รายได้เฉลี่ยต่อห้องเติบโตโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม
ประเด็นการลงทุน
MINT นั้นมีโอกาสประกาศการเติบโตรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักสำหรับธุรกิจโรงแรมและอัตราการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิมของธุรกิจอาหารสำหรับไตรมาส 2-3/57 สูงที่สุดในกลุ่มท่องเที่ยว อีกทั้งยังมีโอกาสในการปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2558 จากโครงการที่อยู่อาศัยและอาจมีการควบรวมกิจการเพิ่ม ทำให้เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2557 ด้วยอัตราคิดลดจากวิธีคิดลดกระแสเงินสด เป็น 38 บาท จากเดิม 29 บาท เพื่อสะท้อนสมมติฐานใหม่ของฝ่ายวิเคราะห์ของเราได้แก่ผลตอบแทนตลาด (ลดลงจาก 12.8% เป็น 12.6%) และอัตราผลตอบแทนที่ปราศจากความเสี่ยง (ลดลงจาก 4.5% เป็น 4.2%) ให้สังเกตว่าเราปรับส่วนลดจากมูลค่าคิดลดกระแสเงินสด (DCF) ลงจาก 20% เป็น 5% เพือ่สะท้อนประมาณการกำไรทำสถิติสูงสุดในไตรมาส 4/57 และ 1/58
รายได้เฉลี่ยต่อห้องเติบโตสูงสุดในกลุ่มท่องเที่ยวและสันทนาการ
เราคาด MINT จะรายงานรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักสูงขึ้น 12% YoY สำหรับไตรมาส 2/57 หนุนโดยราคาเข้าพักโรงแรมในต่างจังหวัดขยายตัวได้ 10% และ 8% สำหรับโรงแรมในต่างประเทศ โดย MINT มีรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเพิ่มขึ้นสูงสุดในกลุ่มท่องเที่ยวที่อยู่ภายใต้การวิเคราะห์ของเรา (คาด CENTEL เติบโต 5% YoY ส่วน ERW ปรับตัวลดลง YoY) เนื่องจากบริษัทได้รับผลกระทบจากภาวะทางการเมืองในประเทศน้อยเนื่องจากมีส่วนแบ่งรายได้จากโรงแรมในกรุงเทพน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับบริษัทอื่นๆที่อยู่ภายใต้การดูแลของเรา (คิดเป็นเพียง 5% ของรายได้รวม) ทั้งนี้เราคาดรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักไตรมาส 2/57 ขยายตัว 11% สำหรับโรงแรมในต่างประเทศ และ 2% สำหรับโรงแรมในต่างจังหวัด แม้จะมีเหตุไม่สงบทางการเมืองในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2557 แต่รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักของ MINT ในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 น่าจะยังขยายตัวประมาณ 9% YoY (สูงที่สุดในกลุ่ม)
ยอดขายต่อสาขาเดิมของธุรกิจอาหารฟื้นตัวไตรมาส 2/57
เราคาดยอดขายต่อสาขาเดิมของธุรกิจอาหารจะกลับมาฟื้นตัว หลังจากลดลง 1.8% YoY ในไตรมาส 1/57 เป็นขยายตัว 2.0% ในไตรมาส 2/57 (เทียบกับยอดขายต่อสาขาเดิมที่ของ CENTEL และ M ที่ปรับตัวลดลง YoY) อัตราการเติบโตของยอดขายรวมทุกสาขาของ MINT ประกาศปรับตัวสูงขึ้น 16% YoY หนุนโดยการขยายสาขาใหม่ ทั้งนี้อัตราการเติบโตของยอดขายต่อสาขาเดิมน่าจะสะท้อนให้เห็นอัตรากำไรสูงขึ้น QoQ ตั้งแต่ไตรมาส 2/57 เป็นต้นไป ทั้งนี้เราคาดอัตราการเติบโตของ ยอดขายรวมทุกสาขาในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 เป็น 12% (สอดคล้องกับเป้าปี 2557 ที่ 12-15%)
คาดกำไรหลักไตรมาส 2-4/57 ยังขยายตัว YoY (น่าลุ้นทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 4/57)
เราคาด MINT จะประกาศกำไรหลักขยายตัว YoY สำหรับไตรมาส 2/57 เทียบกับกำไรหลักของกลุ่มที่ปรับตัวลดลง (ทั้ง CENTEL และ ERW มีแนวโน้มรายงานขาดทุนจากการการดำเนินงานโรงแรม)
อย่างไรก็ตามผู้ประกอบการโรงแรมทุกรายจะรายงานกำไรจากการดำเนินงานหดตัว QoQ สำหรับไตรมาส 2/57 เป็นปกติอยู่แล้วเนื่องจากปัจจัยทางฤดูกาลและเหตุไม่สงบทางการเมือง โดย MINT จะกลับมารายงานกำไรสูงขึ้นทั้ง YoY และ QoQ ในไตรมาส 3/57 และกำไรหลักน่าจะทำสถิติสูงสุดใหม่ในไตรมาส 4/57 และ ไตรมาส 1/58 (เป็นช่วงไฮซีซั่น)
อนันตรา เรสซิเดนซ์หนุนให้มีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2558
ประมาณการของรายังมิได้สะท้อนโครงการ เดอะ เรสซิเดนซ์ บาย อนันตรา,ลายัน ภูเก็ต ซึ่งเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายระดับหรู (มูลค่าโครงการรวม 4.5 พันล้านบาท, ประกอบด้วยวิลล่า 15 หลัง, ราคาขายที่ 8-10 ล้านเหรียญสหรัฐต่อยูนิต) โดย MINT วางแผนเปิดตัวโครงการนี้ในไตรมาส 4/57 โดยเราคาดบริษัทจะเริ่มบันทึกรายได้จากการขายโครงการนี้ได้ในไตรมาส 1/58 เป็นต้นไป ทั้งนี้หากเราคาดอัตราการจองซื้อเป็น 20% คำนวณได้ว่าจะหนุนให้มีโอกาสในการปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2558 ขึ้น 4% นอกจากนี้ MINT ยังพิจารณาใช้เป็นโครงการที่เป็นลักษณะโรงแรมและที่อยู่อาศัยเพื่อขายที่เชียงใหม่ (แบรนด์โรงแรมอนันตราและอสังหาฯ เพื่อขาย ระดับยน) ทั้งนี้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิในระดับต่ำที่เพียง 0.8เท่า ณ สิ้นเดือนมี.ค. จะสามารถรองรับการลงทุนใหม่เพิ่มเติมและซื้อกิจกิจการใหม่ได้เป็นอย่างดี









