คาดกำไรสุทธิ 2Q57 เพิ่มขึ้น 38%YoYและ 7%QoQ
ประเด็นสำคัญในการลงทุน:
สินเชื่อปลายพ.ค.2557 เติบโต 4.7%YTD สูงสุดในกลุ่ม : สิ้นเดือนพ.ค.2557 มียอดสินเชื่อสุทธิ 1.73 ล้านล้านบาทมีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มที่ 4.8% เมื่อเทียบกับปลายปี 2556 จากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อลูกค้าเอกชนเป็นหลักตามแผนกลยุทธ์ที่หันมาเจาะกลุ่มลูกค้าธุรกิจ ขณะที่การปล่อยสินเชื่อภาครัฐยังมีอยู่บ้างตามการเบิกจ่ายต่อเนื่องของสัญญาเงินกู้ภาครัฐที่เซ็นสัญญาตั้งแต่ปลายปี 2556 ทั้งนี้ตั้งแต่ 2Q57 ธนาคารได้พิจารณากันเงินสำรองหนี้สูญเพิ่มจากเดิมเดือนละ 500 ล้านบาทที่เป็นนโยบายตั้งแต่ปี 2551 เป็น 700 ล้านบาทเพื่อให้เหมาะสมกับยอดสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นทั้งนี้เมื่อปลายเดือนมี.ค.2557 มีอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อ NPL (Coverage Ratio) อยู่ที่ 106% ลดลงจาก 114% เมื่อปลายปี 2556 และอยู่ในระดับต่ำที่สุดในกลุ่มแบงก์ขนาดใหญ่จึงน่าจับตาว่าในช่วงครึ่งหลังของปีจะมีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มเติมหรือไม่
คาดกำไรสุทธิ 2Q57 เพิ่มขึ้น 38%YoY และ 7%QoQ : คาดกำไรในช่วง 2Q57 ราว 8.9 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 38% จาก 2Q56 ที่มีการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มเติม และเพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2557 ตามการเติบโตของสินเชื่อ บนสมมติฐานส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ(NIM)ทรงตัวใกล้เคียงกับไตรมาสแรกที่ระดับ 2.72% รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยยังเติบโตดีจากรายได้จากการรับประกันภัยที่เป็นกรมธรรม์แบบออมทรัพย์เนื่องจากมีผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากกำไรในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 คิดเป็น 50% ของประมาณการทั้งปีที่ 3.5 หมื่นล้านบาทซึ่งเติบโต 2% จากปี 2556 และในเบื้องต้นฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการตามเดิม
คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 25.20 บาท : KTB เป็นแบงก์รัฐทำให้ได้รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล แต่การเพิ่มหน่วยงานดูแลลูกค้ากลุ่มธุรกิจขึ้นมาทำให้สินเชื่อยังเติบโตได้แม้สินเชื่อภาครัฐแผ่วลงจากการไม่มีรัฐบาลใหม่ ด้านฐานะเงินกองทุนยังแข็งแกร่งสามารถขยายธุรกิจได้ตามแผนทั้งนี้การออกหุ้นกู้ชุดใหม่จะช่วยให้อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงตามเกณฑ์ BASEL III เพิ่มขึ้นราว 1% (ณ สิ้นเดือนมี.ค.เท่ากับ 13.26% ราคาเหมาะสมซึ่งอิง ProspectP/BVที่ระดับ 1.5 เท่าและ Keที่ 12% เท่า อยู่ที่ 25.20 บาทยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด ขณะที่อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่ระดับ 4.3% สูงที่สุดในหุ้นกลุ่มธนาคารและเป็นระดับที่น่าสนใจ(คาดการณ์เงินปันผลปี 57 ราว 0.89 บาทต่อหุ้นทำให้ฝ่ายวิจัยคงคำแนะนำ “ซื้อ”









