วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Company Focus:SIRI_100757

เริ่มเห็นการฟื้นตัวของผลประกอบการ

คาด 2Q57 กำไรปกติเติบโตพลิกเป็นกำไรเทียบรายไตรมาส

เราคาดว่ากำไรปกติของ 2Q57 จะฟื้นตัวเป็น 456 ล้านบาท พลิกจาก 1Q57 ที่มีผลขาดทุนจากธุรกิจปกติ 41 ล้านบาท เป็นผลจากการรับรู้รายได้ที่ดีขึ้น 37% เป็น 5.9 พันล้านบาท ผลจากยอดขายแนวราบที่ฟื้นตัวและการรับรู้รายได้ของคอนโดมีเนียม ขณะที่ยังคงระดับอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยได้ที่ 32% โดยรวมของผลประกอบการ 1H57 มีกำไรปกติ 415 ล้านบาท เติบโต 37% YoY จากยอดขายที่เติบโต และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ควบคุมได้ดีขึ้น โดยมีกำไรสุทธิรวมในครึ่งปีแรก 1.2 พันล้านบาท เป็นผลจากใน 1Q57 มีบันทึกกำไรจากการขายอาคารสิริภิญโญและที่ดินรวม 871 ล้านบาท

เติบโตต่อเนื่องใน 2H57

สำหรับผลประกอบการใน 2H57 เราคาดว่าจะเห็นรายได้ของเติบโตมากกว่า 1H57 จากแผนการรับรู้รายได้ของสินค้าคอนโดมีเนียมซึ่งเป็นไปตามแผนการโอนกรรมสิทธิ์มากกว่า 9 แห่งซึ่งเป็นงานในมือที่รอบันทึกรายได้ภายในปี 57 กว่า1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะมีการบันทึกรายได้ในช่วง3Q57 และต่อเนื่องไปยัง 4Q57 ซึ่งคาดว่าจะเป็นไตรมาสที่เห็นการเติบโตสูงสุดเมื่อเทียบกับไตรมาสอื่นๆของปี 2557 หรือคิดเป็น 80% ของประมาณการโดยรวมทั้งปีของเรา

งานในมือสนับสนุนรายได้ปี 2558

SIRI มีงานในมือปัจจุบันที่ 5.4 หมื่นล้านบาท คาดงานในมือ ราว 2.3 หมื่นล้านบาท จะเป็น จุดเด่นของการบันทึกรายได้จะเกิดขึ้นในปี 2558 ซึ่งคิดเป็น 75% ของประมาณการรายได้ทั้งปี ภายใต้เงื่อนไข การควบคุมค่าใช้จ่ายขายและบริหารได้ดีขึ้นจากปีก่อน อย่างไรก็ตามจากปัจจุบันจากการแข่งขันที่สูงขึ้นอาจทำให้บริษัทมีการเพิ่ม Promotion หรือ โฆษณาอาจเป็นความเสี่ยงต่อค่าใช้จ่ายที่อาจสูงกว่าที่คาดได้ ซึ่งหากสามารถควบคุมได้ดีจะทำให้มีกำไรปกติสามารถเติบโตต่อเนื่องในปี 2558

ระยะสั้นมีปัจจัยลบโอกาสปรับลดยอดขาย

สำหรับยอดขายช่วง 1H57 SIRI ทำได้ 4.2 พันล้านบาทจากการฟื้นตัว คิดเป็น 14% เมื่อเทียบกับเป้าหมายทั้งปีที่ 3 หมื่นล้านบาท แม้ว่ายอดขายใน 2H57 มีโอกาสเติบโตขึ้นจากเดิมหลังความเชื่อมั่นของผู้ซื้อคืนกลับ อย่างไรก็ตามเราคาดว่ามีความเป็นไปได้ที่ SIRI มีโอกาสปรับเป้ายอดขายลงจากเดิม ขณะที่ประเด็นบวกในระยะกลางเกิดจากการรับรู้รายได้ที่เติบโตขึ้นตามงานในมือที่ค่อนข้างอยู่ระดับสูงนับจาก 2Q57 เป็นต้นไป โดยมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามคือ การควบคุมค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่อาจเพิ่มขึ้น จากการเร่งสร้างยอดขาย เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร” จากมูลค่าเหมาะสม 2.44 บาท (อิง PER 10 เท่า)

Investment Case

ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แบ่งเป็น 1. ธุรกิจเพื่อขาย โดยพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบและแนวสูง 2. ธุรกิจเพื่อให้เช่าอาคารสำนักงาน และอาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นโครงการที่ขายสิทธิการเช่า และธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์