การเริ่มต้นของทีวีดิจิทัล (ภาคพื้นดิน)
เข้าถึง 50 - 60% ของครัวเรือนทั่วประเทศ
การแพร่ภาพโทรทัศน์แพล็ทฟอร์มใหม่ หรือ “ทีวีดิจิทัล (ภาคพื้นดิน)” ในช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย. ยังมีการเข้าถึงครัวเรือนตํ่า แม้ว่าจะมีกฎ Must Carry บังคับให้ “ทีวีดาวเทียม” และ “เคเบิลทีวี” ทุกรายต้องดึงช่องทีวีดิจิทัลลงในแพล็ทฟอร์มด้วย แต่ทีวีดาวเทียมที่ไม่ได้ใช้ดาวเทียมไทยคมหรือเคเบิลทีวีที่ยังใช้ระบบอนาล็อกไม่สามารถนำช่องทีวีดิจิทัลลงแพล็ทฟอร์มตนเองได้ ขณะที่การรับชมจากแพล็ทฟอร์มทีวีดิจิทัลโดยตรงยังมีไม่มาก เราคาดว่าการออกอากาศทีวีดิจิทัลเข้าถึงผู้ชมเพียง 50 – 60% ของครัวเรือนทั่วประเทศตํ่ากว่าฟรีทีวีอนาล็อกเดิมที่เข้าถึงครัวเรือนได้เต็ม 100%
การแข่งขันยังไม่รุนแรง
24 ช่องทีวีดิจิทัลยังแข่งขันไม่รุนแรงทำให้ภาพธุรกิจสื่อโทรทัศน์ไม่ต่างจากเดิมมากนัก เนื่องจากผู้ให้บริการทีวีดิจิทัลส่วนใหญ่รอประเมินผลการเข้าถึงครัวเรือนก่อน จึงยังไม่ลงทุนคอนเทนต์รายการมากนัก กลุ่มที่เป็นช่องเดิมยังไม่เพิ่มรายการใหม่ ส่วนช่องใหม่ก็นำคอนเทนต์เก่ามาออกอากาศซํ้า (Rerun) ทำให้ช่อง “ไทยรัฐทีวี” ที่ยอมลงทุนคอนเทนต์ดีๆตั้งแต่เริ่มต้น ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงติดอันดับ 4 ของทีวีดิจิทัลยอดนิยมทั้งๆที่เป็นผู้ประกอบการรายใหม่ อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าการแข่งขันจะมีความรุนแรงมากขึ้นใน 4Q57 หลังจาก กสทช. แจกคูปองส่วนลดให้ประชาชน
การติดตั้งโครงข่ายล้าช้า
ผู้ให้บริการโครงข่าย 2 ราย (ททบ.5 และไทยพีบีเอส) ติดตั้งโครงข่ายล่าช้ากว่ากำหนด 2 - 3 สัปดาห์ อย่างไรก็ดี ณ ปัจจุบันติดตั้งได้ครอบคลุม 50% ของพื้นที่ครัวเรือนทั่วประเทศแล้ว ขณะที่ผู้ให้บริการอีก 2 ราย (อสมท (MCOT) และกรมประชาสัมพันธ์) ยังไม่เปิดเผยความคืบหน้า เราคาดว่าจะมีความล่าช้าเนื่องจากติดปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างหลังเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่อย่างไรก็ดี ไม่ส่งผลต่อการรับชมมากนักเนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ยังรับชมทีวีดิจิทัลผ่านแพล็ทฟอร์มดาวเทียม ขณะที่ความล่าช้าจะส่งผลให้ MCOT มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 400-500 ล้านบาท จากค่าเช่าอุปกรณ์ในช่วงที่ยังไม่ลงทุนเอง
การแจกคูปองล่าช้า
คูปองส่วนลดเงินสดในการซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิทัลที่ กสทช. จะแจกให้กับประชาชนเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านระบบออกอากาศโทรทัศน์ (ภาคพื้นดิน) จาก “อนาล็อก” เป็น “ดิจิทัล” มีความล่าช้ากว่าคาด นอกจากนี้ คุณสมบัติของคูปองยังไม่มีข้อสรุปใน 2 ประเด็นสำคัญ คือ (1) ใช้ซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมได้ด้วยหรือไม่ และ (2) มูลค่าคูปองควรจะอยู่ที่เท่าไร ทั้งนี้ กสทช. อยู่ระหว่างทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับคุณสมบัติของคูปอง และคาดว่าจะแจกคูปองได้ในเดือน ก.ย.นี้ (เดิมคาดแจกเดือน ก.ค.) ซึ่งเรามองว่าการแจกคูปองเป็นกุญแจสำคัญทำให้อัตราการเข้าถึงครัวเรือนของทีวีดิจิทัลขยายตัวอย่างรวดเร็ว
