วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'อาร์เอส'เข้ม!ก้าวสู่บริษัทสื่อ-สานเป้า5พันล.

'อาร์เอส'เข้มบริหารครึ่งปีหลัง ก้าวสู่บริษัทสื่อ-สานเป้า5พันล.

ปัญหาเศรษฐกิจ-การเมืองในครึ่งปีแรก "ท้าทาย" แผนขับเคลื่อนองค์กรของภาคธุรกิจในปีนี้ โดยเฉพาะ "อุตสาหกรรมสื่อ" จากการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของการออกอากาศโทรทัศน์ระบบดิจิทัลครั้งแรกในรอบ 60 ปี ท่ามกลางปัจจัยลบ กระทบความมั่นใจผู้บริโภค ฉุดการใช้จ่ายเม็ดเงินโฆษณา "ติดลบ" ในครึ่งปีแรก

"อาร์เอส" ในฐานะผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสื่อและบันเทิง เผชิญความท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจ การเมือง และการบริหารลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ที่เปลี่ยนแปลงแบบข้ามคืน

สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ครึ่งปีแรกอุตสาหกรรมสื่อและคอนเทนท์บันเทิงอยู่ในภาวะ "มีปัญหาและอุปสรรค" จากสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมพอสมควร ที่ชัดเจน คือเม็ดเงินในอุตสาหกรรมโฆษณา "ลดลง" ในทุกสื่อ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค "ตกต่ำ" ส่งผลต่อแผนการตลาดของสินค้าและแบรนด์ต่างๆ ชะลอตัว เพื่อรอดูสถานการณ์ทุกค่าย "คิดเยอะขึ้น" จากผู้บริโภคไม่เชื่อมั่นและไม่กล้าจับจ่าย

เรียกว่า "ทุกอย่างผิดปกติไปหมด ทำให้ธุรกิจครึ่งปีแรกค่อนข้างหนัก"

แต่หลังจากการเมืองคลี่คลาย ภายใต้การเข้ามาบริหารประเทศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถือเป็นทางออกที่ดี หลังจากไทยติดหล่มการเมืองมาครึ่งปีนับจากปลายปี 2556 ถือเป็นการตัดตอนปัญหาและเริ่มต้นใหม่แบบมีความหวัง

อย่างน้อยวันนี้สังคมได้เห็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างชัดเจน หวังว่าภายใต้การทำงานของ คสช.และรัฐบาลใหม่ น่าจะวางแนวทางการปฏิรูปทุกอย่างให้เรียบร้อยและใช้เวลาให้น้อยที่สุด ก่อนนำไปสู่การเลือกตั้งภายใต้รัฐบาลปกติ

ในครึ่งปีหลังภาคเอกชนต้องการเห็นภาครัฐเริ่มลงทุนโปรเจคต่างๆ เพื่อเป็นเครื่องจักรขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมส่งสัญญาณให้เอกชนลงทุนตาม จากนโยบายต่างๆ ที่ คสช.กำลังดำเนินการ เชื่อว่าครึ่งปีหลังเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้น

ฟากผู้ประกอบการเอกชนที่ชะลอแผนต่างๆ ในครึ่งปีแรก เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง ไม่สามารถรอได้เช่นกัน เพราะการบริหารธุรกิจของทุกองค์กรต้องการเห็นการเติบโต

'ทีวีดิจิทัล'สะดุดปัญหาศก.

สำหรับครึ่งปีแรกของ"อาร์เอส"เอง เผชิญการเปลี่ยนแปลงสำคัญ ทั้งจากการเริ่มต้นออกอากาศ "ทีวีดิจิทัล" โดยช่อง 8 หนึ่งในผู้ได้รับใบอนุญาต ออนแอร์อย่างเป็นทางการเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา

แต่จุดเริ่มต้นของทีวีดิจิทัล ต้องสะดุดจากปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจ ทำให้การเปิดตัวไม่หวือหวา จากเม็ดเงินโฆษณาในอุตสาหกรรมอยู่ในภาวะชะลอตัว และต่อเนื่องด้วยการแจกจ่ายคูปองส่วนลดสนับสนุนครัวเรือนไทยรับชมทีวีดิจิทัล ที่ล่าช้ากว่ากำหนดเดิม จากขั้นตอนประชาพิจารณ์

ทีวีดิจิทัล เป็นธุรกิจที่ลงทุนสูง แต่เริ่มต้นในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยและเป็นช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม

