ่มดำเนินการผลิตของโครงการ Zawtika ก็ได้เลื่อนไปอีกจากต้นเดือนส.ค.เป็นปลายเดือนก.ย. (เราตั้งสมมติฐานว่าการเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์จะเริ่มภายในเดือนต.ค.) โดยขณะนี้กำลังมีการดำเนินงานก่อสร้างระบบท่อส่งก๊าซฯ บนบก ซึ่งจะมีการทำการทดสอบราว 1-2 เดือนหลังเสร็จสิ้น ทั้งนี้ โครงการก๊าซธรรมชาติโดยปกติแล้วจะใช้เวลา 2-3 เดือนกว่าจะสามารถเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตได้ ส่วนผลผลิตน้ำมันทางด้านโครงการมอนทารายังคงทรงตัวอยู่ในช่วง 20-23 kbd เราคาดว่าไม่น่าจะมีอัพไซด์เพิ่มเติมอีก (เริ่มแรก PTTEP ตั้งเป้าผลผลิตน้ำมันจากโครงการไว้ที่ 30 kbd) เนื่องจากหลุมพัฒนา H-5 ไม่มีการพัฒนาต่อ

…แต่กำไรยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้น-คาดแข็งแกร่งขึ้นในไตรมาส 2/57

เราประเมินว่ากำไรสุทธิหลังหักภาษีจะขยายตัว 19% QoQ และ 39% YoY เป็น 14,777 ล้านบาท โดยการกลับมาดำเนินงานหลังหยุดการผลิตและส่วนแบ่งจากการเข้าซื้อสินทรัพย์ของ HESS ในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ จะเป็นปัจจัยเร่งให้ยอดขายปิโตรเลียมปรับตัวขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 311 kboe ต่อวัน ราคาขายเฉลี่ยจะปรับขึ้นเช่นกัน โดยหนุนจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและสัดส่วนยอดขายของก๊าซจากแหล่งเวียดนามซึ่งมีราคาถูกที่ต่ำลง ด้านความกังวลเกี่ยวกับการด้อยค่าจากการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ในโครงการ KKD ก็ลดต่ำลง เนื่องจาก PTTEP ชี้ว่าจะไม่มีการบันทึกค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่เงินสดใดๆ ลงในไตรมาสนี้ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวจะช่วยกลบผลกระทบจากการตัดค่าใช้จ่ายในการขุดหลุมสำรวจหลุมแห้งที่พุ่งสูงขึ้น (บริษัทคาดอยู่ที่ 30-40 ล้านเหรียญ เทียบกับ 1 ล้านเหรียญในไตรมาส 1/57) และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าเสื่อมราคา ค่าสูญสิ้น และค่าตัดจำหน่าย ของผลผลิตจากโครงการมอนทาราที่ขยายตัวและสินทรัพย์ของ Hess ในประเทศไทย

… แนวโน้มช่วงครึ่งปีหลัง 2557 จะเติบโต HoH

แม้การเริ่มดำเนินการผลิตของโครงการ Zawtika จะมีการล่าช้า แต่กำไรของ PTTEP คาดจะยังคงอยู่ในช่วงขาขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 โดยเราคาดการณ์ว่ากำไรจะอยู่ที่ 16.2 พันล้านบาทต่อไตรมาส เทียบกับ 13.6 พันล้านบาทต่อไตรมาสในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 การเริ่มกลับมาดำเนินการผลิตของโครงการบงกชหลังหยุดทำการผลิตไป 14 วันในช่วงไตรมาส 2/57 และการรับรู้รายได้จากการเข้าซื้อสินทรัพย์ของ Hess ในประเทศไทยทั้งไตรมาสจะผลักดันให้ปริมาณยอดขายในไตรมาส 3/57 ปรับตัวสูงขึ้นอีก โดยเราคาดปริมาณยอดขายจะทำสถิติสูงสุดสำหรับปีนี้ในไตรมาส 4/57 เมื่อโครงการ Zawtika ดำเนินการผลิต ราคาก๊าซอาจมีอัพไซด์เพิ่มจากการปรับราคาก๊าซในเดือนต.ค. ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากราคาน้ำมันตั้งแต่ต้นปีจนปัจจุบัน ส่วนการเริ่มดำเนินการผลิตของโครงการ Zawtika ก็จะช่วยหนุนราคาก๊าซเช่นกัน โดยราคาก๊าซจากโครงการอยู่ที่ 12 เหรียญต่อ mmbtu เทียบกับราคาก๊าซรวมจากอ่าวไทยที่ 8 เหรียญต่อ mmbtu

ความเสี่ยงจากการตัดจำหน่ายหลุมแห้งสูง—แต่ได้รวมอยู่ในประมาณการณ์แล้ว

การตัดค่าใช้จ่ายในการขุดหลุมสำรวจหลุมแห้งคาดเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 โดย PTTEP ชี้ว่าโครงการ Sunbird ในเคนย่าและ Maple ในออสเตรเลียตะวันออกอาจมีความเสี่ยงสูง โดยค่าใช้จ่ายจากการสำรวจของทั้งสองโครงการรวมกันแล้วอยู่ที่ 120 ล้าน เทียบกับ 30-40 ล้านในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 อย่างไรก็ตาม เราได้รวมความเสี่ยงดังกล่าวเข้าในประมาณการณ์ของเราแล้ว ด้านมุมมองเชิงบวก การแข็งค่าของค่าเงินบาทจะช่วยหนุนกำไรสุทธิของ PTTEP ให้ดีขึ้น ซึ่งจากการวิเคราะห์ของเราชี้ให้เห็นว่า การแข็งค่าของเงินบาทขึ้นทุกๆ 1 บาทต่อเหรียญ จะส่งผลให้ประมาณการณ์กำไรสุทธิหลังหักภาษีสำหรับปี 2557 เพิ่มขึ้น 1.5%