วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พาณิชย์เผยดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคสูงสุดรอบ12เดือน

"อัมพวัน"เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของพาณิชย์เดือนมิ.ย. พบปรับตัวดีขึ้นสูงสุดในรอบ 12 เดือน

นางอัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนย.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ศูนย์ดัชนีและพยากรณ์เศรษฐกิจการค้า ได้สำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคทุกจังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 3,381 ราย เกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ รายได้และโอกาสหางานทำในปัจจุบันและในอีก 3 เดือนข้างหน้า พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนมิ.ย.2557 เท่ากับ 38.4 เพิ่มจากเดือนพ.ค.ที่เท่ากับ 28.5 เป็นการปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 12 เดือน ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์ปัจจุบันเท่ากับ 30.4 เพิ่มจาก 21.0 และดัชนีความเชื่อมั่นที่มีต่อสถานการณ์ในอนาคตเท่ากับ 43.7 เพิ่มจาก 33.6

ทั้งนี้ ค่าดัชนียังต่ำกว่าระดับ 50 ซึ่งเป็นระดับปกติ สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนยังไม่มีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจ จึงยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย แต่เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ และได้มีการคืนความสุขให้ประชาชน ทำให้ปัญหาทางการเมืองคลี่คลาย บ้านเมืองมีความสงบ การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจมีความชัดเจนมากขึ้น

นอกจากนี้ การที่ คสช. ได้เร่งรัดการช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการฟื้นฟูความเชื่อมั่นและการกระตุ้นเศรษฐกิจการค้า การลงทุน ทั้งการเร่งจ่ายเงินให้ชาวนาที่มีการค้างชำระจากโครงการรับจำนำข้าว การเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ การแก้ไขปัญหาค่าครองชีพของประชาชนโดยขอความร่วมมือผู้ประกอบการตรึงราคาสินค้าเป็นเวลา 6 เดือน สิ้นสุดเดือนพ.ย.2557 การตรึงราคาก๊าซหุงต้มไว้ที่ 22.63 บาทต่อกิโลกรัม การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2% ต่อปี ซึ่งถือเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้

นางอัมพวันกล่าวว่า สำหรับความคาดหวังที่มีต่อรายได้ในอนาคตในอีก 3 เดือนข้างหน้า และการวางแผนซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ซื้อรถยนต์ในช่วง 6 เดือนข้างหน้า มีแนวโน้มดีขึ้น แต่ยังอยู่ในระดับที่ไม่มีความเชื่อมั่นมากนัก เพราะแม้ว่าสถานการณ์ทางการเมืองจะคลี่คลาย ประชาชนรู้สึกปลอดภัย ชาวนาได้รับเงินจากโครงการจำนำ ซึ่งโดยหลักต้องส่งผลทางจิตวิทยาให้มีการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีการรอดูท่าทีก่อน โดยเฉพาะชาวนาที่ต้องนำเงินส่วนใหญ่ไปชำระหนี้

"แม้ทิศทางเศรษฐกิจจะดีขึ้น แต่ราคาสินค้าภาคการเกษตรยังไม่ดีขึ้น ปัญหาค่าครองชีพ และหนี้ภาคครัวเรือนยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยให้ประชาชนยังคงจับจ่ายอย่างระมัดระวัง"นางอัมพวัน กล่าว