"อาร์เอส" เองอาจได้เปรียบ ทีวีดิจิทัลช่องใหม่ เนื่องจากไม่ได้เริ่ม "นับหนึ่ง" แต่ต่อยอดการออกอากาศช่อง 8 จากทีวีดาวเทียมสู่ทีวีดิจิทัล มีฐานผู้ชมติดตามมาต่อเนื่อง ดังนั้นผลกระทบที่เกิดจากปัญหาเศรษฐกิจที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมสื่อและโฆษณาขณะนี้ จึงไม่กระทบช่อง 8 ที่ครองเรทติ้งผู้นำในแพลตฟอร์มดาวเทียมและทีวีดิจิทัลช่องใหม่ในขณะนี้

อีกทั้งการเป็น "ช่องหลัก" ถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ที่ผ่านมา สร้างเรทติ้งผู้ชมเติบโตถึง 300%

หลังจากนี้ หากภาพรวมสถานการณ์ในประเทศ "นิ่ง" เชื่อว่าทิศทางครึ่งปีหลัง ผู้ประกอบการสินค้าและแบรนด์ต่างๆ จะกลับมาทำตลาด เม็ดเงินโฆษณาน่าจะฟื้นตัวกลับสู่ภาวะปกติ

ขณะที่ "ทีวีดิจิทัล" จะเข้าสู่การแข่งขันในสภาพปกติ จากนี้จะอยู่ที่ความสามารถของแต่ละช่องว่าสามารถสร้างเรทติ้งผู้ชมและแย่งเม็ดเงินโฆษณาได้มากน้อยแค่ไหน

"หากสามารถสร้างเรทติ้งผู้ชมได้ เม็ดเงินโฆษณาจะไหลเข้าแน่นอน"

แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาครึ่งแรกจะอยู่ในภาวะลดลงราว 7-8% และยังคาดเดาสถานการณ์ครึ่งปีหลักไม่ได้ แต่เชื่อว่าทั้งปี ช่อง 8 สามารถเดินไปตามเป้าหมายที่รายได้ 850 ล้านบาท

บอลโลก'ได้ไม่คุ้มเสีย'

สถานการณ์ที่เกิดคาด!! จากการบริหารลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกปีนี้ เริ่มจากกรณีการฟ้องร้องกฎมัสต์แฮฟ ของ กสทช. ที่ไม่เป็นธรรมต่ออาร์เอส ซึ่งครอบครองลิขสิทธิ์ก่อนประกาศฯ ดังกล่าวบังคับใช้ กระทั่งจุดเปลี่ยนการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกทาง"ฟรีทีวี" ภายใต้นโยบายคืนความสุขให้ผู้ชมไทยดูบอลโลกครบทุกนัด ของ กสทช. ด้วยเงื่อนไขจ่ายเงินเยียวยาให้อาร์เอส จำนวน 427 ล้านบาท

แต่หากพิจารณาตัวเลขที่อาร์เอส เสนอขอเยียวยาที่ 770 ล้านบาท ก่อนจะมาสรุปที่ 427 ล้านบาท!! ตัวเลขข้อเสนอแรกอาจเป็นโอกาสรายได้"เพิ่มเติม" จากการขายสปอนเซอร์ทางฟรีทีวี และซับ ไลเซ่นส์มูลค่า 650 ล้านบาทที่มีในมืออาร์เอส

สุรชัย ย้ำว่า เงินชดเชย 427 ล้านบาท "เราได้ไม่คุ้มเสีย เมื่อเทียบกับคาดการณ์รายได้ที่มองไว้ เทียบกันไม่ได้"

ด้วยเงินจำนวนนี้เป็นค่าชดเชยที่อาร์เอสเสียโอกาสทางธุรกิจตามแผนที่วางไว้ตั้งแต่ต้น อีกทั้งต้องกันเงินจำนวนดังกล่าว สำหรับเยียวยาผู้บริโภคที่ซื้อกล่องบอลโลก และสมัครสมาชิกเติมเงินรับชมช่องเวิล์ดคัพผ่านกล่องซันบ็อกซ์

ท้ายที่สุด ลูกค้าคืนกล่องบอลโลกจำนวน 2 แสนกล่อง ราคากล่องละ 1,590 บาท คิดเป็นมูลค่า 318 ล้านบาท และลูกค้าคืนสิทธิช่องเวิลด์คัพ 3 หมื่นราย ค่าสมาชิกรายละ 299 บาท คิดเป็นมูลค่า 9 ล้านบาท รวมมูลค่าเงินเยียวยาที่อาร์เอสจ่ายให้ลูกค้าไปแล้ว 327 ล้านบาท ยังไม่นับรวมค่าเสียโอกาสทางธุรกิจอื่นๆ

เข้มบริหารสานเป้า5พันล้าน

ท่ามกลางสถานการณ์ปัจจัยลบทางเศรษฐกิจในครึ่งปีแรกและการปรับแผนบริหารลิขสิทธิ์บอลโลก 2014

