วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Market focus_070757

Upside ระยะสั้นจำกัด ให้รอซื้อหุ้นในช่วงที่ SET พักตัวลงมาที่แนวรับ 1,480 จุด

SET View

ประเด็นหลัก ตลาดหุ้นไทยในช่วงสัปดาห์นี้จะมีการแกว่งตัวผันผวนหลังจากดัชนีที่ปรับขึ้นมายังไม่สามารถยืนเหนือ 1,500 จุดได้ เรามองว่าในช่วงที่ผ่านมา SET ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยบวกต่างประเทศเป็นหลักจากการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่ออกมาดีกว่าคาดและแนวโน้มในการใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินของยุโรป ในขณะที่ปัจจัยภายในประเทศยังคงไร้ความชัดเจนทั้งในส่วนของการจัดตั้งรัฐบาลและสภาปฏิรูป และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีการเลื่อนประกาศออกไป ทำให้ระยะสั้นอาจมีความเสี่ยงในการปรับฐานเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่ออกมาดีเหนือการคาดการณ์ของเฟด ยังอาจทำให้มีการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยก่อนกำหนดได้

ล่าสุดทิศทางกระแสเงินลงทุนระยะสัปดาห์แสดงให้เห็นถึงการไหลออกจากตลาดเงินระยะสั้นเข้าสู่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงในตลาดหุ้นโลกและตลาดพันธบัตรโลกที่มีกระแสเงินไหลเข้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 1.4 พันล้านดอลลาร์ และ 4.9 พันล้านดอลลาร์ตามลำดับ โดยเฉพาะกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (EM) ที่มีการไหลเข้าของเงินทุนติดต่อกันต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 4 สะท้อนถึงมุมมองของนักลงทุนต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่เป็นบวกมากขึ้น ขณะที่ประเทศไทยมีเงินไหลเข้าครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ที่ 13.78 ล้านดอลลาร์

กลยุทธ์การลงทุน ในช่วงนี้เราแนะนำให้คัดเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2 โดดเด่น โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่จะมีการประกาศผลการดำเนินการเป็นกลุ่มแรกเริ่มในวันที่ 10 ก.ค.เป็นต้นไป โดยส่วนใหญ่ กลุ่มธนาคารจะมีกำไรที่ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกเนื่องจากเศรษฐกิจในประเทศยังไม่ฟื้นตัว อย่างไรก็ดี แนวโน้มกำไรของกลุ่มธนาคารน่าจะทรงตัวได้ในช่วงครึ่งปีหลังเนื่องจากการแข่งขันด้านเงินฝากลดลง ไม่กดดันต่อความสามารถในการทำกำไรมาก หุ้นในกลุ่มธนาคารที่เราแนะนำ “ซื้อสะสม” ได้แก่ BBL KBANK SCB TMB สำหรับการลงทุนระยะกลาง เรายังคงแนะนำ หุ้นกลุ่มพลังงาน ได้แก่ PTT PTTEP PTTGC TOP และ กลุ่ม ICT ได้แก่ INTUCH SAMART SIM JAS กลุ่มค้าปลีก (GLOBAL) กลุ่มบ้าน (LH)

Stock Picks

ยนแปลงของ JAS อย่างมีนัยสำคัญ เพราะหากข่าวศาลรับคำฟ้องเป็นความจริง กระบวนการพิจารณาในชั้นศาลฯจะใช้เวลานานเกินกว่า 1 ปี แม้ว่าจะกดดันราคาหุ้นแต่ยังไม่กระทบการดำเนินธุรกิจของบริษัท ในทางกลับกันหากข่าวไม่เป็นความจริง ราคาหุ้นมีโอกาสดีดตัวขึ้นและกลับมาคาดหวังผลบวกจากการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานได้สำเร็จ ขณะที่ปัจจัยบวกระยะสั้นจะมาจากแนวโน้มผลประกอบการของธุรกิจปกติที่เราคาดว่า JAS จะทำสถิติกำไรสูงสุดใหม่ใน 2Q57 ที่ 920 ล้านบาท แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 11.20 บาท

KBANK (+) เราคาดว่า KBANK จะประกาศกำไรสุทธิของ 2Q57 ที่ 1.14 หมื่นล้านบาท หรือมีกำไรต่อหุ้นที่ 4.75 บาท ลดลง 5% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 4% YoY จากที่สินเชื่อเติบโตนับตั้งแต่ต้นปีที่ระดับ 2.5% ดีกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่เล็กน้อย ขณะที่ระดับ NPL ยังทรงตัวจึงไม่กดดันค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองฯมากนัก เรามองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังจะช่วยทำให้คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นจากฐานะทางการเงินที่ดีขึ้น เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2557 ของ KBANK ไว้ที่ 4.5 หมื่นล้านบาท สูงกว่าประมาณการของ Consensus เล็กน้อย แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 215 บาท

ดัชนีหุ้นเมื่อวันก่อนปิดเป็นแนวโน้มพักตัว 4 วัน ยังยืนเหนือระดับเส้นค่าเฉลี่ย 10 วัน เป็นแนวโน้มพักตัวทางขาขึ้น คาดว่าดัชนีหุ้นจะเป็นแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบ 1490-1505 จุด ยืนเหนือ 1490 จุด เป็นแนวโน้มทางขาขึ้นถือหุ้นได้ ตํ่ากว่า 1480 จุด (ใต้เส้นค่าเฉลี่ย10วัน) จึงเป็นแนวโน้มขาลง หรือสัญญาณขาย

STEC

ราคาปิดเป็นแนวโน้มทางขาขึ้นหลังจากพักตัว11วัน ราคาเริ่มยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย10 วัน แนะนำซื้อเก็งกำไรในกรอบแนวรับแนวต้าน