วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปูดบิ๊กม้าเหล็กรับอดีตแกนนำสหภาพกลับทำงาน

ปูดบิ๊กการรถไฟฯแอบมุบมิบรับอดีตแกนนำสหภาพแรงงานร.ฟ.ท.กลับเข้าทำงาน หวังใช้เป็นเครื่องมือต่อรองสืบทอดอำนาจ

แหล่งข่าวในการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 มิ.ย.ที่ผ่านมา นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ได้เซ็นคำสั่งรับอดีตแกนนำสหภาพฯรฟท.จำนวน 13 คน ที่เคยถูกศาลแรงงานชี้ขาดว่ากระทำผิด พรบ.แรงงานและการรถไฟได้มีคำสั่งปลดออกจากงานไปเมื่อปี 2552 ให้กลับเข้ามาทำงานใหม่ ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากพนังงานการรถไฟฯส่วนใหญ่ที่ไม่เห็นด้วย และได้เคลื่อนไหวให้ฝ่ายบริหารทบทวนคำสั่งดังกล่าว แต่ก็ถูกฝ่ายบริหารข่มขู่หากใครขวางจะถูกลงโทษโยกย้ายฟันไม่เลี้ยง

"ที่ผ่านมา มีการสั่งย้ายฟ้าผ่าหัวหน้าสำนักงานอาณาบาล รฟท.ที่ไม่สนองนโยบายมาแล้ว ก่อนแต่งตั้งคนของตนขึ้นมาแทน ทำให้พนักงานรถไฟฯที่ไม่เห็นด้วยไม่มีใครกล้าแสดงตัว"

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า การรับอดีตแกนนำสหภาพรถไฟกลับเข้าทำงานครั้งนี้ มีขึ้นภายหลังจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช )เข้ายึดอำนาจบริหารประเทศไปแล้ว และมีคำสั่งตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้าง และโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจทุกแห่งด้วย จึงมีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่า การรับอดีตแกนนำเหล่านี้กลับเข้ามาทำงาน ก็เพราะเป็นเกราะป้องกันตนเองของฝ่ายบริหารที่ไว้เป็นเครื่องต่อรองกับคสช. เพราะอดีตแกนนำเหล่านี้มีความใกล้ชิดกับแกนนำ กปปส.เดิมทำให้สามารถต่อสายเพื่อต่อรองกับ คสช.ได้ หากจะช่วยเหลือกันปกติ ย่อมสามารถดำเนินการเรื่องนี้มาตั้งแต่เมื่อเข้ารับตำแหน่งในช่วงปี 2555-2556 ก่อนหน้านั้นแล้ว

​ก่อนหน้านี้ แกนนำกลุ่มสหภาพทั้ง 13 ราย ได้เข้ายื่นหนังสือถึงคสช. คัดค้านการแต่งตั้งคณะกรรมการ (บอร์ด)รฟท. ชุดใหม่ หลังจากมีกระแสข่าวว่า อาจมีการแต่งตั้งฝ่ายตรงข้ามของกลุ่มตัวเอง จึงต้องการกดดันให้ คสช.พิจารณาแต่งตั้งคนที่กลุ่มตนต้องการแทน ขณะที่พนักงานรถไฟส่วนใหญ่ที่ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการของแกนนำกลุ่มนี้ ก็ได้ยื่นหนังสือคัดค้านการกระทำของแกนนำสหภาพกลุ่มนี้ พร้อมยืนยันว่าทางสหภาพรฟท.และพนักงานรถไฟส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการปรับเปลี่ยนบอร์ดรถไฟ เพื่อให้ได้คนที่มีความรู้ ความสามารถ เข้าใจการบริหารกิจการรถไฟเข้ามาทำงาน และเห็นด้วยที่ คสช.จะได้เข้ามาตรวจสอบพฤติกรรมการบริหารงานของฝ่ายบริหารในปัจจุบัน เพราะมีหลายโครงการที่ไม่โปร่งใส เช่นการจัดซื้อตู้โบกี้โดยสาร 115 คันมูลค่ากว่า 6,000ล้านและจัดซื้อหัวรถจักรกว่า 5,000 ล้านที่ คสช.ตีกลับไปดำเนินการทบทวน รวมทั้งการจ้างเหมาซ่อมบำรุงใหญ่หรือ โอเวอร์ฮอลล์รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ และการจัดซื้อขบวนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ใหม่อีก 7 ขบวนวงเงินกว่า 4,800 ล้านบาท ซึ่งมีข่าวว่ามีความพยายามจะจัดซื้อจากผู้ผลิตรายเดิมแทนการเปิดประมูลเป็นการทั่วไป