สุรชัย กล่าวว่า ปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้เป้าหมายรายได้ปีนี้ที่วางไว้ 5,000 ล้านบาท หลังครึ่งปีแรกผ่านไป วันนี้ต้องยอมรับว่า "เป็นเรื่องยาก" และต้องทำงานหนักในครึ่งปีหลัง แต่!! อาร์เอส ยังไม่ปรับเป้าหมาย "ผมยังไม่ยอมแพ้"

นโยบายบริหารธุรกิจในครึ่งปีหลัง กำหนดให้ทุก"บิซิเนส ยูนิต" เตรียมแผนปั๊มรายได้เติมเต็มส่วนที่ขาดหายในครึ่งปีแรก ด้วยมองว่าทุกธุรกิจมี "โอกาสและจุดแข็ง" ที่จะสร้างรายได้ชดเชยการพลาดโอกาส

แผนธุรกิจจากนี้จะโฟกัสที่กลุ่มสื่อ ทั้งช่อง 8 ทีวีดิจิทัล รวมทั้งกลุ่ม "ทีวีดาวเทียม" ที่มีเซ็กเม้นต์ผู้ชมชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นช่อง 2 สบายดีทีวี ยูแชนแนล รวมทั้งช่องพิเศษรูปแบบเพย์ทีวี ซัน แชนแนล ที่นำเสนอการแข่งขันลาลีกา สเปน รวมทั้งอีก 2 คลื่นวิทยุ

ทั้งหมดถือเป็นไฮไลท์ธุรกิจสื่อ ที่จะสร้างรายได้ตลอดครึ่งปีหลังให้กลับมาใกล้เคียงเป้าหมายรายได้ 5,000 ล้านบาทในสิ้นปีนี้

"หากครึ่งปีหลังเราไม่ทำอะไรเลย นับว่าเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ได้ตามเป้าหมาย แต่ทีมบริหารเราไม่ยอมแพ้ ทุกบิซิเนส ยูนิตต้องทำงานหนัก วางกลยุทธ์ร่วมกันใหม่เพื่อปั๊มรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมาย"

เป้าหมายอยู่ที่กำไร!! แม้รายได้ปีนี้ อาจต่ำกว่าคาด แต่มั่นใจว่ายังกำไรตามเป้าหมายที่ 11% ของรายได้เช่นเดียวกับปีก่อน ถือเป็นสิ่งที่อาร์เอสพอใจ!! และเป็นโจทย์สุดท้ายที่อาร์เอสจะไปให้ได้ในปีนี้

ก้าวสู่บริษัทสื่อ

จากนี้ไปธุรกิจหลักของอาร์เอส คือการก้าวสู่ "บริษัทสื่อ" จากจุดเริ่มต้นธุรกิจเพลงเมื่อกว่า 30 ปีก่อน โดยมี "ทีวีดิจิทัล" ช่อง 8 เป็นธงนำ สัดส่วนรายได้จากสื่อจะแตะ 70% ในปีนี้ และวิ่งไปที่ 90% ภายใน 3 ปีจากนี้ โดยกว่า 50% มา จากช่อง 8

สอดคล้องกับการเติบโตด้านเม็ดเงินในอุตสาหกรรมโฆษณาทีวีที่จะแตะ "แสนล้านบาท" ในช่วง 3 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันอยู่ที่ 7 หมื่นล้านบาท

การเปลี่ยนของอุตสาหกรรมทีวีดังกล่าว เกิดการใช้พื้นที่โฆษณาทางทีวี จากการเปิดตัวทีวีดิจิทัล เซ็กเม้นต์ใหม่ๆ มากขึ้น ทำให้ราคาสปอตโฆษณามีหลากหลายระดับ เปิดโอกาสให้สินค้าใช้พื้นที่มากขึ้น "มีผู้จับจ่ายรายใหม่" แน่นอนว่า "ทีวีแมส" ในตำแหน่งช่อง 8 ตอบโจทย์ได้หลากหลายกลุ่มและมีโอกาสช่วงชิงงบโฆษณาได้ดี

ธุรกิจสื่อเติบโตแบบก้าวกระโดด ส่วนธุรกิจเพลงอยู่ในภาวะชะลอตัว การเติบโตค่อยๆ ลดลง เป็นไปตามเทรนด์อุตสาหกรรมเพลงทั่วโลก

มั่นใจว่าจากนี้หากเศรษฐกิจนิ่ง ลูกค้ากลับมาใช้งบโฆษณาเชื่อว่า "สื่อของอาร์เอส" อยู่ในฐานะที่สามารถแย่งชิงเม็ดเงินโฆษณาในตลาด จากการพัฒนาคอนเทนท์ตอบโจทย์ ทั้งสื่อทีวีและวิทยุ

"เราเตรียมตัวเองพร้อมอยู่ตลอดเวลา เมื่อปัจจัยภายนอกนิ่ง อาร์เอสจะสร้างโอกาสการเติบโตให้องค์กร"