นพพร วาทิน มือปั้นไทยไฟท์สู่สังเวียนโลก หวังยอดขายลิขสิทธิ์หมื่นล้าน ด้วยมือกาวเชื่อมนักธุรกิจ สื่อและสินค้า
"มวยไทย" ศิลปะการต่อสู้อย่างลูกผู้ชายในวันนี้ ไม่เพียงแค่กีฬาพื้นบ้าน หรือกีฬาประจำชาติไทย แต่เป็นอภิมหาหมัดล้างตาบนสังเวียนธุรกิจ ที่มีโอกาสสร้างมูลค่าแตะหมื่นล้านบาท จากโอกาสในการขายลิขสิทธิ์สินค้าเกี่ยวเนื่อง ตั้งแต่ ของที่ระลึก (เมอร์ชั่นไดซ์) ขายลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด ธุรกิจท่องเที่ยว ร้านอาหาร และฟังก์ชันแนลดริงค์ เอ็นเนอร์ยี่ดริงค์ นั่นเป็นการแตกแขนงธุรกิจ จากแบรนด์ไทยไฟท์
“ทำไมเราต้องซื้อลิขสิทธิ์อย่างเดียว ทำไมเราไม่ขายลิขสิทธิ์บ้าง" นพพร วาทิน ประธานกรรมการบริหาร ไทยไฟท์ ผู้ปั้นเวทีมวยอ้อมน้อย กล่าว
มด นพพร วาทิน อดีตคือผู้กำกับละครผู้รักและลุ่มหลงในศิลปะ วัฒนธรรมไทย ไม่ว่าจะเป็นแม่ไม้มวยไทย อาหารไทย ถ่ายทอดผ่านละครเวทีและโทรทัศน์ จนถึงภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง อาทิ พันท้ายนรสิงห์ ไปจนถึง ซามูไรอโยธยา
เขายังใช้ทักษะนักการตลาด หรือที่เขาเรียกมันว่า คอมมอลเซ้นส์ บนเป้าหมายการสร้างมูลค่าแบรนด์ไทยไฟท์ เทียบเคียงฟุตบอลพรีเมียร์ลีกที่คนไทยหลุ่มหลง
เขาเชื่อว่าศิลปะ และสตอร์รี่วิถีอย่างไทยใช่ว่าจะมีแค่เพียงความงดงาม อ่อนช้อย ที่นิยมดูกันแค่ในกลุ่มคนไทย แต่ยังนำไปขายผ่านสายตาคนต่างชาติได้ไม่ยาก
"ไทยไฟท์ ไทยฟูด ไทยคัลเจอร์” เขาเปรย
เบื้องหลังความสำเร็จในการปลุกปั้นสร้างมูลค่าแบรนด์ไทยไฟท์ นพพรเลือกที่จะใช้สหายผู้ผลิตสินค้าระดับท็อป 5 ผนึกกำลังกับ สื่อ แนวหน้าของเมืองไทย เริ่มต้นตั้งแต่นายเก่าประวิทย์ มาลีนนท์ กรรมการบริษัท บางกอก เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด ผู้ปลุกปั้นเขาตั้งแต่คนทำละคร จนกระทั่งต่อยอดมาสู่อีเวนท์สังเวียนการต่อสู้บนผืนผ้าใบ
"นายใหญ่"คอยสนับสนุนตั้งแต่เริ่มต้นปลุกปั้น จัดสรรเวลาช่วงไพร์มไทม์ 6 โมงเย็นของวันเสาร์ - อาทิตย์ ซึ่งเขาได้พิสูจน์แล้วว่าเรทติ้งไทยไฟท์สูงแซงหน้าละคร จนเวลาต่อมานายใหญ่ก็เป็นหนึ่งในหุ้นส่วน ร่วมทุนในบริษัท ไทยไฟท์
วิชัย ศรีวัฒนประภา (รักศรีอักษร) ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ และประธานสโมสรฟุตบอลทีม เลสเตอร์ ซิตี้ เป็นอีกหนึ่งหุ้นส่วน คอยประสานสร้างคอนเน็คชั่นในต่างแดน พานักชกไทยไฟท์ไปชกโชว์ต่างชาติ
หุ้นส่วนยักษ์ใหญ่ธุรกิจอีก 2 รายที่เขาดึงมาร่วม คือ ศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด ในฐานะเจ้าของสินค้า และมีเครือข่ายแข็งแกร่งอย่างเจียไต๋ ที่ปักธงเมืองจีน มีทั้งสื่อและสินค้า คอนเน็คชั่น เป็นเหมือนสะพานเชื่อมพาไทยไฟท์ไปบุกตลาดจีน ประชากรกว่า 1,300 ล้านคน ใน 36 มณฑล
แค่จัดอีเวนท์ชกไทยไฟท์มณฑลละ 1 นัดชก ก็ฟันเงินนับร้อยล้าน จากการรายได้เข้ามาไม่ต่ำกว่า 100 ล้านต่อนัดชก เขาเผย
คนสุดท้ายคือทายาทเจ้าพ่อเบียร์ช้าง ฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ที่เป็นทั้งเจ้าของสินค้า และเข้ามาเป็นหนึ่งสปอนเซอร์หลัก จนขยายไปสู่ ผู้ร่วมทุน ร่วมปั้นแบรนด์สินค้าไทยไฟท์ต่อยอดบุกตลาดในต่างประเทศ ทั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ยุโรป และอเมริกา รวมถึงบริษัทในเครืออย่างเอเชีย ทีค ก็จะมีการนำไทยไฟท์ คาเฟ่ ร้านอาหารไทยไปเปิดในเอเชียทีค