เลือก NBC เป็นหุ้นเด่น
แม้ว่าการออกอากาศทีวีดิจิทัลในช่วง 3 เดือนแรกจะยังดูอ่อนแอเมื่อเทียบกับฟรีทีวีอนาล็อกเดิม แต่อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจจากมีเดียเอเจนซีในครึ่งแรกของปี 2557 กลับระบุว่าช่วงค่าเฉลี่ยของเรทติ้งรายการฟรีทีวีลดลง 15% YoY ทำให้เรามีความกังวลต่อผู้ประกอบการที่มีฐานรายได้หลักจากฟรีทีวีอนาล็อก (BEC MCOT) หากทีวีดิจิทัลมีความเข้มแข็งขึ้นในอนาคต เราจึงมองว่าผู้ประกอบการที่มีฐานมาจากการเป็นทีวีดาวเทียมมาก่อนน่าจะได้ประโยชน์จากการเกิดทีวีดิจิทัลมากกว่า (GRAMMY RS WORK NBC) และเราเลือก NBC (มูลค่าเหมาะสม 4.90 บาท) เป็นหุ้นเด่นเนื่องจากมองว่าการแข่งขันช่องรายการข่าวไม่ต่างจากตอนที่เป็นทีวีดาวเทียมมากนักซึ่ง NBC เป็นผู้นำช่องข่าวในทีวีดาวเทียมมาก่อนจึงน่าจะฉวยโอกาสธุรกิจจากการเกิดทีวีดิจิทัลได้ไม่ยาก
BEC : เสี่ยงช่อง 3 Original หลุด Must Carry
จากกรณี กสท. ออกคำสั่งให้ช่องฟรีทีวีอนาล็อกไม่อยู่ในเกณฑ์ Must Carry ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. ทำให้ถ้าช่อง 3 Original ไม่ลดเวลาโฆษณาลงเหลือ 5 นาทีต่อชั่วโมงจะไม่สามารถออกอากาศบนเพย์ทีวีได้ (อย่างไรก็ดี กสท. ขยายเวลาออกไปให้อีก 100 วัน เป็น 2 ก.ย.) โดย BEC ได้ยื่นฟ้องให้ยกเลิกคำสั่งดังกล่าวและอยู่ระหว่างรอศาลพิจารณา ทำให้ BEC ยังไม่สามารถจัดผังช่อง 3 HD ได้เนื่องจากต้องเตรียมไว้รองรับช่อง 3 Original ในกรณีที่แพ้คดีเพื่อให้ออกอากาศบนเพย์ทีวีต่อไปได้โดยไม่ต้องลดเวลาโฆษณาลง ซึ่งถ้าเกิดกรณีดังกล่าวจะทำให้ BEC เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มราว 600 ล้านบาทต่อปีเป็นค่าธรรมเนียมและเงินส่งเข้ากองทุนฯ และเสียโอกาสในการหารายได้เพิ่มจากช่อง 3 HD
MCOT : ค่าใช้จ่ายเพิ่มจากความล่าช้าลงทุนโครงข่าย
การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและปัญหาภายในองค์กรทำให้ MCOT เป็น 1 ใน 2 ผู้ให้บริการโครงข่ายที่ยังไม่สามารถลงทุนโครงข่ายทีวีดิจิทัลได้ และเนื่องจากโครงข่ายของ MCOT มีผู้เช่าภายนอก 2 ราย (Voice TV, Spring News) และใช้เอง 2 ช่อง (MCOT HD, MCOT Kids) จึงทำให้ MCOT ต้องเช่าใช้อุปกรณ์จากผู้ให้บริการรายอื่นก่อนที่ทำให้ MCOT มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม 400-500 ล้านบาท ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยลบที่จะฉุดผลประกอบการของ MCOT ในปีนี้
GRAMMY : เริ่มโฟกัสธุรกิจทีวีดิจิทัลมากขึ้น
วันนี้ (14 ก.ค.) GRAMMY จะเปิดตัวผังใหม่ของช่อง One เพื่อสู้ศึกทีวีดิจิทัลอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก คาดว่าจะทำให้การแข่งขันในช่องทีวีดิจิทัลประเภทวาไรตี้ (SD และ HD) มีความคึกคักมากขึ้นในครึ่งปีหลัง เราคาดว่า GRAMMY จะหันมาโฟกัสธุรกิจทีวีดิจิทัลมากขึ้นและมีแนวโน้มว่าจะทยอยลดบทบาทธุรกิจเพย์ทีวีลง (GMM Z) หลังจากที่ให้บริการมา 2 ปีกว่าแต่ยังไม่มีทีท่าว่าจะสร้างฐานสมาชิกได้เพียงพอกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น (ปี 2555-56 และ 1Q57 GRAMMY ขาดทุน 322 ล้านบาท 1.3 พันล้านบาท และ 792 ล้านบาท ตามลำดับ) ทั้งนี้ หาก GRAMMY สามารถลดบทบาทธุรกิจเพย์ทีวีลงได้ในครึ่งปีหลัง 57 เราคาดว่าผลประกอบการปี 2558 ของ GRAMMY จะฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ
