คาดกำไร2Q57 ยังเติบโตเมื่อเปรียบเทียบ YoY และ QoQ
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
-สินเชื่อ 5 เดือนแรกปี 57 หดตัวจากปลายปี 56 ซึ่งคาดจะเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี : ปลายเดือนพ.ค. 57 มียอดสินเชื่อสุทธิ 1.66 ล้านล้านบาทหดตัว 0.6%จากปลายปี 56 โดยสินเชื่อที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดีเป็นกลุ่มสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการ SME ทั้งนี้ผู้บริหารยังคงเป้าการเติบโตของสินเชื่อปีนี้ที่ 6% (ซึ่งเท่ากับสมมติฐานของฝ่ายวิจัย)โดยเชื่อว่าการปล่อยสินเชื่อจะเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี เนื่องจากสถานการณ์ทางเมืองได้คลี่คลาย และไม่มีความรุนแรงทำให้ผู้ประกอบการทำธุรกิจอย่างเต็มที่มากขึ้นและความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับดีขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นช่วงฤดูกาลของการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย ทั้งนี้ ในส่วนของต้นทุนการปล่อยสินเชื่อ (Credit Cost) ยังเป็นไปตามเป้าที่ระดับ 80-85 bps
-คาดกำไรในช่วง 2Q57 เติบโต 8%YoY และ 4%QoQ : ฝ่ายวิจัยบล.โกลเบล็ก คาดการณ์กำไรในช่วง 2Q57 ราว 1.37 หมื่นล้านบาทซึ่งเพิ่มขึ้น 8%YoY และ 4%QoQ แม้ว่าการเติบโตของสินเชื่อยังแผ่ว แต่ได้รับผลดีจากต้นทุนเงินฝากที่ลดลงหลังจากเงินฝากแคมเปญพิเศษที่มีต้นทุนสูงได้ครบกำหนด ทำให้คาดว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ(NIM) มีแนวโน้มปรับดีขึ้นจากระดับ 3.21% ในไตรมาสแรกปี 57 ขณะที่ธนาคารใช้กลยุทธ์มุ่งเน้นการเติบโตของรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพื่อชดเชยรายได้ดอกเบี้ยที่ชะลอตัว สำหรับไตรมาสนี้มีรายการพิเศษที่เป็นกำไรจากการขายเงินลงทุนในบมจ.ไทยพาณิชย์สามัคคีประกันภัย (SCSMG) ให้กับ ACE Group ราว 2.2 พันล้านบาทเศษ(หลังภาษี)ซึ่งอาจเป็นโอกาสให้ธนาคารพิจารณาตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มเติมจากระดับปกติที่ตั้งราวไตรมาสละ 3,000 ล้านบาท ซึ่งประมาณการอยู่ที่ 4,500 ล้านบาท กำไรครึ่งแรกของปี 57 คิดเป็น 50% ของประมาณการทั้งปีที่ 5.4 หมื่นล้านบาทซึ่งเติบโต 7% จากปี 56 เบื้องต้นฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการตามเดิม
-คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 191 บาท : ปัจจัยพื้นฐานของ SCB ยังดีจากการเป็นแบงก์ขนาดใหญ่และกลยุทธ์การเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มสินเชื่อผู้ประกอบการSME ที่สนับสนุนการเติบโตของสินเชื่อและเพิ่มความสามารถในการทำกำไร ฐานะเงินกองทุนยังแข็งแกร่งโดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 15.6% เงินกองทุนชั้นที่ 1 เท่ากับ 12.2% ในการประเมินราคาเหมาะสมซึ่งอิง Prospect P/BV ที่ระดับ 2.2 เท่าและ Ke 11% ได้เท่ากับ 191 บาทยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด ทำให้ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”









