เรายังเลือก KBANK เป็นหุ้นเด่นในกลุ่มธนาคาร และคงคำแนะนำ ซื้อเก็งกำไร
โดยเราได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิขึ้น เพื่อสะท้อนสภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มการเมืองดีขึ้น นอกจากนี้ ได้ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2557 เป็น 220 บาท/หุ้น จากเดิม 205 บาท เรายังเชื่อว่า KBANK อยู่ในสถานะได้เปรียบคู่แข่ง ที่จะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ จากฐานรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยแข็งแกร่ง ประกอบกับการบริหารความเสี่ยงและส่วนต่างดอกเบี้ยรับที่มีประสิทธิภาพ
คงเป้าหมายทางการเงินปี 57 แม้เห็นแนวโน้มภาพรวมดีขึ้น
Kasikorn Research ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตจีดีพีปี 2557 เป็น 2.3% จากเดิม 1.8% อย่างไรก็ตาม KBANK ยังคงเป้าหมายทางการเงินของธนาคารสำหรับปี 2557 (รูปที่ 1) โดยมีแนวโน้มที่ NIM น่าจะอยู่ที่ระดับสูงกว่าเป้าหมายระดับกลางที่ 3.4-3.6%
อย่างไรก็ตาม อาจเห็นการตั้งสำรองหนี้สูงกว่าเป้าปี 2557 ของธนาคาร ที่ราว 85 bps (+/-) เล็กน้อย ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและแนวโน้มทางการเมือง ตามนโยบายอนุรักษนิยมของธนาคาร ขณะที่เป้าหมายการตั้งสำรองหนี้ปี 2558 มีแนวโน้มต่ำกว่าเป้าปี 2557 เนื่องจากความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและการเมืองที่ลดลง
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2557-2558 ขึ้น 3-5% และราคาเป้าหมายปี 2557 ขึ้น
เราปรับประมาณการกำไรสุทธิของ KBANK ขึ้น 3% และ 5% ในปี 2557-2558 ตามลำดับ หลักๆ เพื่อปรับให้สอดคล้องกับเป้าหมายล่าสุดของธนาคาร รวมถึงแนวโน้มเศรษฐกิจดีขึ้น โดยหลักๆ เป็นการปรับเพิ่ม NIM ขึ้น อย่างไรก็ดี เราได้มีการปรับรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลงสำหรับปี 2557 และยังคงคาดการณ์การตั้งสำรองหนี้ที่ 90 bps ในปี 2557 สูงกว่าเป้าของธนาคารที่ 85bps (+/-)
ขณะที่ปัจจัยหลักสำหรับการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2558 ขึ้น ได้แก่ NIM และการเติบโตสินเชื่อที่น่าจะดีกว่าคาด รวมถึงการตั้งสำรองหนี้ที่น่าจะต่ำกว่าคาด (รูปที่ 2) หลังการปรับประมาณการกำไรสุทธิดังกล่าวขึ้น เราได้ปรับราคาเป้าหมายปี 2557 สำหรับ KBANK ขึ้นเป็น 220 บาท/หุ้น คิดเป็น P/BV เป้าหมายที่ 2.06 เท่า (จากเดิม 205 บาท)
คาดการณ์กำไรสุทธิ 2Q57 ที่ 11.7 พันล้านบาท (+7% YoY, -2% QoQ)
กำไรสุทธิที่คาดโต YoY สนับสนุนจากสินเชื่อน่าจะโต ~7% และ NIM ดีขึ้น YoY ขณะที่ รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยน่าจะทรงตัว YoY เนื่องจากฐานสูงใน 2Q56 ที่ธนาคารมีการบันทึกรายได้ที่เกี่ยวเนื่องกับตลาดทุนในระดับสูง
ขณะที่กำไรสุทธิน่าจะลดลงเล็กน้อย QoQ คาดเป็นผลจากรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่ลดลง เนื่องจากใน 1Q2557 ธนาคารมีการบันทึกกำไรพิเศษจากธุรกิจกรรมปริวรรตเงินตรา และมีการบันทึกรายได้เบี้ยประกันสุทธิค่อนข้างสูงจากธุรกิจประกัน ขณะที่อัตราส่วน NPL มีแนวโน้มสูงขึ้น QoQ ตามเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่คาดว่าจะอยู่ในระดับบริหารจัดการได้ และยังเป็นไปตามที่ธนาคารประเมินไว้ ~2.2%









