วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

MORNING CALL ACTION NOTES_220757

Market View : ปิดเหนือ 1,540 ยืนยันขาขึ้นต่อเนื่อง

Technical : แนวรับ 1,530 /1,520 แนวต้าน 1,540 / 1,551

หุ้นแนะนำพิเศษ : BANPU แนวรับ 30.5/29

วันจันทร์ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 5.14 จุด ตามภูมิภาค-กระแสเงินทุนต่างชาติยังไหลเข้าหนุนตลาด โดยดัชนี SET INDEX ปิดที่ 1,538.55 จุด เพิ่มขึ้น 5.14 จุด(+0.34%) มูลค่าการซื้อขาย 52,236.37 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 558.00 ล้านบาท

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย ทางฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็กฯ คาดมีแนวโน้มผันผวนในกรอบ 1,500-1,551 การปรับตัวระยะสั้นอาจเกิดขึ้นจากความกังวลตามปัจจัยต่างประเทศ แต่จากทิศทางค่าเงินบาท (แนวโน้มที่แข็งค่า) และแรงซื้อสุทธิต่อเนื่องของนักลงทุนต่างชาติ ทำให้การปรับตัวลงจะจำกัดในกรอบแคบและมีโอกาสที่จะฟื้นตัวกลับขึ้นมาตามการคาดการณ์ผลประกอบการครึ่งปีหลัง ในขณะที่ SET50 ทดสอบไม่ผ่านแนวต้าน 1,033-1.035 ปิดตัวด้วยแท่งเทียนโดจิ อาจมีการปรับตัวระยะสั้นแนวรับ 1,028 / 1.023 GFQ14 เก็งกำไรในกรอบ 19,690-20,370 GFV14 เก็งกำไรในกรอบ 19,740-20,420

กลยุทธ์ แรงขายลดน้อยถอยลงส่งผลให้ตลาดแกว่งตัวยืนแดนบวกและสร้างจุดสูงใหม่ โดยตลาดหรือนักลงทุนปรับเปลี่ยนการลงทุนด้วยการเปลี่ยนกลุ่มเข้าซื้อทดแทน โดยเฉพาะกลุ่มพลังงาน BAPU PTT PTTEP EARTH กลุ่มธนาคาร KTB KBANK BBL หรือซื้อเก็งกำไรBAYเมื่อราคาปิดเหนือ 48.00 ขึ้นไป (Buy Signal) กลุ่มขนส่ง AOT AAV BECL กลุ่มสื่อสาร Div. Yieldของกลุ่มและหุ้นรายหลักทรัพย์สื่อสารเพิ่มสูงขึ้น แนะนำทยอยซื้อเข้า หรือปรับลงแรงเข้าซื้อถือระยะกลางเพื่อหวังเงินปันผลตอบแทน ADVANC DTAC INTUCH หุ้นรายหลักทรัพย์ TAE LHBANK AP ระยะกลาง ถือ และซื้อเพิ่มเมื่อปรับตัวลงแรง

หุ้นแนะนำพิเศษ

BANPU (ปิด 31.50 ซื้อเป้าปี 57 : 33.30 บาท) เป็นหุ้นในกลุ่มพลังงานที่ไม่ได้รับผลกระทบจากประเด็นการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ขณะที่ผลประกอบการมีแนวโน้มเติบโตตั้งแต่ปีนี้และต่อเนื่องไปอีกในปี 58 และ 59 โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการเริ่มผลิตของโรงไฟฟ้าหงสา ประกอบกับราคาหุ้นในปัจจุบันยังซื้อขายตํ่ากว่า Book Value ที่ 33.30 บาทเราจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยปีนี้ประเมินกำไรสุทธิไว้ที่ 3,975 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 26%yoy และ 4,770 ล้านบาทในปี 58 เพิ่มขึ้น 20%yoy

หุ้นเด่นรายวัน

PTTEP (ปิด 168 ซื้อเป้าปี 57: 185 บาท) ได้ปัจจัยบวกจากราคานํ้ามันดิบที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ผลประกอบการคาดกำไรสุทธิ 2Q57 ที่ 1.4 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้น 13%qoq และ 31%yoy โดยมีปัจจัยบวกจาก 1) ปริมาณการผลิตเพิ่มขึ้นจากรับรู้ปริมาณขายจากการซื้อสินทรัพย์ของ Hess Thailand เข้ามาเป็นไตรมาสแรก 2)ราคาขายเพิ่มขึ้นตามทิศทางของราคานํ้ามันดิบดูไบที่เพิ่มขึ้นประมาณ 1.6%

KTB (ราคาปิด 22.40 ซื้อ เป้าปี 57, 25.20) แจ้ง 2Q57 กำไรสุทธิ 7.54 พันล้านบาทตํ่ากว่าคาด 15% เนื่องจากตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มเป็นพิเศษอีก 3 พันล้านบาท แต่เมื่อเปรียบเทียบกับกำไร 2Q56 ยังเติบโต 16% กำไรครึ่งปี 57 เท่ากับ 1.58 หมื่นล้านบาทเติบโต 5%

SPALI (ราคาปิด 24.70 ซื้อเมื่ออ่อนตัว เป้าปี 57 , 25.30) แนวโน้มกำไรในช่วง 2Q57 มีโอกาสตํ่าสุดสำหรับปีจากรายได้ 2Q57 เพิ่มขึ้น yoy แต่ลดลง qoq โดยจะฟื้นใน 2H57 ที่มีกำหนดโอนคอนโดสร้างเสร็จ 4 โครงการ จุดเด่นคือความสามารถในการทำกำไรจากที่คาดว่าจะรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นได้ไม่ตํ่ากว่า 40% สูงสุดในกลุ่ม หากราคาปรับลงถือเป็นโอกาสในการเข้าซื้อสะสม