วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปั้น'ไอคอนสยาม'เทียบมหานครโลก

"ชฎาทิพ จูตระกูล" แห่งสยามพิวรรธน์ หวังปั้น"ไอคอนสยาม" เทียบมหานครโลก

ก้าวรุกของทุนค้าปลีกไทยห้วงเวลานี้ มองข้าม “กำลังซื้อในประเทศ” ซึ่งเป็นตลาดที่เริ่มแคบลงทุกวัน เทียบศักยภาพประเทศ และขีดความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจ เชื่อว่าไม่ด้อยไปกว่าบรรดายักษ์ใหญ่ข้ามชาติดาหน้าลงหลักปักฐานกิจการในไทยอย่างต่อเนื่องในรอบ 10-20 ปีที่ผ่านมา แต่หาได้สะเทือนผู้ประกอบการค้าปลีกสัญชาติไทย ทั้งยังพลิกสร้างประวัติศาสตร์ให้วงการค้าปลีกไทยชนิดเขย่าเวทีโลกได้อีกด้วย

กระแสการเปลี่ยนแปลงรอบด้าน และการปรับตัวอย่างรวดเร็วของผู้ค้าปลีกไทยรองรับโอกาสแห่งอนาคต ภายใต้ความได้เปรียบของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเยือนไทยกว่า 24 ล้านคนต่อปี เป้าหมายสำคัญ “อำนาจซื้อจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ” คือโอกาสใหม่

นำสู่การวางยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนธุรกิจมุ่งสู่ความเป็นศูนย์กลางชอปปิงแห่งภูมิภาค ในเชิงโครงสร้างพื้นฐาน คือ โมเดลธุรกิจค้าปลีกในรูปแบบต่างๆ มีทั้งความหลากหลายและแข็งแกร่ง โดยเฉพาะย่านใจกลางกรุงเทพฯ นาทีนี้กล่าวได้ว่า “ฮับชอปปิง” มีความเป็นรูปธรรมจับต้องได้ไม่น้อย

นับจากแยกปทุมวัน ราชประสงค์ เพลินจิต ต่อเนื่องถึงย่านสุขุมวิท รวมทั้ง “ริมแม่น้ำเจ้าพระยา” กำลังถูกพัฒนาและต่อยอดโดยกลุ่มทุนค้าปลีกไทยรายใหญ่ที่ยึดพื้นที่บริเวณนั้นๆ ล้วนเร่งขยายอาณาจักรชอปปิงในรูปแบบที่แตกต่าง แต่เป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก

แจ้งเกิดชอปปิงมอลล์ขนาดใหญ่ และ ลักชัวรี่รีเทล ไม่ต่างจากมหานครชั้นนำของโลก ไม่ว่าจะเป็น ปารีส มิลาน ลอนดอน นิวยอร์ก โตเกียว

“กรุงเทพธุรกิจ” นำเสนอแนวคิดผู้นำกลุ่มธุรกิจค้าปลีกในการต่อจิ๊กซอว์ ผลักดัน กรุงเทพฯ สู่ฮับชอปปิงแห่งภูมิภาคเอเชีย เทียบชั้นมหานครทั่วโลก

อภิมหาโครงการเมืองแห่งการใช้ชีวิตสู่โลกอนาคตริมแม่น้ำเจ้าพระยา "ไอคอนสยาม" มูลค่า 5 หมื่นล้านบาท บนที่ดิน 50 ไร่ ย่านเจริญนคร กำหนดเปิดบริการปี 2560

คือความ "ตั้งใจ" ของ ชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เจ้าของและผู้บริหาร Mixed -use development ที่มีชื่อเสียงระดับโลก อาทิ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และสยามดิสคัฟเวอรี่ หัวเรือใหญ่ในโปรเจค "ร่วมทุน" ไอคอนสยาม ที่ผนึกความร่วมมือกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่ แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นท์ คอร์ปอเรชั่น ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับบน และเครือเจริญโภคภัณฑ์

จากนี้ไปจะทำหน้าที่ “สัญลักษณ์” แห่งประเทศไทย พร้อมสะกดคนทั้งโลกในบริบทของ “โกลบอล เดสทิเนชั่น” ที่นักเดินทางต้องการมาเยือน

“หากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ เมืองหลวงของไทยตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสิ้น เป็นแม่น้ำแห่งชัยชนะ เกียรติยศ และความรุ่งเรืองของแต่ละยุค มีสัญลักษณ์ริมแม่น้ำจากเหนือจรดใต้”

มาถึงยุคนี้ “ไอคอนสยาม” เป็นอีก 1 อนุสรณ์แห่งชัยชนะ เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักว่าประเทศไทยอย่างไรก็ยังคงอยู่ ไม่ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไปหรือมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น

หลอมรวมวิสัยทัศน์รัฐ-เอกชน

ชฎาทิพ กล่าวว่าการทำงานโครงการนี้ครั้งแรกของความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ทั้ง "แนวคิด" และ "วิสัยทัศน์" ถูกสร้างขึ้นบนความร่วมมือของทุกภาคส่วน ประกอบด้วย นักวิชาการที่มีความรอบรู้ นักประวัติศาสตร์ หน่วยงานภาครัฐ และเอกชนต่างๆ บนคุ้งน้ำ 10 กิโลเมตร

ไอคอนสยาม เป็นตัวกลางประสานความร่วมมือพันธมิตรตลอดเส้นทางรัศมี 10 กิโลเมตร ประกอบด้วย 50 โรงแรม มากกว่า 1 หมื่นห้องพัก ตั้งแต่ระดับ 3-6 ดาว บูทีคโฮเทลเล็กๆ ห้องพักแพงมาก 8 หมื่นบาท ถึง 1 แสนบาท รวมถึง 200 โครงการที่อยู่อาศัย ผลักดันให้ย่านนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก

ไอคอนสยามทำเลระดับโลก

การเกิดทำเลระดับโลกประกอบด้วย 4 ปัจจัยหลัก คือ ทำเลที่ตั้ง ต้อง “สุดยอด” บริเวณนี้เปรียบได้กับ “ท้องมังกร” หรือยอดเพชรของมงกุฎเลยทีเดียว จากรัศมีกลางโครงการจะมองเห็นกรุงเทพฯ 360 องศา ขณะที่ย่านสยามเป็นจุดศูนย์กลางที่รุ่งโรจน์

ต้องมีขนาดโครงการที่ยิ่งใหญ่ จากเดิม 40 ไร่ขยายเป็น 50 ไร่ จะขยายมากขึ้นในอนาคต โครงการต้องมีมาตรฐานระดับสากล สุดท้ายมีวิสัยทัศน์ในการนำเสนอประสบการณ์ระดับโลก

โดยไอคอนสยามจะมี 7 สิ่งมหัศจรรย์ เป็นแม่เหล็กที่ทรงพลังดึงดูดคนทั่วโลก และก่อให้เกิดความภาคภูมิใจของคนไทย วิถีชีวิตคนไทยกับแม่น้ำหนีกันไม่พ้น ตลอดเส้นทางมีเมืองใหญ่ตั้งอยู่ เสมือน ลอนดอน อยู่ริมแม่น้ำเทมส์ ปารีส อยู่ริมแม่น้ำเซนส์”

ชฎาทิพ บอกว่าช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา ตั้งชื่อโครงการกว่า 1,000 ชื่อ ก่อนเลือกใช้ชื่อนี้เมื่อ 5 เดือน

เลือกใช้ชื่อ "สยาม" เพราะ "ง่าย" เป็นสัญลักษณ์ของเมืองไทย ทั่วโลกสะกดได้ สิ่งสำคัญ คือ เมื่อกล้าใช้ "ไอคอนสยาม" ก็ต้องทำให้ได้

“เงินลงทุน 5 หมื่นล้านบาท มากกว่ารถไฟฟ้า 2 สาย สีเขียว กับสีชมพู รวมกัน อนาคตจะมากกว่า 5 หมื่นล้านหรือไม่ ยังเป็นคำถาม”

ฝันทวงแชมป์คืนให้กรุงเทพฯ

หลักคิดในการทำโครงการ คือ การนำสิ่งที่ดีที่สุดของไทยผสานกับสิ่งที่ดีที่สุดของโลก กล่าวคือ การทำเมืองคู่ประเทศไทยไปอีก 100 ปี เป็นตัวแทนจินตนาการแห่งยุค เป็น "ผู้นำ" ด้วยภาพพจน์ที่สง่างาม

“โครงการนี้ไม่ได้ทำเพื่อเปิดปี 2560 แต่เป็นการส่งต่อของคนเจอเนอเรชั่นนี้สู่อนาคต”

ทันทีที่เดินมาที่โครงการจะได้เป็น "ไกด์บุ๊ก" บอกถึงองค์ประกอบการต่างๆ เชื่อว่าคนไทยจะต้องมาสักครั้งหนึ่งในชีวิต

"สิงคโปร์มีมารีน่าเบย์แซน ที่คนทั้งโลกต้องมา ไอคอนสยาม จะใหญ่และล้ำลึกกว่า เพราะมีความดี มีคุณค่า ไม่ใช่แค่ใหญ่ แต่ไอคอนสยาม มาทวงแชมป์ให้กรุงเทพฯ”

ชฎาทิพ ย้ำว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ทำงานร่วมกับผู้ค้าปลีกระดับโลก เพื่อให้เป็นโครงการที่ "เทลเลอร์เมด" “แบรนด์เหล่านี้ไปอยู่มาแล้วทั่วโลก เราก็ถามว่าอะไร คือ ระดับโลก อะไร คือ ความแตกต่าง”

การทำงานร่วมกันครั้งนี้ ทุกร้านต้องมี “story” ว่า ทำไมถึงก้าวมาสู่ "แชมป์เปี้ยน" ต้องครีเอท "ไอคอนิค สโตร์" เราก้าวข้ามแฟลกชิพสโตร์ ซึ่งเน้นพื้นที่ใหญ่ ใส่สินค้าให้เต็ม ขณะที่ ไอคอนิค สโตร์ จะบอกเล่าประวัติศาสตร์ คุณงามความดี และคุณค่า ของแบรนด์ที่ชนะใจคนไทยหรือคนทั่วโลก

ไอคอนิค สโตร์ จะนำเสนอความล้ำเลิศทางจิตวิญญาณ เรียกว่า คฤหาสน์แห่งไอคอนของแต่ละแบรนด์ การตกแต่งจะถูกจำลองเป็น "ท้องพระโรง" ผสานสไตล์ตกแต่งแนวโมเดิร์น

นักธุรกิจไม่ได้มองแค่จะเปิดที่ไหน อย่างไร แต่ศักดิ์ศรีของแบรนด์อยู่คู่กับเมืองถูกให้ความสำคัญมากกว่า

ในโลกธุรกิจค้าปลีก หลุยส์วิตตอง ทำไมต้องเปิดร้านบน “ทิเบต” ไม่ได้มีนักท่องเที่ยวมากมาย นั่นเพราะทิเบต คือ หลังคาโลก เป็นความภาคภูมิใจที่ได้เปิดในจุดเชื่อมต่ออารยธรรมที่รุ่งเรืองที่สุด

ชูกลยุทธ์การตลาด “วัน เดสทิเนชั่น”

การปลุกปั้น โกลบอล เดสทิเนชั่น แห่งนี้ ได้ลงขันทำงบการตลาด เริ่มต้นปี 2558 ทำโฆษณาในต่างประเทศ

เมื่อไอคอนสยามเปิดบริการ 50 โรงแรมในคุ้งน้ำ แขกทุกคนที่เช็กอินจะได้รับบัตรสมาชิก/ส่วนลด ใช้บริการ โครงการที่อยู่อาศัย 200 โครงการ ลูกบ้านทั้งหมดจะเป็น "สมาชิก" จะได้พริวิเลจ เป็น "เมมเบอร์" ของเมืองทันที

"จะเปลี่ยนวิถีชีวิตคนไทยให้หันมาใช้การสัญจรทางน้ำ ลดพลังงานชาติด้วยทางหนึ่ง"

การมาของไอคอนสยาม จะเป็นเดสทิเนชั่น ทำให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ขยายตัวตามมา โดยเฉพาะรถไฟฟ้า เป็นโจทย์ใหญ่ของเราว่าจะเชื่อมต่อเข้ามาได้อย่างไร

สร้างตลาดที่ 2 “โลคัล ทัวร์ริสต์”

ไอคอนสยาม มีลูกค้าเป้าหมายกว้างขวาง ตั้งแต่ผู้คนอยู่อาศัยในโครงการที่พักอาศัยในโครงการ ภายใต้การพัฒนาของแมกโนเลียฯ

“คนที่จะมาอยู่อาศัยเป็นบุคคลระดับโลก ราชวงศ์ ซีอีโอ ผู้นำองค์กรทั่วโลก เศรษฐีระดับโลก จากฝรั่งเศส อังกฤษ ญี่ปุ่น ซึ่งเราได้มีการทำตลาดผ่าน อินเวสเมนท์ แบงก์กิ้ง”

ไอคอนสยามกำลังจะสร้าง "ตลาดที่2" หรือ "โลคัล ทัวริสต์" หาก ย้อนกลับไปสยามพารากอน 8 ปีก่อน ช่วงวันหยุดยาว จะมีเศรษฐีต่างจังหวัดมาใช้บริการโรงแรมเคมเปนสกี้ มาใช้เวลาตรวจสุขภาพ ชอปปิง พักผ่อน

ขณะที่ ไอคอนสยาม มี 7 สิ่งมหัศจรรย์ มูลค่า 1 หมื่นล้านบาทเป็นแม่เหล็ก จำนวนนักท่องเที่ยว 23 ล้านคนในปัจจุบัน คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 15% ใน 3 ปีข้างหน้า

ชฎาทิพ บอกว่า ได้ก้าวข้ามสิ่งที่เรียกว่า ศูนย์การค้า มาสู่การสร้างประสบการณ์ทุกมิติ ที่วันนี้คือยุทธศาสตร์ธุรกิจที่แข็งแกร่ง และแตกต่างจากคู่แข่งของสยามพิวรรธน์ก้าวสู่เวทีโลก