วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักวิชาการหนุนทำยุทธศาสตร์พลังงานยั่งยืน

นักวิชาการหนุนทำยุทธศาสตร์พลังงานยั่งยืน ราคาพลังงานต้องสะท้อนต้นทุนจริงเพื่อให้ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาตร์ ท่าพระจันทร์ จัดสัมมนาวิชาการ “ ปฎิรูปพลังงาน โอกาสและความท้าทายหลังรัฐประหาร” มีนายมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการด้านพลังงาน และ นายบรรยง พงษ์พานิช ร่วมสัมมนา

โดยนายมนูญ กล่าวว่า ภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานไทย คือ 1.ประเทศไทยมีทรัพยากรปิโตรเลียม(ก๊าซน้ำมัน) ในประเทศที่จำกัด จึงต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศในสัดส่วนที่สูง 2.พึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้าในสัดส่วนสูง ค่าไฟฟ้าที่อ่อนไหวและแพงขึ้น เพราะผูกอยู่กับก๊าซเกินควร 3.ก๊าซLPG ที่ถูกอุดหนุนและบิดเบือนกลไกตลาดมานาน ทำให้ใช้ผิดประเภท ใช้ฟุ่มเฟือย ประสิทธิต่ำ 4.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังาน ถูกต่อต้านไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชน จึงกระทบต้นทุนการผลิต และการแข่งขันประเทศในอนาคต 5.การใช้พลังงานของประเทศ ยังไม่ประหยัดเพียงพอ เทียบค่าเฉลี่ย เราสูงกว่าต่างประเทศ

ทั้งนี้ปัญหาในพลังงานไทย เพราะมีความต้องการใช้มากกว่าการผลิต ถ้านำเข้า LPG เรื่อยๆ คาดว่า ค่าไฟฟ้าอาจจะเพิ่มขึ้นถึง 30 เปอร์เซ็น ในอีก 10 ปี ข้างหน้า

นายมนูญ กล่าวต่อว่า เราต้องมียุทธศาสตร์ด้านพลังงานเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ยุทธศาสตร์หลักต้องเน้นไปที่นโยบายอนุรักษ์พลังงานและส่งเสริมพลังงานทดแทน คือ ลดการบริโภคพลังงานอย่างฟุ่มเฟือยและไร้ประสทธิภาพ ส่งเสริมและอุดหนุนให้มีการพัฒนาและใช้พลังงานทดแทนเพื่อลดการนำเข้า การนำเข้าพลังงานควรเป็นไปเพื่อเพิ่มความสามารถในการผลิตไม่เพียงเพื่อการบริโภค นโยบายราคาพลังงานต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพื่อให้มีการใช้มีประสทธิภาพสูงสุด การบริหารจัดการด้านพลังงานต้องไม่ขัดแย้งกับยุทธศาสตร์หลักด้านพลังงาน โอกาสนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาและปฎิรูปพลังงานที่โครงสร้างโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแรงกดดันทางการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะประชานิยมด้านพลังงาน สร้างความเสียหายไม่น้อยกว่าประชานิยมอื่นๆ

นายมนูญ กล่าวอีกว่า เป้าหมายและวัตถุประสงค์ของการปฎิรูป เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ใช้พลังงานทุกกลุ่ม เพื่อดความเหลื่อมล้ำในสังคม เพราะคนรวยใช้พลังงานมากกว่าคนจน ซึ่งการอุดหนุนแบบหน้ากระดานเป็นการทำให้ความแตกต่างของรายได้เพิ่มมากขึ้น เราจึงอยากเสนอ 3 แนว คือ ราคาต้องสะท้อนต้นทุนจริง ปฎิรูปปตท.ขจัดอุปสรรคและความซื้อซ้อน และ 6 ข้อเสนอ 1.ปรับโครงสร้างพลังงาน 2.เพิ่มการแข่งขันในธุรกิจพลังงาน 3.ลดการแทรกแซงโดยมิชอบทางการเมือง 4.เปิดกว้างกระบวนการในการกำหนดนโยบาย 5. เร่งรัดสำรวจพัฒนาและจัดหาแหล่งพลังงานเอเพลิงหลัก 6.ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานหมุนเวียน

นอกจากนี้ข้อเสนอของกลุ่มปฎิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน คือ ปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบอย่างเป็นขั้นตอน จัดสรรทรัพยากรธรรมชาติปิโตรเลียมในประเทศอย่างเป็นธรรม เร่งรัดการสำรวจทรัพยากรปิโตรเลียม เพิ่มเติมเพื่อความมั่นคงของชาติ ปรับปรุงองค์กรปฎิบัติงานด้านพลังงาน เพิ่มประสทธิภาพลดการผูกขาดลดการแทรกแซงจากภาครัฐและนักการเมือง แก้ไขกฎหมายที่ซับซ้อนและเป็นอุปสรรคอยู่ในขณะนี้

อย่างไรก็ตามกลุ่มปฎิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืนเสนอว่า การจะใช้ระบบใดไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่พื้นที่ที่จะเปิดนั้นมีความอุดมสมบูรณ์มากน้อยแค่ไหน และดึงดูดนักลงทุนได้หรือไม่ ระบบไทยแลน 3 มีความเหมาะสมยืดหยุ่นดีอยู่แล้ว เหมาะกับสภาพทางกายภาพของไทยที่เป็นแหล่งเล็ก ยากต่อการพัฒนาและไม่เห็นด้วยที่จะดึงเรื่องนี้ให้ชักช้าอีกต่อไป เพราะเราไม่มีความสามารถการสำรวจพบแหล่งปิโตรเลียมใหมาเป็นเวลา 7 ปี จึงขอให้คสช.ตั้งคณะทำงานทบทวนเรื่องนี้ให้เสร็จภายใน 3 เดือน เพื่อเร่งพิจารณาโครงการที่ล่าช้าทั้งสามให้เดินหน้าได้โดยเร็วที่สุด เพราะผู้ประกอบการปัจจุบันและนักลงทุนรายใหม่จะต้องใช้เวลาในการศึกษาและเตรียมการลงทุนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 ปี และสิ่งที่ต้องการปฎิรูปด่วนคือโครงสร้างราคาได้เสนอคสช.ไปแล้ว ส่วนกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย ก็ควรเลิกโจมตีกันและมานั่งคุยกัน และมีการปรับกันมากแล้ว เพราะขณะนี้ก็ไม่ทวงคืนแล้ว