RS : เด่นสุดในช่วงแรกของการเริ่มทีวีดิจิทัล
แม้ว่าการเปลี่ยนกลยุทธ์มาถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกผ่านฟรีทีวีทุกนัดจะทำให้พลาดเป้ายอดจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียม (Sunbox) (และคาดว่าจะทำให้กำไรงวด 2Q57 ตํ่ากว่าที่ตลาดคาดการณ์) แต่อย่างไรก็ตาม ส่งผลบวกต่อความนิยมทีวีดิจิทัลช่อง 8 อย่างมีนัยสำคัญ จำนวนผู้ชมช่อง 8 ทีวีดิจิทัล แซงช่อง 5 และช่อง 9 ที่เป็นฟรีทีวีอนาล็อกเดิมเป็นครั้งแรก ทำให้ช่อง 8 ทีวีดิจิทัลมีความโดดเด่นมากที่สุดในกลุ่มทีวีดิจิทัลใหม่ในขณะนี้ (ไม่รวมช่องทีวีดิจิทัลที่ออกคู่ขนานกับฟรีทีวีอนาล็อก) ทำให้เราคาดว่าผลประกอบการของ RS จะฟื้นตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลังจากการเติบโตของรายได้ค่าโฆษณาทีวีดิจิทัลช่อง 8 เป็นแรงหนุนและการบันทึกเงินชดเชยจาก กสทช.
WORK : อีกหนึ่งช่องที่โดดเด่นช่วงแรก
Workpoint Creative TV เป็นอีกหนึ่งช่องทีวีดิจิทัลที่มีความโดดเด่นในช่วงแรกของการเริ่มต้นทีวีดิจิทัล (เดือน พ.ค. ช่อง Workpoint Creative TV มีจำนวนผู้ชมสูงสุดในกลุ่มทีวีดิจิทัลใหม่ไม่รวมช่องทีวีดิจิทัลที่ออกคู่ขนานกับฟรีทีวีอนาล็อก) โดยอาศัยความได้เปรียบจากฐานผู้ชมเดิมจากแพล็ทฟอร์มทีวีดาวเทียมและกลยุทธ์เลขช่องอยู่ในลำดับต้นของทุกกล่องรับสัญญาณดาวเทียม เราคาดผลประกอบการของ WORK จะพลิกเป็นกำไรในงวด 2Q57 แต่ยังหดตัวจากปีก่อนกว่า 70% YoY เนื่องจากคาดว่าการฟื้นตัวจะเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพราะ WORK จะมีต้นทุนเพิ่มจากค่าใช้จ่ายในการผลิตคอนเทนต์และต้นทุนการออกอากาศทีวีดิจิทัลเช่นเดียวกัน
NBC : ครองความเป็นผู้นำช่องข่าว 24 ชม. ได้ต่อเนื่อง
Nation TV ยังคงได้รับความนิยมและติด Top 3 ช่องข่าวยอดนิยมของผู้ชมต่อเนื่อง (new tv ไทยรัฐทีวี และ Nation TV) จากช่วงที่เป็นทีวีดาวเทียม (T-News TNN24 และ Nation TV) เนื่องจาก 7 ผู้ประกอบการช่องข่าวทีวีดิจิทัลส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการรายเดิมจากทีวีดาวเทียมจึงทำให้ภาพของการแข่งขันไม่ต่างจากช่วงที่เป็นทีวีดาวเทียมมากนัก นอกจากนี้ ยังมีจำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้นเท่าตัวหลังจากเริ่มออกอากาศทีวีดิจิทัลอีกด้วย (จากเฉลี่ย 3 หมื่นคน/นาที เป็นเฉลี่ย 6 หมื่นคนต่อนาที) ดังนั้นเราจึงมองว่า NBC น่าจะฉวยโอกาสจากการเกิดทีวีดิจิทัลได้ไม่ยาก ทั้งนี้ เรามองว่าการแข่งขันของช่องรายการข่าวไม่น่าจะมีความรุนแรงเท่ากับช่องรายการวาไรตี้ที่มีผู้ผลิตคอนเทนต์ทีวีรายใหญ่อยู่กันครบทุกราย (ช่อง 3, ช่อง 7, GRAMMY, RS, WORK และ True visions)









