วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Company Focus:BEC_150757

กังวลผลกระทบจากทีวีดิจิทัล

ต้นทุนทีวีดิจิทัลกดดันตั้งแต่ 2Q57

เราคาดผลประกอบการ BEC จะถูกกดด้นจากต้นทุนทีวีดิจิทัลตั้งแต่ 2Q57 แม้ว่าค่าคอนเทนต์จะยังไม่เพิ่ม (รีรันรายการเก่าเป็นส่วนใหญ่) แต่คาดว่าจะมีต้นทุนค่าตัดจำหน่ายใบอนุญาตและค่าโครงข่ายรวม 104 ล้านบาทประกอบกับรายได้ธุรกิจจัดกิจกรรมที่หดตัวกว่า 70% YoY เนื่องจากปีที่แล้วมีโชว์ใหญ่ละครเวที “เดอะ แฟนธอม ออฟ ดิ โอเปร่า” จะทำให้กำไรสุทธิลดลง 11% YoY เป็น 1.3 พันล้านบาท ขณะที่ ปัจจัยลบการหยุดออกอากาศรายการปกติหลังรัฐประหารช่วงกลางเดือน พ.ค. แต่เราคาดว่ากำไรจะฟื้นตัวเพียง 10% QoQ ทั้งๆที่เป็นไฮซีซัน

ทยอยเพิ่มรายการใหม่ฉุดกำไรครึ่งปีหลัง

BEC มีแผนทยอยเพิ่มรายการใหม่ในทีวีดิจิทัลทั้ง 2 ช่อง (ช่องเด็ก & ช่อง SD) จาก 7 – 8 ชั่วโมงต่อวัน ในเดือน เม.ย. เป็น 17-18 ชั่วโมงต่อวันในเดือน มิ.ย. และตลอดทั้งวันตั้งแต่เดือน ต.ค. เป็นต้นไป (หากต้นทุนการผลิตคอนเทนต์อยู่ที่ 1 แสนบาทต่อชั่วโมงจะคิดเป็นค่าใช้จ่ายคอนเทนต์รวม 738 ล้านบาทในครึ่งปีหลัง) ขณะที่เราคาดว่ารายได้ค่าโฆษณาจากทีวีดิจิทัลจะเติบโตไม่ทันทำให้ธุรกิจทีวีดิจิทัลขาดทุน 453 ล้านบาท ฉุดให้กำไรครึ่งปีหลังลดลง 12% HoH และ 24% YoY ทั้งนี้ BEC ยังไม่มีแผนนำรายการใหม่มาออกอากาศบนช่อง 3 HD คาดว่าเตรียมไว้รองรับกรณีช่อง 3 Original ไม่สามารถออกอากาศในเพย์ทีวีได้

เรทติ้งฟรีทีวีหด

ผลสำรวจของสมาคมมีเดียเอเยนซีและธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย (MAAT) ระบุว่าช่วงครึ่งแรกของปี 2557 เรทติ้งรายการฟรีทีวี (อนาล็อก) เฉลี่ยทั้งวันลดลง 15% YoY และช่วงไพร์มไทม์ลดลง 17% YoY แม้ส่วนหนึ่งเป็นเพราะสถานการณ์การเมือง แต่ก็อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าเม็ดเงินโฆษณาสื่อฟรีทีวีอนาล็อกปีละ 6-7 หมื่นล้านบาทกำลังจะถูกสั่นคลอนจากการแข่งขันที่สูงขึ้นจากสื่อใหม่ (ทีวีดิจิทัล ทีวีดาวเทียม โซเชียลมีเดีย เป็นต้น) และพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนแปลง ทำให้เราปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตของรายได้ธุรกิจฟรีทีวีของช่อง 3 (อนาล็อก) และธุรกิจวิทยุ โดยคาดว่าปีนี้จะหดตัว 1% แต่หลังจากนั้นคาดว่าจะไม่มีการเติบโตอีกจนถึงปี 2571

ปรับลดมูลค่าเหมาะสมลงเหลือ 41.6 บาท

เราปรับลดมูลค่าเหมาะสมหุ้น BEC ลง 8% เหลือ 41.6 บาท (DCF, WACC 10.8% Terminal Growth 5%) เนื่องจากปรับลดประมาณการการเติบโตของช่อง 3 (อนาล็อก) ลง และเปลี่ยนวิธีการประเมินเป็นวิธีคิดลดกระแสเงินสด (จากเดิมใช้วิธีตัวคูณอัตราส่วนราคาต่อกำไรที่ 20 เท่า) ทำให้สะท้อนอัตราการเติบโตของกำไรที่คาดว่าจะชะลอตัวในอนาคต คงคำแนะนำ “ขาย” เราคาดกำไรสุทธิจะหดตัวลง YoY ต่อเนื่องใน 4 ไตรมาสข้างหน้าจากธุรกิจทีวีดิจิทัลที่ยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน นอกจากนี้ BEC ยังมีความเสี่ยงกรณีช่อง 3 Original ไม่สามารถออกอากาศในเพย์ทีวีจะทำให้มีต้นทุนเพิ่ม ~600 ล้านบาทต่อปี (เรายังไม่รวมในประมาณการ)

Investment Case

BEC ดำเนินธุรกิจหลัก คือ การบริหารการออกอากาศโทรทัศน์สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 และการผลิตและจัดหารายการโทรทัศน์เพื่อแพร่ภาพทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ นอกจากนี บริษัทยังลงทุนในธุรกิจอื่นประกอบด้วย ธุรกิจจัดหา-ผลิตรายการแสดงโชว์/คอนเสิร์ต และการจัดกิจกรรมรณรงค์ต่างๆ เป็นต้น และล่าสุดบริษัทชนะการประมูลทีวีดิจิทัลจำนวน 3 ช่อง (HD, SD และเด็ก)