วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สมาคมบล.เร่งแก้วิกฤติขาดคน

สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ เร่งแก้ปัญหาขาดแคลนบุคลากร หลังปีที่ผ่านมามีพนักงานใหม่เพิ่มขึ้นไม่ถึง 100 คน

นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ในฐานะนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ เปิดเผย “กรุงเทพธุรกิจ” ว่าในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ สมาคมฯเตรียมปรับแผนงานหลายอย่าง เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนเป็นหลัก เพื่อสร้างบุคลากรใหม่ให้เพียงพอกับความต้องการ เนื่องจากพบว่าในปีที่ผ่านมาบุคลากรในอุตสาหกรรมโบรกเกอร์เพิ่มขึ้นน้อยมาก เพิ่มขึ้นไม่ถึง 100 คน จากปกติที่มีการเติบโตปีละประมาณ 8-10 %

“ ปีนี้บุคลากรในอุตสาหกรรมแทบไม่โตเลย พนักงานแนะนำการลงทุนเพิ่มขึ้นไม่ถึง 100 คน แต่มีโบรกใหม่เกิดขึ้นถึง 3-4 บริษัท และบริษัทสมาชิกส่วนใหญ่ก็มีการขยายธุรกิจต่อเนื่อง เบื้องต้นคาดว่าทั้งอุตสาหกรรมมีความต้องการบุคลากรทั้งพนักงานแนะนำการลงทุน และแบ็คออฟฟิศเพิ่มถึง 1-2 พันคน จากปัจจุบันที่มีจำนวนบุคลากรทั้งระบบ 1.26 หมื่นคน ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่แนะนำการลงทุนกว่า 8.2 พันคน”

กระตุ้นบจ.โรดโชว์ต่างจังหวัด

เธอกล่าวต่อว่า สมาคมฯจึงต้องเร่งแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจ ทั้งการสร้างบุคลากรใหม่ และพัฒนาบุคลากรที่มีอยู่ โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ต้องการที่จะให้มีคนที่มีความรู้เรื่องการลงทุนเพียงพอ ในการขยายฐานนักลงทุนออกไปต่างจังหวัด เพราะต่างจังหวัดเริ่มมีความสนใจเรื่องการลงทุนมากขึ้น เห็นได้จากมีจำนวนผู้เข้าร่วมงานในการจัดงานแต่ละครั้ง ซึ่งสมาคมก็พยายามกระตุ้นบล. และบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ให้ออกไปจัดกิจกรรมการให้ข้อมูลนักลงทุนในต่างจังหวัดมากขึ้น เพื่อให้นักลงทุนตื่นตัว

“โดยในช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มวางจุดยุทธศาสตร์ตั้งศูนย์การเรียนรู้ภาคละ 2 จังหวัด กลุ่มเป้าหมายคือนักศึกษามหาวิทยาลัย เราต้องการกระตุ้นให้เห็นความสำคัญ เข้าใจและคุ้นเคยกับตลาดทุน ส่วนหนึ่งก็คาดหวังจะได้นักลงทุนหน้าใหม่ที่มีศักยภาพ แต่อีกส่วนก็คาดหวังให้นักศึกษาเหล่านี้เข้ามาทำงานในอุตสาหกรรม โดยในช่วงเดือน ส.ค.นี้ สมาคมฯจะจัดงาน Career Day เพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลที่สนใจเข้ามาทำงานในธุรกิจหลักทรัพย์”

สำหรับการพัฒนาบุคลากรที่มีอยู่แล้วนั้น สมาคมฯจะร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พัฒนาขั้นตอนความก้าวหน้าในอาชีพของบุคลากรในธุรกิจ จากผู้แนะนำการลงทุน พัฒนาไปสู่การเป็นผู้แนะนำการจัดพอร์ตการลงทุนส่วนบุคคล ไปจนถึงการวางแผนทางการเงินทั้งหมดให้กับลูกค้า เพื่อทำให้บุคคลกรที่เข้ามาในธุรกิจนี้แล้วอยู่นานขึ้น จากปัจจุบันที่จะมีอัตราการเข้า-ออก (เทิร์นโอเวอร์) ค่อนข้างสูง

ศึกษาธุรกิจรับการแข่งขันจากคู่แข่งนอก

เธอกล่าวต่อว่า นอกจากเรื่องการพัฒนาคนแล้ว สมาคมฯยังจะมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการแข่งขันจากต่างประเทศ และการพัฒนาเพื่อเป็นศูนย์กลางการลงทุนในภูมิภาคอาเซียน ทั้งการเชื่อมต่อกับตลาดต่างประเทศ ระบบเคลียริ่ง และระบบของอัตราแลกเปลี่ยนต่างๆ เพราะโลกการลงทุนไร้พรมแดนมากขึ้น จึงต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับการแข่งขันทั้งจากภายในประเทศ และจากคู่แข่งภายนอกที่จะเข้ามา หากเราจะเปิดให้ต่างประเทศเข้ามาแข่ง ต้องมาดูว่าควรจะมีการขีดเส้น หรือมีขอบเขตการแข่งขันหรือไม่ มีส่วนใดที่เราต้องป้องกันอุตสาหกรรมในประเทศหรือไม่

“ต่างประเทศอาจจะเข้ามาแข่ง หรือไม่เข้ามาเราไม่รู้ แต่เราต้องมีการศึกษาข้อมูลต่างๆ ไว้ให้ดี ดูว่าเราควรเปิดให้มีการแข่งขันทั้งหมด หรือปิดในบางธุรกิจที่เราต้องการเวลาในการพัฒนา ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นแผนงานของสมาคมในปีหน้าที่จะต้องศึกษา และหารือร่วมกับทางก.ล.ต.และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)”

หวังใช้กองทุนร่วมลงทุนพัฒนาบจ.

เธอกล่าวต่อว่า แผนงานต่อไปที่สมาคมฯอยากจะผลักดันคือ การพัฒนาตลาดแรก การสร้างหรือการเตรียมความพร้อมให้บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยการใช้กลไกของกองทุนร่วมลงทุน หรือ เวนเจอร์ แคปิตอล ฟันด์ (VC) ซึ่งปัจจุบันผลักดันให้เกิดการร่วมลงทุนไม่มากเท่าที่ควร ทำให้กองทุนร่วมลงทุนในไทยไม่ค่อยได้รับความสนใจ และไม่เติบโต ทั้งๆ ที่ควรจะเป็นกลไกในการช่วยพัฒนาและปรับปรุงบริษัทต่างๆ ให้มีความพร้อมสำหรับการเข้าตลาดฯ

“ในอนาคตบริษัทที่มีความพร้อมเข้าตลาดฯจะหาไม่ได้ง่ายๆ เพราะคนที่พร้อมก็เข้าตลาดเกือบหมดแล้ว จึงอยากให้อุตสาหกรรมกองทุนร่วมลงทุนเติบโต และเป็นกลไกในการช่วยสร้างและพัฒนาบริษัทจดทะเบียนเหมือนในต่างประเทศ โดยอาจจะมีการตั้งกองทุนแล้วระดมเงินจากนักลงทุนคล้ายกับกองทุนรวม แล้วเข้าไปลงทุนในกิจการต่างๆ โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งก็ต้องไปหารือกับส่วนที่เกี่ยวข้องว่าปัจจุบันยังติดอุปสรรคในเรื่องใดบ้าง เพื่อร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมนี้”