มาเลเซียเป็นความท้าทาย
เดินหน้าตามแผนธุรกิจเดิม
ใน 2Q57 HMPRO ขยายสาขาตามแผน 4 สาขาเป็นสาขาโฮมโปร 3 สาขา และสาขาเมกะโฮม 1 สาขา (ชลบุรี) ทำให้ครึ่งปีแรกมีจำนวนสาขาโฮมโปรทั้งสิ้น 67 สาขา และสาขาเมกะโฮม 4 สาขา (รังสิต, แม่สอด, หนองคาย และชลบุรี) ปัจจุบันธุรกิจเมกะโฮมสาขารังสิตมียอดขายเฉลี่ยต่อเดือนเกิน 50 ล้านบาท ดีสุดเมื่อเทียบสาขาเมกะโฮมทั้ง 4 แห่ง ขณะที่เมกะโฮมสาขาแม่สอดและหนองคายมีผลกระทบจากการเข้มงวดบริเวณจุดผ่านชายแดน สำหรับครึ่งปีหลัง HMPRO จะขยายสาขาโฮมโปรอีก 5 สาขา (ไม่นับ relocated สาขาโคราช) ในจำนวนนี้เป็นสาขาโฮมโปร มาเลเซีย 1 สาขามีกำหนดเปิดบริการราวเดือน พ.ย.57 ซึ่งเป็นสาขาโฮมโปรแห่งแรกในต่างประเทศ ตามประมาณการ HMPRO ปัจจุบันเรายังไม่รวมสาขามาเลเซีย
คาดกำไรสุทธิ 2Q57 ดีกว่าคู่แข่ง
เราคาดว่าผลประกอบการ 2Q57 ของ HMPRO จะมีกำไรสุทธิ 772 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% QoQ ดีกว่าคู่แข่งอย่าง GLOBAL เนื่องจากคาดว่า HMPRO จะมียอดขายเติบโตต่อเนื่อง 20% YoY และ 6% QoQ ตามการขยายสาขาได้ตามเป้าหมาย ประกอบกับคาดว่ายอดขายสาขาเดิม (SSSG) +4.5% ดีขึ้นจาก +3.8% ใน 1Q57 รวมทั้งไม่มีผลกระทบจากโปรโมชั่นสินค้าราคาพิเศษ Homepro Expo ทำให้ Gross margin ดีขึ้น QoQ เป็น 26.7% ทั้งนี้หากเทียบ YoY กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเพียง 6% YoY น้อยกว่ายอดขาย เนื่องจากธุรกิจเมกะโฮมยังไม่ประโยชน์การประหยัดต้นทุนจากจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น (Economy of scale) และมีภาระค่าใช้จ่ายการเงินสูงขึ้นจากการกู้เงินเพิ่มรองรับการขยายสาขาใหม่
ครึ่งปีหลังกังวลมาเลเซีย
ครึ่งปีหลังเราคาดว่า SSSG และยอดขายรวมของ HMPRO ยังมีโมเมนตัมดีต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายจะสูงขึ้นตามจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับใน 3Q57 จะเริ่มรับรู้ค่าใช้จ่ายเตรียมการเปิดสาขามาเลเซีย ขณะที่รายได้จะเริ่มรับรู้ราวเดือน ธ.ค.57 ส่งผลให้แนวโน้ม 3Q57 คาดกำไรสุทธิลดลง QoQ เบื้องต้นเราประเมิน HMPRO จะรับรู้ผลขาดทุนจากสาขามาเลเซียช่วงปีแรกของการลงทุนราว 150-180 ล้านบาท และรับรู้ในครึ่งปีหลัง 57 ราว 70-80 ล้านบาท กระทบประมาณการปัจจุบัน 2-3%
ปรับคำแนะนำเป็น “ถือ”
ราคาหุ้น HMRPO นับจากต้นปีปรับขึ้นราว 20% ดีกว่ากลุ่มค้าปลีก 3% และ SET 4% สะท้อนผลกระทบจำกัดจากเศรษฐกิจและ SSSG เติบโตได้ดีกว่าตลาดค้าปลีกรวม อย่างไรก็ดีเรามองว่าราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อนการเติบโตของกำไรสุทธิปีนี้ไปพอสมควรแล้ว และเหลือ Upside เพียง 2% จากมูลค่าเหมาะสมปีนี้ ขณะที่ความเสี่ยงต่อ HMPRO จะอยู่ที่การลงทุนในมาเลเซียไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้อาจมีผลขาดทุนช่วงปีแรกสูงกว่าประมาณการของเรา จึงปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” (เดิม “ซื้อ”)
Investment Case
ธุรกิจค้าปลีก โดยจำหน่ายสินค้าและให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง ต่อเติม ซ่อมแซม อาคาร บ้านและที่อยู่อาศัยแบบครบวงจร โดยใช้ชื่อ โฮมโปร (HomePro) เป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัท









