พาณิชย์ ดึงโรงสีไล่ซื้อข้าวเปลือกปี 57/58 ในราคานำตลาด ตันละ 100-200 บาท
นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า มาตรการในการดูแลราคาข้าวเปลือกฤดูกาล 2557/58 กรมได้ขอความร่วมมือโรงสีและผู้ประกอบการค้าข้าวเข้าไปรับซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรในราคานำตลาดตันละ 100-200 บาท ในช่วงเดือนพ.ย. 2557 ถึง ม.ค. 2558 และจะต้องเก็บรักษาสต๊อกข้าวไว้เป็นระยะเวลา 3-6 เดือนหรือตั้งแต่พ.ย. 2557-ก.ค. 2558
ทั้งนี้ โรงสีหรือผู้ประกอบการค้าข้าวที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าวจะได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล ซึ่งจะชดเชยดอกเบี้ยผ่านธนาคารพาณิชย์ที่โรงสีเป็นลูกค้าตามมูลค่าข้าวเปลือกที่ผู้เข้าร่วมโครงการรับซื้อในอัตรา 3% ปี นับตั้งแต่วันที่กู้ ซึ่งเชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยให้โรงสีมีสภาพคล่องเพียงพอที่จะรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร และไม่เร่งระบายผลผลิตออกสู่ตลาด ทำให้สามารถดึงราคาข้าวเปลือกส่วนเกินออกจากระบบตลาดได้จำนวนหนึ่ง
“มาตรการนี้เชื่อว่า จะทำให้ราคาข้าวเปลือกในระบบตลาดอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม มีเสถียรภาพ ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำ ซึ่งเป็นนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มุ่งคืนความสุขให้ชาวนาทั้งการลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้ชาวนา และโครงการต่างๆ ที่จะช่วยเหลือให้ชาวนาขายข้าวได้ในราคาที่ดีขึ้น” นายสมชาติ
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ขณะนี้คณะอนุกรรมการตรวจสอบสต็อกข้าว กำลังเร่งนำตัวอย่างข้าวสาร ที่ได้จากการสุ่มตัวทั่วประเทศมาตรวจสอบทางกายภาพ ว่าข้าวมีการเสื่อมสภาพไปมากเท่าไหร่ หากมีการเน่าเสีย ก็จะมีการฟ้องร้องกับผู้รับผิดชอบในการดูแลสต็อกข้าวรัฐบาล โดยหากเป็นข้าวสารที่ได้จากโครงการรับจำนำข้าวปี 2554/55 ปี 2555/56 จากฟ้องร้องต่อเซอร์เวเยอร์ แต่หากเป็นข้าวที่ได้จากโครงการรับจำนำปี 2556/57 ทางผู้ประกอบการโกดัง จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งคาดว่าภายใน 1 เดือนนี้จะสามารถตรวจสอบแล้วเสร็จทั้งหมด









