ทยอยเข้าซื้อสะสมหุ้น เมื่อ SET อ่อนตัวลงมาในกรอบ 1,480 - 1,490 จุด
SET View
ประเด็นหลัก SET ได้ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องกว่า 50 จุดในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาแม้ว่าจะยังไม่มีปัจจัยใหม่ใดๆมาหนุนดัชนี เรามองว่าส่วนหนึ่งมาจากการเริ่มกลับเข้ามาของกระแสเงินทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยอีกครั้ง โดยล่าสุดนักลงทุนต่างชาติได้ซื้อสุทธิแล้วถึง 9,195 ล้านบาทนับตั้งแต่วันที่มีการซื้อสุทธิครั้งแรก (27 มิ.ย.) ทั้งนี้เราประเมินว่า SET มีความเสี่ยงในการพักฐานระยะสั้นจากการที่ดัชนีได้ปรับตัวขึ้นเร็วเกินไปจากการเก็งกำไรผลประกอบการ 2Q57 ที่เรามองว่ายังไม่น่าจะฟื้นตัวโดดเด่นมากนัก อีกทั้งยังไม่มีความชัดเจนในส่วนของธรรมนูญปกครองชั่วคราวจากที่ประชุมคสช.วานนี้ ซึ่งจะเป็นเครื่องยืนยันสำคัญในการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง
ในส่วนของภาพรวมอุตสาหกรรม เรายังคงมองหุ้นในกลุ่มธนาคาร ก่อสร้าง และอสังหาริมทรัพย์ ว่าจะยังคงได้รับประโยชน์จากโรดแมพเศรษฐกิจที่รอการประกาศในเร็วๆนี้ อย่างไรก็ดี ราคาหุ้นในกลุ่มดังกล่าวเริ่มมีการปรับขึ้นมาในระดับที่ค่อนข้างสูงแล้ว โดยเราแนะนำให้เน้นการเลือกแบบ selective buy ในหุ้นที่มีปัจจัยเด่นเฉพาะตัวและยังเหลือ upside ในส่วนของหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่ม ICT ที่เราแนะนำในการลงทุนระยะกลาง จะได้รับประโยชน์จากการปลดล๊อคในเรื่องของการปฏิรูปพลังงานและการเปิดให้ประมูลคลื่นความถี่ 4G อีกครั้ง นอกจากนี้เราเริ่มสนใจหุ้นในกลุ่มโรงแรมที่จะมีการดีดตัวกลับใน 2H57 จากการเริ่มเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว โดยที่เราเลือก ERW เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มนี้
กลยุทธ์การลงทุน เราคงยังประเมินว่าดัชนี SET ตอนนี้มีความเสี่ยงสูงในการพักฐานระยะสั้นเนื่องจากมี upside จำกัด โดยแนะนำให้รอเข้าซื้อหุ้นในช่วงที่ดัชนีพักตัวลงมาก่อน ค่อยเริ่มเข้าซื้อหากดัชนีถอยไม่ตํ่ากว่า 1,480 จุด การลงทุนระยะกลางเราแนะนำ หุ้นกลุ่มธนาคาร (BBL KBANK SCB TMB) กลุ่มพลังงาน (PTT PTTEP TOP) กลุ่มสื่อสาร (INTUCH JAS SAMART) กลุ่มท่องเที่ยว (ERW MINT AOT) และ กลุ่มอสังหาฯ (LH)
Stock Picks
TMB (+) จากข้อมูลของ Bloomberg พบว่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ (Consensus) คาดการณ์ว่า TMB จะทำกำไรสุทธิใน 2Q57 ที่ 1.9 พันล้านบาท เติบโต 21% QoQ และ 667% YoY ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวของกำไรที่สูงสุดในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เรายังมองคุณภาพสินทรัพย์ของ TMB ที่ได้รับความเสี่ยงจากปัญหาสินเชื่อรายย่อยในช่วงที่ผ่านมาในระดับตํ่า ทำให้ธนาคารยังสามารถรักษาคุณภาพหนี้ได้ดี ไม่กดดันการตั้งสำรอง อีกทั้งในระยะถัดไป เราประเมินว่า TMB มีโอกาสขยายฐานสินเชื่อลูกค้ากลุ่ม SME ได้เพิ่มมากขึ้น แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 2.70 บาท
LH (+) ยอดขายเดือน มิ.ย.ของ LH สูงสุดในกลุ่มบ้านที่เราศึกษาที่ 4.5 พันล้านบาทจากการเปิดคอนโดมีเนียม 333 Riverside ที่มียอดขาย 30% ของมูลค่าโครงการหลังเปิดตัวเพียง 15 วัน คาดว่าจะช่วยหนุนกำไร 2Q57 ให้เติบโตเป็น 1.7 พันล้านบาท เรามองว่า LH มีจุดเด่นที่การรักษาระดับยอดขายที่ดีทั้งสินค้าประเภทแนวราบและคอนโดมีเนียม รวมถึงการรับรู้รายได้ที่ต่อเนื่องจากโครงการคอนโดมีเนียม ทำให้ผลประกอบการจะทำระดับสูงสุดของปีในไตรมาสสุดท้าย ซึ่งเรายังไม่ได้รวมการขายสินทรัพย์เข้ากองทุนอสังหาฯ ของโครงการ Terminal 21 ที่ยังเดินหน้าต่อ จากผลประกอบการครึ่งปีแรก เราคาดว่า LH จะจ่ายเงินปันผลที่ให้ผลตอบแทนราว 2.5% แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 11.25 บาท
Technical Plays
เมื่อวานนี้ SET Index ปิดเป็นแนวโน้มแกว่งตัวทางขาขึ้น ยังยืนเหนือระดับเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน (เป็นแนวโน้มขาขึ้น ) คาดว่าดัชนีหุ้นจะเป็นแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 1500-1515 จุด ยืนเหนือ 1500 จุดเป็นแนวโน้มทางขาขึ้นถือหุ้นได้ ตํ่ากว่า 1490 จุด (ใต้เส้นค่าเฉลี่ย10วัน) จึงเป็นแนวโน้มขาลง หรือสัญญาณขาย
KTB
ราคาปิดเป็นแนวโน้มทางขาขึ้นหลังจากพักตัว2วัน มีวอลุ่มเด่น 4 วัน แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้านได้