“ผมถือหุ้น 40% ที่เหลือแชร์กันกับทั้ง 4 ท่านเท่าๆ กัน ด้วยศักยภาพโอกาสของการสร้างมูลค่าแบรนด์ทำให้ทุกคนกระโดดลงมา”
ส่วนพันธมิตรที่จะมาร่วมขยายแบรนด์ไปสู่สินค้าอื่นๆ ประกอบด้วย ชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) จะนำไทยไฟท์ ฟิตเนส ไปเปิดบริการในไอดีโอ คอนโด (IDEO )
“ไทยไฟท์คือแบรนด์ที่จะต้องทำรายได้จากขายลิขสิทธิ์จึงต้องดึงผู้มีความน่าเชื่อถือด้านสินค้าและธุรกิจท็อป 5 ของเมืองไทยเข้ามาร่วมกันปั้นไทยไฟท์สู่ตลาดโลก สร้างเครือข่ายและคนรู้จักผนึกกำลังเสริมกันและกัน ได้อย่างแข็งแกร่งและรวดเร็ว”
ขณะที่ ธัชรินทร์ โอสถานุเคราะห์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท โอสถสภา จำกัด กำลังคิดค้นพัฒนาสูตรเครื่องดื่มชูกำลัง (เอ็นเนอยี่ดริงค์) “ไทยไฟท์” และสุดท้าย ชัยดิษฐ์ หุตาวัชร์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โชว์ ดีซี คอร์ป จำกัด จะเป็นผู้ปั้นศูนย์การค้า โรงแรม สเตเดี่ยม ชกไทยไฟท์ ความจุ 1,200 คน รวมถึงไทยยิม ภายใต้ชื่อ“ไทยไฟท์ เอ็มไพร์” มูลค่าโครงการไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท เป็นหนึ่ง "แมกเน็ท" ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาในไทย
“อยากสร้างแบรนด์มูลค่าหมื่นล้าน ทำทุกอย่างทำคนเดียวไม่ได้ต้องรวมกันหลายๆ ราย ได้ใช้ลิขสิทธิ์ของไทยไฟท์ในการโปรโมทสินค้า ช่วยกันขายลิขสิทธิ์ ผ่านช่องทางการกระจายสินค้าของคนเหล่านี้ รวมถึงการสร้างความน่าเชื่อถือในทางธุรกิจที่จะส่งผลต่อแผนการระดมทุนเข้าตลาดหุ้นในอนาคต” เขากล่าว
ไม่เพียงพันธมิตรภายในประเทศแต่ยังรวมถึง ธุรกิจในต่างแดน "แซนด์ส คอเปอเรชั่น" กลุ่มทุนโรงแรมและคาสิโน “เดอะ เวเนเชี่ยน” มีเครือข่ายทั่วทุกมุมโลก เช่น ลาส เวกัส มาเก๊า สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และญี่ปุ่น เพียงแค่เครือข่าย 6 ประเทศที่จะนำไทยไฟท์ไปชกโชว์ ก็ทำให้อีเวนท์ไทยไฟท์เลื่องชื่อและมีแคชโฟร์เข้ามาพร้อมกำไร พร้อมกันกับสร้างแบรนด์
“แซนด์สเมื่อเป็นพาร์ทเนอร์กับเราเงื่อนไขต่อไปก็จะนำไทยไฟท์ไปชกในทุกที่ที่ เวเนเชี่ยนไป เริ่มต้นปีหน้ามีสัญญาไม่ต่ำกว่า 6 แห่งรวมกันถับ ที่จีน ที่มณฑลละ 1 แห่งก็ไม่ต่ำกว่า 36 นัดแล้ว เป้าหมายเราจะจัดนัดชกไม่ต่ำกว่า 40-50 นัดต่อปี"
นพพร ไม่หยุดเท่านี้ รายได้ปีที่ผ่านมา(2556) มูลค่า 700-800 ล้านบาท เป็นเพียงโหมโรงโชว์ไทยไฟท์ให้ต่างชาติรู้จักกีฬาการต่อสู้เช่นนี้ ในปีนี้(2557) ไทยไฟท์จะขยายไปบุกและหาพันธมิตรในต่างแดนมากขึ้น มีการชกในต่างแดน 4 นัด ประกอบด้วย ฝรั่งเศส มาเก๊า เวียดนาม มาเลเซีย (ส.ค.) และจีน (20 ก.ย.58)
ปลายปี 2558 ยังเป็นเวลาที่เหมาะที่จะเข้าระดมทุนเข้าตลาดหลักทรัพย์ โดยเขาคาดหวังว่า จะกระจายหุ้น 800-1,000 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 20 บาท ก็จะมีเงินในการระดมทุนมูลค่า 16,000 ล้านบาท หลังแผนระดมทุนไทยไฟท์ก็จะเดินหน้าลงทุนต่อเนื่องโครงการใหญ่ๆ ไปได้อีกหลากหลายโครงการ





